Creative Knowledge

« Back to Result | List

VR VARA กระเป๋าหนังแท้คุณภาพ…ที่พอดีกับทุกโอกาส

หากมองย้อนไปเมื่อราวครึ่งศตวรรษก่อน การออกแบบอาจยังไม่ใช่คำตอบที่สำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าเช่นในปัจจุบัน แต่เมื่อ วรัญญา อังรัตนันท์ และ รวิวรรณ วรสินศิริ สอง CEO เข้ามาสืบทอดกิจการเครื่องหนังของครอบครัวเป็นรุ่นที่สาม  ทั้งคู่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เล็งเห็นความสำคัญของดีไซน์ จึงตัดสินใจพัฒนาแบรนด์กระเป๋าหนังขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ VARA  โดยอาศัยความชำนาญด้านเทคนิคจากประสบการณ์ตรง มาช่วยผลักดันให้ทุกการออกแบบของ VARA มีทั้งความสวยงาม ปราณีต และมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง
 
แนวคิดของแบรนด์

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ VARA เกิดจากคำถามที่ว่า ทั้งๆ ที่คนเรารับรู้ถึงคุณค่าของกระเป๋าหนังแท้ (ว่าคุณภาพดีและทนทาน) แต่ทำไมหลายคนถึงยังไม่เลือกใช้กระเป๋าหนังแท้ล่ะ?  ด้วยเหตุนี้แบรนด์ VARA จึงเริ่มทำการศึกษาลงลึกถึงพฤติกรรมและความต้องการที่แท้จริงของผู้คน  จนพบว่ากลุ่มลูกค้านั้นต้องการทางเลือกที่หลากหลาย หลากสี และไม่ยึดติดอยู่กับคำว่า คลาสสิก เพียงอย่างเดียว   ทีมออกแบบของ VARA จึงลองนำเฉดสีที่แตกต่างกันของหนังมาเล่นในกระบวนการออกแบบมากขึ้น (ไม่ได้ยึดติดว่าต้องเป็นเฉดสีธรรมชาติเท่านั้น) เรียกว่าพยายามปั้นแบรนด์ให้เป็น แฟชั่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริม คุณค่า ของหนังแท้ และตัวสินค้าเองก็มีศักยภาพที่จะใช้งานได้ดีในทุกโอกาสด้วย ...เป็นที่มาของสโลแกนสุดฮิตที่ว่า Suits All Agendas นั่นเอง

Vara01.jpg

นิยามในการทำงาน

จงตื่นตัวตลอดเวลา ด้วยเล็งเห็นว่า VARA ดำเนินธุรกิจอยู่ในสายแฟชั่น  วรัญญาและรวิวรรณมองว่าหัวใจของการทำงานนี้คือความไม่หยุดนิ่ง ต้องพร้อมจะปรับตัวไปกับเทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นก็ต้องมีจุดยืนที่มั่นคง และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่วนเวียนเข้ามาเสมอ  แม้โอกาสอาจไม่ได้เป็นของเราเสมอไป แต่เราก็ต้องพร้อมปรับตัวและกระตือรือร้นอยู่เสมอ

Vara02.jpg

คุณค่าของผลิตภัณฑ์ / จุดขายของแบรนด์

Effortlessly Charming หรือ เสน่ห์ความงามที่ไม่ปรุงแต่ง  คือแนวคิดการออกแบบที่สำคัญที่สุดของ VARA  เพราะคุณค่าและความงามของกระเป๋าหนังแท้นั้น จะสวยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหนัง  เราออกแบบกระเป๋าแต่ละใบบนพื้นฐานของการดึงเอาความงามของวัสดุหนังขึ้นมาโชว์ให้มากที่สุด โดย VARA จะเลือกใช้แต่หนังแท้คุณภาพสูง จึงมีคุณลักษณะที่ยากต่อการเลียนแบบ เช่นยิ่งใช้งานไปนานๆ ก็จะยิ่งดูสวยและมีเสน่ห์มากขึ้น  จะเรียกว่าเป็นงานที่ Timeless ทั้งในเชิงการออกแบบและการใช้งานก็คงไม่ผิด

Vara03.jpgVara04.jpg

โอกาสและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

สอง CEO มองว่าธุรกิจแฟชั่นเครื่องหนังในประเทศไทยนั้นยังมีโอกาสการเติบโตสูง  โดยแต่ละแบรนด์ก็มักจะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่เป็นตัวเอง  แต่ใครจะสร้างความได้เปรียบได้ดีกว่าใคร ก็ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์นั้นมีจุดเด่นที่ชัดเจนและตรงใจกลุ่มผู้บริโภครึเปล่า  ยิ่งแบรนด์เราเป็นธุรกิจแบบสตาร์ทอัพด้วยแล้ว ยิ่งมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามาหามากมาย มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุนเราอยู่ตลอด

โมเดลธุรกิจในปัจจุบัน

หัวใจสำคัญของ VARA คือแบรนด์ ในช่วงปีแรกที่เริ่มทำธุรกิจ สอง CEO พุ่งเป้าไปที่การสร้างแบรนด์เป็นหลัก ด้วยเชื่อว่าการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญ  พวกเราทำงานกันอย่างหนักเพื่อสร้างจุดยืนที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องการดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุ และการสร้างกิจกรรม L.I.Y. Workshop by VARA ทั้งหมดก็เพื่อจะตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านหนังแท้ของเราขึ้นมา 

