Creative Knowledge

« Back to Result | List

ทวิสต์แนวคิดพลิกธุรกิจออร์แกไนซ์กับเวอร์นิตี้ สนุกศึกษาด้วยนวัตกรรม

เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ชุดคำถามสัมภาษณ์ที่ผมเตรียมไว้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมด เพราะบทสนทนาได้ต่อยอดให้เกิดคำถามใหม่ มุมมองใหม่ ที่แตกต่างจากธุรกิจออร์แกไนเซอร์ที่เราคุ้นเคย และนี่คือบทสรุปจากการสัมภาษณ์ วรวุฒิ ชุณหพงษ์ Founder & CEO ของบริษัท เวอร์นิตี้ จำกัด กับแนวคิด "สนุกศึกษาด้วยนวัตกรรม" ที่พลิกแนวคิดผนวกการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

ก้าวแรกที่แตกต่างสู่ธุรกิจสร้างความสุข
หลังจากที่ วรวุฒิ จบการศึกษาด้านวิศวกรรม เครื่องกล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขาก้าวสู่การทำงานในฐานะวิศวกร โดยเลือกทำงานในองค์กรใหญ่ เพื่อเรียนรู้งานบริหารจัดการภายในองค์กรนอกเหนือไปจากประสบการณ์ที่ได้รับในงานวิศวกรรม ในช่วงของการทำงาน ทีมงานฝ่าย HR เล็งเห็นถึงศักยภาพงานบริหารด้านบุคคล จึงชักชวนให้วรวุฒิย้ายไปนั่งในตำแหน่ง Employee Relation เขาไม่ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนี้ แม้ว่ามัน (อาจ) ดูไกลจากงานด้านวิศกรรม และด้วยมุมมองที่แตกต่างพร้อมความชื่นชอบงานด้านนี้ วรวุฒิจึงพลิกรูปแบบจากกิจกรรมเดิมๆ ที่บริษัทเคยทำให้กลายเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างความสุข ความประทับใจให้กับเพื่อนพนักงาน เช่น การจัดเวทีคอนเสิร์ตในพื้นที่สำนักงาน การทำฟาร์มแกะบนพื้นที่จอดรถ
Vernity01.jpg
จากจุดเริ่มต้นตรงนี้เองที่ทำให้วรวุฒิค้นพบตัวตนที่แท้จริง เขาตัดสินใจเปิดบริษัท เวอร์นิตี้ จำกัด ในปี พ.ศ. 2555 ในขวบปีแรก งานส่วนใหญ่จะเป็นงานออร์แกไนซ์ทั่วไป เช่น จัดคอนเสิร์ต งานเลี้ยง จนกระทั่งปลายปีเขาได้รับโปรเจทจากทาง Google ให้จัด Road Show เดินสายไปตามโรงเรียนเพื่อให้ความรู้เรื่อง Internet Safety และการใช้อินเทอร์เน็ต โดยนำ Content หลักจากทาง Google มาปรับให้เหมาะสมกับเด็กนักเรียนไทย และนั่นถือเป็นโปรเจทเริ่มต้นที่วรวุฒินำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมาผนวกเข้ากับการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ มีการนำ "การเล่นกล" เข้ามาไว้ในกิจกรรมเพื่อสื่อให้เด็กเรียนรู้ว่า สิ่งที่คุณเห็นบนอินเทอร์เน็ตอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง รวมไปถึงการออกแบบโปรแกรมเพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้การตั้ง Password ที่ปลอดภัย ทุกกิจกรรมได้นำความสนุกสนานบวกเข้ากับเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อสร้างความประทับใจให้กับเด็กนักเรียนอย่างสูงสุด เพราะเขาเชื่อว่า เด็กทุกคนจะจดจำเรื่องราวได้ดีมากขึ้นเมื่อมีความสุขกับสิ่งนั้นๆ จากจำนวนโรงเรียน 10 แห่งในปีแรกสู่การเติบโตถึง 50 แห่งในปีถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการ  และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการกำหนดเป้าหมายในการสร้างธุรกิจให้กับเวอร์นิตี้

Vernity03.jpg

"ความเชื่อ" สร้างเอกลักษณ์ "สนุกศึกษาผสมผสานนวัตกรรม"
วรวุฒิเชื่อว่า "ความสุข" เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การเรียนรู้และการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี "นวัตกรรม" ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ช่วยให้เราไปถึง "ความสุข" ได้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ บริษัท เวอร์นิตี้ จำกัด จึงนำ 2 ส่วนผสมของความเชื่อทวิสต์เป็นแนวคิด "สนุกศึกษาด้วยนวัตกรรม"  ปัจจุบันทีมงานมีทั้งสิ้น 8 ท่าน ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ฝ่ายกิจกรรม งานด้านเทคโนโลยี และงานออกแบบสร้างสรรค์ ทั้งนี้ เวอร์นิตี้ มองกลุ่มเป้าหมายเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการเรียนรู้ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และองค์กรการแพทย์ 2) องค์กรธุรกิจทั่วไป

