Creative Knowledge

« Back to Result | List

ทะเลจร Tlejourn คืนชีพขยะรองเท้าริมหาดสู่ผลิตภัณฑ์อีโค่ไลฟ์สไตล์

ครั้งหนึ่งองค์กรธุรกิจต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศพากันลุกขึ้นมาทำโครงการประเภท CSR  จนทุกวันนี้แทบทุกองค์กรล้วนมีกิจกรรม CSR ในแบบของตัวเองแล้ว  นับเป็นเรื่องที่ดีที่ภาคเอกชนหันมาใส่ใจกับการคืนกำไรให้สังคมกันมากขึ้น จนทุกวันนี้ได้พัฒนาต่อยอดมาสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่เรียกว่า กิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ด้วย
Tlejourn01.jpg
รองเท้าทะเลจร Tlejourn คืออีกหนึ่งกิจการเพื่อสังคมที่ผลิตรองเท้าแตะและพื้นรองเท้าขึ้นใหม่จากขยะรองเท้าริมชายหาด  ถือเป็นการชุบชีวิตขยะให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม กระตุ้นจิตสำนึกของคนในสังคมและเปิดโอกาสการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มแม่บ้านในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

พื้นรองเท้าทะเลจรดูโดดเด่นแปลกตาจนทุกคนต้องเอ่ยถามว่า มันทำมาจากอะไร และคำตอบที่น่าฉงนก็คือ มันเป็นวัสดุที่ถูกเนรมิตขึ้นจากกองขยะรองเท้าที่ถูกเก็บมาโดยเหล่าผู้พิทักษ์ขยะ Trash Hero จากบริเวณเกาะอาดัง ราวี และหลีเป๊ะ ในระยะเวลาร่วมสามเดือนขยะรองเท้าจำนวน 8,000 กิโลกรัม (คิดเป็นร้อยละ 10 ของขยะทั้งหมด) ได้กลายมาเป็นโจทย์อันท้าทายของ ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย หรือ อาจารย์อาร์ม เจ้าของไอเดียรองเท้าทะเลจร Tlejourn ที่อยากนำขยะส่วนนี้มารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้  

เดิมทีขยะส่วนนี้เราตั้งใจผลิตเป็นพื้นยางรีไซเคิลเอนกประสงค์ และเคยได้นำเสนอไอเดียนี้บนเวที One Young World ปี 2015 ซึ่งก็ได้รับคอมเมนท์กลับมาว่าในเมื่อมันมาจากรองเท้า... ทำไมคุณไม่ทำมันให้กลับไปเป็นรองเท้าล่ะ... นี่เองคือที่มาของรองเท้าทะเลจรที่เห็นกันในวันนี้

Tlejourn02.jpg

การดำเนินธุรกิจของรองเท้าทะเลจร Tlejourn อาศัยกลยุทธ์การสร้างพันธมิตรที่เข้มแข็งทั้งในส่วน Inbound และ Outbound  วัตถุดิบเราได้มาจากกลุ่ม Trash Hero Pattani (กลุ่มผู้พิทักษ์ขยะแห่งชายหาดปัตตานี)  ซึ่งได้เริ่มเก็บขยะบนหาดตะโละสิมิแลเป็นที่แรก  การเก็บขยะรองเท้ายาวนานกว่า 3 เดือนทำให้เราได้วัตถุดิบมาจำนวนมาก จากนั้นก็นำมาผ่านกระบวนการบดย่อย อัดกาว โดยเราใช้กาวชนิดพิเศษที่ได้จากการวิจัยเทคโนโลยียาง ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี) ถือเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่พัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง 

Tlejourn03.jpg
 
ในขั้นต่อมาพื้นรองเท้าที่ผลิตได้จะถูกจัดส่งไปยังกลุ่มซายัง กลุ่มแม่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อผลิตเป็นรองเท้าแตะทะเลจร Tlejourn ออกมาจำหน่าย กลุ่มซายังนี้เดิมทีเขาผลิตถุงผ้าปาเต๊ะ ดังนั้นเมื่อคุณซื้อรองเท้าแตะทะเลจร ราคา 299 บาท คุณก็จะได้รับสินค้าในถุงผ้าปาเต๊ะแทนการใช้ถุงพลาสติกด้วย นับเป็นกลวิธีอันชาญฉลาดที่เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกไปได้พร้อมกัน!

Tlejourn04.jpg

นอกจากนี้ ทะเลจร Tlejourn ได้ร่วมมือกับสถาบัน TiiD ศูนย์พัฒนานวัตกรรมในการวิจัยและพัฒนารองเท้าประเภทอื่นๆ เช่น รองเท้าผ้าใบ รองเท้าคัชชู รองเท้าส้นสูง (ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรมในการผลิต)  รวมถึงยังผสานความร่วมมือกับแบรนด์รองเท้าอื่นๆ เช่นแบรนด์ Larin ที่ผลิตจากฝ้ายธรรมชาติ ในการนำพื้นรองเท้าของทะเลจรไปใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษ (รองเท้า Larin สามารถซื้อได้ทางออนไลน์ และตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ)  

จากเดิมที่รับผลิตแบบตามสั่งเท่านั้น ปัจจุบันทะเลจร Tlejourn เริ่มผลิตสินค้าคงคลังขึ้นบ้างแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์และตามอีเวนท์ออกบูธต่างๆ  ราคาขายปลีกรองเท้าแตะอยู่ที่คู่ละ 299 บาท (ขายส่งคู่ละ 200 บาท) โดยรายได้จากการขายสินค้าจะถูกนำไปกระจายให้แก่พันธมิตร (Partners) และใช้ในการใช้สนับสนุนกิจกรรม Trash Hero Pattani ต่อไป  ส่วนในอนาคตนั้นทะเลจร Tlejourn ก็มีแผนจะต่อยอดธุรกิจไปสู่สินค้าอื่นๆ ด้วย เช่น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

Tlejourn05.jpg

Tlejourn06.jpg

Tlejourn07.jpg

เกร็ดคิดปิดท้าย
นอกจากความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่เข้ามาในตัวผลิตภัณฑ์ เรื่องของอารณ์ความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมระหว่างผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค ก็เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้   สังเกตว่ากลุ่มลูกค้าของทะเลจร Tlejourn คือกลุ่มคนที่ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เขาเหล่านี้มีความต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในสังคม และสามารถส่งอิทธิพลไปยังกลุ่มคนที่มีทัศนคติคล้ายกันได้ง่าย จะเรียกว่าเป็นวิถีของธุรกิจที่กลุ่มผู้ใช้สามารถเป็นกระบอกเสียงของแบรนด์ได้ดีที่สุดก็คงไม่ผิด

ทะเลจร Tlejourn
Facebook: Tlejourn : ทะเลจร

« Back to Result

  • Published Date: 2016-07-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com