Creative Knowledge

« Back to Result | List

JIRAWAT LEATHER เปลี่ยนความหลงใหลให้จับต้องได้จริง

แบรนด์เครื่องหนังหน้าตาร่วมสมัยที่ดีไซน์ขึ้นอย่างประณีตในนาม JIRAWAT Leather มีจุดเริ่มต้นมาจากความหลงใหลในสัมผัสของ ‘หนัง’ ในห้องเรียนวิชาวัสดุศาสตร์ เมื่อครั้งที่ จิรวัฒน์ คำพร้อม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ยังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย

รักแรกพบในวันนั้นผลักดันให้จิรวัฒน์ลงมือศึกษางานออกแบบเครื่องหนังด้วยตนเองมาตลอด เขานำแรงบันดาลใจจากเรื่องราวรอบตัวและวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันมาตั้งเป็นโจทย์ในการออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงผลงานจนค้นพบแนวทางที่เป็นไปได้  จากวันแรกที่จิรวัฒน์ทดลองเย็บซองหนังสำหรับใส่นามบัตรอันเล็กๆ จนถึงวันนี้ที่ JIRAWAT Leather มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายมากมายหลากหลายรูปแบบ นับเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วที่เขายึดมั่นมาตลอดว่า “จะทำเครื่องหนังทุกชิ้นให้ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้มากที่สุด”

Jirawat01.jpg

ระยะเวลาเกือบทศวรรษที่จิรวัฒน์คลุกคลีอยู่กับเครื่องหนัง ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ไม่น้อยที่เติบโตขึ้นตามวัย  “แม้เราจะผ่านเรื่องราวต่างๆ มามาก แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่ยังไม่รู้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ ผมยังคงหลงใหลเครื่องหนังอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เรามองมันในแง่ของความเป็นจริงมากขึ้นครับ”  จิรวัฒน์เล่าว่าทุกวันนี้เขาต้องมองหาความเป็นไปได้จากผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นก่อนเสมอ เช่นว่ามันสามารถนำมาพัฒนาขายจริงได้หรือเปล่า ฯลฯ

Jirawat02.jpg

ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของ JIRAWAT Leather เขาจะนำเรื่องราวรอบตัวมาใช้เป็นแรงบันดาลใจแรกก่อน โดยหยิบสิ่งที่ ‘กระทบใจ’ มาวิเคราะห์พัฒนาเพื่อการออกแบบ และมองในแง่ของผู้ใช้ว่ากลุ่มเป้าหมายสนใจอะไรบ้าง ที่สำคัญคือต้องไม่ลืมว่าด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่นั้นเขาจะสนองตอบต่อความต้องการพวกนั้นได้อย่างไร  สำหรับจิรวัฒน์แล้ว การตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ จะวางอยู่บนพื้นฐานของความสอดคล้องกับ ‘ตัวตน’ ของแบรนด์  ซึ่งถ้าไอเดียไหนตอบโจทย์ได้หมด ก็จะถูกนำไปพัฒนาต่อเป็นสเก็ตช์ เป็นโปรโตไทป์ ก่อนที่จะนำไปผลิตจริงในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่กลมกลืนเข้ากับการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง

ลอกคราบคราฟท์ไทย : ไม่ใช่เพราะเทรนด์ แต่เป็นฟังก์ชั่น

แม้ความหลงใหลจะไม่เคยจืดจาง แต่จิรวัฒน์เล่าว่าแนวคิดในการออกแบบสินค้าของเขากำลังเปลี่ยนไป “การทำเครื่องหนังของปีนี้จะประกอบไปด้วยสามคำคือ Passion Positive และ Practical ครับ หมายถึงเราเริ่มจากความรักในสิ่งที่ทำ มองอุปสรรคเป็นแรงผลักดัน เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส และจบที่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงเสมอ”

 Jirawat04.jpg

เหตุที่จิรวัฒน์ให้ความสำคัญกับเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นอย่างมากนั้น เป็นเพราะตัวเขามองว่าเมื่อเวลาผ่านไป ‘เทรนด์’ จะเริ่มไม่ค่อยมีนัยสำคัญต่อแบรนด์มากนัก และในเมื่อเป้าหมายของผลิตภัณฑ์คือการตอบสนองการใช้งานของลูกค้า เขาจึงเลือกที่จะยึดสไตล์ของตัวเองเป็นหลัก โดยผนวกมันเข้ากับโจทย์ความต้องการของผู้คนในปัจจุบัน

“เทรนด์คือเรื่องของความชอบ-ไม่ชอบ สวย-ไม่สวย แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเล่าหากความสวยนั้นไม่ตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นในระยะยาว ผมอยากเลือกทำในสิ่งที่เข้ากับการใช้ชีวิตของผู้คนมากกว่า เพราะมันสามารถขยับขยายออกไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องยึดติดกับเทรนด์”

Jirawat03.jpg

และการที่จิรวัฒน์เลือกกระบวนการผลิตเครื่องหนังให้เป็นแบบแฮนด์เมด 100% นั้นก็ไม่ใช่ไอเดียที่เกิดขึ้นแบบตามกระแส หรือเกิดขึ้นลอยๆ  เหตุผลที่แท้จริงคือเขามองเห็นถึงศักยภาพในงานฝีมือของช่างฝีมือชาวไทย ที่มีความประณีต ละเอียดละออ เรียบร้อย  เหมาะที่จะนำมาใช้กับงานเครื่องหนังอย่างที่สุด  นอกจากนั้นจิรวัฒน์ยังแอบดึงเอาอัตลักษณ์ของ ‘ทักษะไทย’ บางข้อออกมาใช้กับการผลิตด้วย อาทิ การนำวิธีพับใบตองห่อขนมไทยมาใช้กับการตัดเย็บแผ่นหนัง ฯลฯ  ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ก็จะสัมผัสได้ว่า รูปแบบการพับและการตัดเย็บแบบไทยๆ นี้ ก็คือการนำอดีตและอนาคตของไทยมาเจอกัน เป็นความลงตัวทั้งในแง่ของ ‘แฟชั่น’ และ ‘ฟังก์ชั่น’ ที่ตอบโจทย์การบริโภคในยุคสมัยใหม่นั่นเอง