Vernity04.jpg

3 ผสานสร้างสรรค์งานในแบบฉบับ เวอร์นิตี้


วรวุฒิแบ่งการทำงานของ เวอร์นิตี้ ออกเป็น 3 ส่วน โดยใช้ชื่อย่อว่า ATM
A – Activity
เป็นการสร้างสรรค์งานด้านกิจกรรม มุ่งเน้นในส่วนของการศึกษาและการเรียนรู้ เช่น การจัดเวิร์คช้อป, จัดทำ CSR, การทำ Team Building, การจัดประชุม รวมไปถึงการจัดนิทรรศการ ตัวอย่างผลงานที่ทาง เวอร์นิตี้ ทำได้แก่ การทำ CSR ให้กับทาง Colgate โดยมุ่งเน้นผู้บกพร่องทางการมองเห็น แทนการเรียกพนักงานให้มาร่วมอัดเสียงเพื่อทำหนังสือเสียงเหมือนกับองค์กรทั่วไป ทีมงานกลับเพิ่มคุณค่าให้กับโครงการโดยให้พนักงานทุกระดับเรียนรู้การสร้างอักษรเบลล์พร้อมจัดทำสมุดนิทานโดยเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท พร้อมเชิญเด็กที่มีความบกพร่องเข้าร่วมกิจกรรมตอนท้าย ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้พนักงานเห็นคุณค่าของการสร้างอุปกรณ์สื่อสารที่เชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งสีสันและโลกที่มืดมิดผ่านอักษรเบลล์ อีกทั้งอุปกรณ์ที่จัดทำในเวิร์คช้อปสามารถนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนที่โรงเรียนสอนคนตาบอดได้อีกด้วย

Vernity05.jpg

T – Technology การนำเทคโนโลยีเข้าไปผสมผสานกับกิจกรรม เช่น Internet Of Things (IOT), จัดทำ Application, ออกแบบ Software และเว็บไซท์, การออกแบบ Virtual Reality และการผสานโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกอนาคตในรูปแบบ Augmented Reality ตัวอย่างผลงานที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา คือการออกแบบ Application พร้อมเครื่องชั่งน้ำหนักแบบพกพาสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงงานบริการด้านสุขภาพได้อย่างรวดเร็วทันเวลา ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต จากการศึกษาค้นพบว่า หนึ่งในความเสี่ยงของโรคหัวใจคือภาวะน้ำท่วมปอดจากการที่ร่างกายไม่สามารถระบายน้ำได้ทันในกรณีที่ได้รับโซเดียมเข้าไปในร่างกายมากเกินไป หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้น คือ การที่ผู้ป่วยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยเหตุนี้ทีมงานจึงพัฒนาเครื่องชั่งน้ำหนักขนาดเล็กที่ผู้ป่วยสามารถนำพกติดตัวได้ เมื่อน้ำหนักมีการเพิ่มขึ้นเกิน 1 กิโลกรัม (เป็นตัวเลขที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต) ค่าที่ได้จะส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ป่วย รวมไปถึงแพทย์ผู้ดูแลอาการ เพื่อแจ้งให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างฉุกเฉิน

Vernity06.jpg

M – Media งานออกแบบสื่อสร้างสรรค์ เช่น Game Simulation, จัดทำวิดีโอ, Infographic, งานแอนิเมชั่น และงานออกแบบการ์ตูน/Manga ตัวอย่างผลงานที่โดนใจเป็นการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์รณรงค์ป้องกันปัญหาเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยตั้งเป้าที่จะลดปริมาณการเสียชีวิตจากเดิม 1,500 คนให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่ง 750 คน ทีมงานทำการศึกษาถึงสาเหตุของการจมน้ำจากนั้นพัฒนาเครื่องมือสื่อสารพร้อมเกมส์ แทนการทำโปสเตอร์ แผ่นพับ หรือใบปลิวเพียงอย่างเดียว ทีมงานพัฒนาสื่อการเรียนการสอนแบบ Interactive เช่น การออกแบบเกมส์ที่เด็กจะต้องเล่นหลายคนแทนการเล่นคนเดียว โดยใช้สมาร์ทโฟนอ่าน AR Code หาอุปกรณ์ช่วยชีวิตบนแผ่นเกมส์ สาเหตุที่ออกแบบให้เด็กเล่นหลายคนเพราะส่วนใหญ่เด็กจะไม่จมน้ำเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการออกไปเล่นน้ำพร้อมกับเพื่อนๆ