Vara05.jpgVara06.jpg

อุปสรรคในธุรกิจ VS กลยุทธ์การแก้ไข
ในช่วงสองปีแรกของการสร้างแบรนด์  VARA ยอมรับว่ามีเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอที่จะตอบรับกับโอกาสต่างๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการเสนอพื้นที่ให้ไปแสดงสินค้า ฯลฯ  เราพลาดโอกาสดีๆ ไปหลายงานเนื่องจากมีเงินทุนไม่เพียงพอ  ส่วนในการแก้ปัญหานั้น VARA ต้องพยายามหาวิธีจัดสรรรายได้และรายจ่ายให้สมดุลกันมากที่สุด ธุรกิจเล็กๆ จะเติบโตได้ดีหากมีความละเอียดรอบคอบในการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งไหนมีความจำเป็นมากน้อยกว่ากัน มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังให้กับทุกการใช้จ่ายเสมอ

รากฐานของงานออกแบบกระเป๋าหนัง
การเลือกใช้วัตถุดิบ เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่องานออกแบบกระเป๋าหนังแท้ เพราะวัสดุหนังนั้นมีข้อจำกัดที่แตกต่างจากวัสดุอื่น  หากเลือกใช้ประเภทหนังที่ไม่เหมาะสมกับรูปแบบหรือการใช้งานแล้ว ก็อาจจะเกิดปัญหากับตัวสินค้าตามมาได้ นอกจากนั้น ลูกเล่นหรือเทคนิกพิเศษต่างๆ ก็เป็นเสน่ห์เพิ่มเติมที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่นเทคนิกการฟอกหนังแบบต่างๆ  นักออกแบบสามารถเลือกเทคนิกการฟอกแบบแปลกๆ มาใช้ได้ แต่อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลเรื่องข้อดีข้อเสียของลูกเล่นต่างๆ ก่อนนำมาใช้ด้วย"

Vara07.jpg

การตลาดและช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
กลุ่มเป้าหมายของ VARA ถูกแบ่งจากความชอบและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่สนใจในงานศิลปะ แฟชั่น และการออกแบบ ชอบอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ และรู้จักรสนิยมของตนเอง เลือกซื้อสินค้าที่มีราคาและคุณภาพเหมาะสมกัน ส่วนมากน่าจะเป็นคนในช่วงอายุ 25-45 ปีโดยประมาณ  ปัจจุบันแบรนด์ VARA โฟกัสไปที่ลูกค้าต่างประเทศ 50% และลูกค้าในไทย 50%  โดยแบ่งช่องทางการจำหน่ายออกเป็น 3 ช่องทางหลัก คือ 

1) Physical Store: ในช่วงปีแรก VARA เน้นช่องทางการขายภายในประเทศเป็นหลัก โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ ก่อนแล้วค่อยๆ ขยายไปยังจังหวัดอื่น  ช่องทางสำคัญคือ ห้างสรรพสินค้า ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว และสถานที่ที่ Buyer (ฝ่ายจัดซื้อ) นิยมเดินทางมาหาสินค้าเพื่อไปจำหน่ายต่อ อาทิ Terminal 21, Siam Paragon, Emquatier,  Zen@Central World และตลาดนัดสวนจตุจักร เป็นต้น
2) Online:  ในช่วงต่อมา แบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับโลกออนไลน์ มีความพยายามที่จะสร้างหน้าร้านออนไลน์ให้มีความโดดเด่น และใช้การสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียเข้าช่วย  
3) Trade Fair and Event: การออกงาน Trade Fair ทั้งในและต่างประเทศถือเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการหาพันธมิตรทางการค้าและตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาจะเน้นไปที่ทวีปเอเชียก่อน เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง รองลงมาคือ อเมริกาและฝรั่งเศส

Vara11.jpg

แผนการในอนาคต

เร็วๆ นี้ VARA วางแผนที่จะสร้างแบรนด์ลูกเพิ่มเติม (Sub-brand) ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้ชายและสินค้าไลฟ์ไตล์  รวมทั้งจะเล่มความสำคัญให้กับ การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยสองผู้บริหารมองว่ายิ่งเครือข่ายมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไร โอกาสที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
 
โอกาสกับ TCDCCONNECT 
VARA ได้รับโอกาสจาก TCDCCONNECT ให้ขึ้นบรรยายบนเวที Debut Talk ซึ่งทำให้ทางแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น ที่สำคัญยังได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางแก้ปัญหา กับผู้คนในแวดวงการออกแบบ และการตลาด TCDCCONNECT ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ VARA ชัดเจนและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Vara09.jpg

ฝากข้อคิดถึงนักออกแบบรุ่นใหม่

วรัญญา และ รวิวรรณ ได้ฝากแง่คิดดีๆ ไว้สองข้อ หนึ่งคือ จงใช้ใจในการออกแบบให้มาก  ทำการบ้านและศึกษาเรื่องการใช้วัตถุดิบให้เยอะ  สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้วงการโดยไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง  สองคือ ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจ อยากให้ทุกคนศึกษาตลาดให้ดีก่อน กำหนดเป้าหมายและวางแผนให้ชัดเจน และอย่าได้ท้อถอยเป็นอันขาด


View_profile.jpg
  คลิก view profile เพื่อติดต่อกับ VARA




อ้างอิง:
บทสัมภาษณ์คุณวรัญญา อังรัตนันท์ และคุณรวิวรรณ วรสินศิริ Co-CEO ของแบรนด์ VR VARA
hktdc.com
biffandbil.com

« Back to Result

  • Published Date: 2016-05-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com