Jirawat05.jpg

Jirawat06.jpg

ความสำเร็จของแบรนด์ผ่าน TCDCCONNECT

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา จิรวัฒน์เห็นว่ากระแสของงานเครื่องหนังแฮนด์เมดเริ่มเข้ามาบูมในเมืองไทยมากขึ้น เขาจึงอยากคว้าโอกาสนี้ที่จะพัฒนาตัวเองให้ก้าวไกลไปกว่าเดิม “ถ้าพูดถึงเรื่องงานออกแบบในประเทศไทย ทุกคนที่เรียนออกแบบมาก็ต้องคิดถึง TCDC อยู่แล้ว แต่เมื่อผมได้รู้จักกับ TCDCCONNECT มันก็ทำให้ผมมองเห็นโอกาสของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มากขึ้น ฟังก์ชั่นนี้เหมือนเป็นช่องทางที่เชื่อมต่อลูกค้าต่างประเทศเข้ากับผู้ประกอบการไทย ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ดี มันทำให้เราได้เจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ ในการพัฒนาตัวเอง”

Jirawat07.jpg

ความสุขของจิรวัฒน์กับธุรกิจ JIRAWAT Leather ในวันนี้คงจะอยู่ที่การได้ทำงานที่ตัวเองรักต่อไปเรื่อยๆ  และสามารถรักษาคุณภาพการทำงานที่ดีเอาไว้  “สุดท้ายเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า ณ วันแรกที่เราเลือกงานนี้มันคือเพราะอะไร ถ้าให้ผมมองในระยะใกล้ๆ อีกสักสามปีข้างหน้า ผมก็อยากจะหาเทคนิคใหม่ๆ  เข้ามาใช้กับสร้างงานมากขึ้นเพื่อให้มันสอดรับกับการเติบโตของแบรนด์  แต่ปัจจุบันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ เราต้องรักษาคุณภาพของผลงานให้ดี เพราะนั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะจดจำเราได้ ทั้งกับการสร้างสรรค์รูปแบบ สไตล์ และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ รวมถึงการสอดแทรกความเป็นไทยเข้าไปเพื่อให้คนสัมผัสได้ว่า…นี่คือตัวตนของเรา” 

Jirawat08.jpg

Jirawat09.jpg

จิรวัฒน์ไม่ได้คิดว่าแบรนด์ของตัวเองจะต้องรีบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว  เพราะจากแปดปีก่อนที่ทำงานคนเดียวในสตูดิโอ (ที่เล็กมากๆ) จนวันนี้ได้ขยับขยายมาเปิดสตูดิโอที่กว้างขวางขึ้นในย่านอารีย์ เขาก็ถือเป็นก้าวย่างความสำเร็จที่น่าพอใจแล้ว  ทุกวันนี้จิรวัฒน์กำลังสนุกกับการสร้าง ‘คอมมูนิตี้ศิลปะ’ ในแบบที่ฝัน  โดยมีโปรเจ็กท์ทำงานร่วมกันกับเพื่อนดีไซเนอร์ในสาขาอื่นๆ เช่น กับแบรนด์ที่ผลิตเสื้อผ้า ด้วยหวังว่าจะมีโอกาสนำเสนอสไตล์ใหม่ๆ (และดีไซน์เนี้ยบๆ) จากฝีมือของกลุ่มคนที่ตั้งใจทำงานจริงออกไปให้ผู้คนได้สัมผัสมากขึ้น


View_profile.jpg

  คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Jirawatleather ได้โดยตรง


เกร็ดคิดปิดท้าย
- ในสนามของการแข่งขันที่มีผู้เล่นจำนวนมากอย่างตลาดเครื่องหนัง การสร้างแบรนด์ให้มีภาพลักษณ์อันโดดเด่นและเข้มแข็งนั้นอาจต้องใช้เวลามาก แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ของคุณยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกระแสการแข่งขันในระยะยาวได้

- ด้วยความที่มีสตูดิโองานฝีมืออยู่แล้ว การจัดเวิร์กช็อปง่ายๆ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของเครื่องหนังให้กับผู้ที่สนใจ (ให้ได้ลองทำแบบไม่ปิดบังเทคนิค) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึง ‘คุณค่า’ ของการสร้างงานด้วยมือ อีกทั้งยังเป็นการโปรโมทเชิงลึกที่จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่คนทำงานศิลปะด้วย

- ถึงแม้อุตสาหกรรมเครื่องหนังในประเทศไทยจะมีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะกับเครื่องหนังประเภทกระเป๋า ของใช้ และเครื่องประดับ (ที่มีมูลค่าสูงราวหนึ่งหมื่นล้านบาท) มันก็ไม่ใช่จะเป็นอุปสรรคสำหรับแบรนด์เล็กๆ เสมอไป เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคสนใจซื้องานที่มีดีไซน์ มีความเฉพาะตัวมากขึ้น ดังนั้นการมีตัวเลือกที่เยอะขึ้นในตลาดจึงเป็นแรงผลักดันที่ดีของทั้งอุตสาหกรรม  “ตลาดมันกว้างจนคุณจะทำอะไรก็ได้ …แต่สุดท้ายลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินคุณเอง” 


« Back to Result

  • Published Date: 2016-04-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com