Vernity07.jpg

วรวุฒิกล่าวว่า หัวใจหลักของการพัฒนาผลงาน คือ การเข้าถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโจทย์นั้นๆ เพื่อทีมงานจะได้ค้นหา "ความสุข" ที่โดนใจจากนั้นนำ "ความสุข" ที่ได้มาพัฒนาเป็นกิจกรรมพร้อมเชื่อมต่อนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อสร้างความประทับใจและความทรงจำดีๆ 

Vernity08.jpg

มองอนาคตอีก 5 ปีกับเวอร์นิตี้
วรวุฒิวางเป้าหมายการพัฒนาองค์กรออกเป็น 3 ด้านเพื่อผลักดันองค์กรให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคงในอีก 5 ปี

1) ด้านคุณค่า เวอร์นิตี้จะเป็นนักออกแบบ "สนุกศึกษา" ที่เจ๋งที่สุดในประเทศไทย โดยวัดผล KPI ดัชนีชี้วัดของแต่ละโครงการจะต้องเกิน 90% ,มีแฟนคลับติดตามมากกว่า 100,000 คน และได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำ

Vernity09.jpg

2) ด้านกายภาพ มีความเป็นอมตะทางการเงินและมีสถานที่ล้ำๆเป็นของตนเอง โดยวางแผนที่จะสร้างอาคารเพื่อการเรียนรู้ที่ใหญ่และทันสมัยเทียบกว่า Thai National Science Museum มีรายได้ที่มากกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน และมีจำนวนลูกค้าใหม่ 5 รายต่อเดือน

3) ด้านบุคคลากร วรวุฒิเน้นย้ำว่า พนักงานทุกท่านจะต้องมีความสุขมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่มากกว่า 3 เท่าของเงินเดือนมาตรฐาน มีสวัสดิการที่ Google มีเราต้องมี การรักษาพยาบาลครอบคลุมไปถึงครอบครัว พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษาให้มากที่สุด
ส่วนเป้าหมายระยะสั้น เวอร์นิตี้เตรียมเปิด Space Shift ในเดือนมิถุนายน ที่นอกจากจะเป็นพื้นที่ทำงานและพื้นที่สำหรับจัดทำกิจกรรมแล้ว ยังเตรียมพื้นที่เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาอบรมฝึกฝนทักษะทั้งทางด้านบุคคล ด้านการเขียนโปรแกรม Internet Of Things (IOT) พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจสามารถจัด Event ภายในอาคาร Space Shift ได้ด้วย

มุมมองในการทำธุรกิจ

สิ่งสำคัญที่วรวุฒิตอกย้ำคือ ก่อนเริ่มต้นสร้างธุรกิจ เราควรค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเราให้เจอก่อน ถึงแม้ว่ารูปแบบอาชีพจะมีจำกัด แต่เราก็สามารถหาเส้นทางการทำธุรกิจที่สะท้อนตัวตนของเราแทนการเดินตามความสำเร็จของผู้อื่น ที่สำคัญงานที่ทำจะต้องทำให้เรามีความสุขมากที่สุด

จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า วรวุฒิ ชุณหพงษ์ มีความสุขกับการทำธุรกิจที่พลิกงานออร์แกไนเซอร์ทั่วไปให้กลายเป็น "สนุกศึกษาด้วยนวัตกรรม" นิยามใหม่ของการจัดกิจกรรมที่นำ "ความสุข" มาเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเรียน การศึกษา โดยใช้ "นวัตกรรม" เป็นตัวผลักดันให้ถึง "ความสุข" ได้เร็วที่สุด

ข้อคิดประเด็นเด็ด

- เราจำเป็นต้องเข้าใจและเข้าถึง "เป้าหมาย" ของแต่ละโครงการให้มากที่สุด เพราะนั่นคือ "โจทย์สำคัญ" ที่ช่วยให้เราออกแบบกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด
- เราจะเรียนรู้และจดจำได้ดีขึ้น เมื่อเรามี "ความสุข" ไปกับมัน ดังนั้นการสร้าง "ความประทับใจ" และ "ความทรงจำ" ที่ดีเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรามี "ความสุข"
- เวอร์นิตี้ใช้ "นวัตกรรม" เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าถึง "ความสุข" ได้เร็วยิ่งขึ้น
- ก่อนจะเริ่มต้นสร้งธุรกิจ เราต้องหาตัวตนที่แท้จริงของเราให้พบก่อน เพราะนั่นจะทำให้เรามีความสุขไปกับมันทุกวัน


View_profile.jpg
  คลิก view profile ติดต่อกับ Vernity



อ้างอิง: https://www.facebook.com/VernityEdutainment 

« Back to Result

  • Published Date: 2016-05-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com