Creative Knowledge

« Back to Result | List

Grabtaxi คลื่นลูกใหม่เขย่าวงการแท็กซี่ไทย

วัลลภา คมคาย เริ่มต้นการบรรยายถึงที่มาของแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารของแท็กซี่ หนึ่งในแอพฯ ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดอันดับต้นของประเทศไทยอย่าง grabtaxi แม้จะมีจุดเริ่มต้นในประเทศมาเลเซียโดย 2 ผู้ก่อตั้งอย่าง แอนโทนี ตัน และ โฮย หลิง ตัน สองนักศึกษาจากฮาร์วาร์ด บิสิเนส แพลน ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมโดยมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาด้านการเดินทาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน หลังจากที่ grabtaxi ได้เดินทางมาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2014 ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้ชาวไทย โดยคุณวัลลภาได้กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จของ  grabtaxi ว่าอยู่ภายใต้ 4 กฎแห่งการออกแบบ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้



1. ความต้องการของผู้ใช้งาน

จากปัญหาด้านการคมนาคมที่เป็นปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ ความต้องการระบบการขนส่งหรือการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งาน และที่สำคัญคือมีความปลอดภัย grabtaxi เข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานอย่างลงตัว อาทิ การให้บริการของแท็กซี่ภายในสนามบินที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณของผู้โดยสารที่ต้องการใช้งาน หรือปัญหาคนขับแท็กซี่ที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพราะมีต้นทุนในเรื่องของค่าเช่ารถและค่าใช้จ่ายอื่นๆ grabtaxi จึงไม่ได้เป็นเพียงแอพฯ ที่แก้ปัญหาให้กับผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังต้องช่วยแก้ไขปัญหาและยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ขับรถให้ได้อีกด้วย

Grab03.jpg

2. การออกแบบคือการสร้างสมดุลของ form และ function

คุณวัลลภากล่าวว่า ในมุมมองของ grabtaxi แอพพลิเคชั่นที่ประสบความสำเร็จ คือแอพฯ ที่มีผู้คนใช้งานจริง ซึ่งการก้าวไปถึงจุดนั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่ ความปลอดภัย ผู้ใช้แอพฯ เดินทางไปที่ไหน คนที่บ้านจะสามารถติดตามได้ ความน่าเชื่อถือ grabtaxi แจ้งราคาให้ผู้ใช้ทรายก่อนยืนยันการเรียกรถแท็กซี่ เพื่อสร้างความถูกต้องในการชำระค่าโดยสาร และความรวดเร็ว เมื่อกดเรียกแท็กซี่แล้วแอพฯ จะเลือกรถคันที่สามารถเดินทางมารับผู้โดยสารในเวลาที่รวดเร็วมากที่สุด

Grab02.jpg

3. การออกแบบคือการเดินทางเพื่อค้นพบ
grabtaxi มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแอพพลิเคชั่น วิศวกรรม และนักพัฒนาแอพฯ ที่หมั่นเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ออกแบบระบบการใช้งานที่รองรับกับความต้องการของผู้ใช้งานให้ตรงใจอยู่เสมอ

4. ทุกการออกแบบต้องสร้างเรื่องราว
คุณวัลลภาบอกเล่าประสบการณ์จากการทำแอพฯ grabtaxi ว่าเธอและทีมงานไม่ใช่แค่ออกแบบสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ทุกๆ สินค้าและบริการนั้นจะต้องมีเรื่องราวของตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง และที่สำคัญคือสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างจริงใจ เพื่อให้ลูกค้าได้ส่งต่อและบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ของ grabtaxi ไปยังผู้ใช้คนอื่นๆ ถือเป็นหนึ่งในช่องทางการขยายกลุ่มลูกค้าด้วยเรื่องราวที่มีคุณค่า


Grab05.jpg

ธุรกิจหน้าใหม่เพื่อสังคม ความมุ่งมั่นเพื่อสังคมที่ดีกว่า
สำหรับ grabtaxi ในประเทศไทย มีการจัดกิจกรรมหรือแคมเปญพิเศษขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการใช้ชีวิตของคนขับรถแท็กซี่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย ดังนี้

Grab a wish ลุ้นตามใจฝัน ลุ้นตามใจฉัน – โครงการเพื่อสังคมของ grabtaxi ร่วมมือกับ TrueYou ที่เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้ขอพรในงบประมาณ 1 แสนบาท โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ชนะจากกิจกรรมนี้ได้บริจาคคอมพิวเตอร์และหนังสือให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่โรงเรียนในเขตชนบทบริจาคหนังสือหลากประเภท

Grab school – เปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับลูกของคนขับแท็กซี่ โดยออกแบบหลักสูตรร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแบบคอร์สเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และทักษะของเด็กแต่ละคน เป็นกิจกรรมที่ส่งผลดีเพราะคนขับที่เข้าร่วมโครงการกล่าวว่า การได้เห็นลูกของตัวเองได้เรียนหลักสูตรต่างๆ นั้นเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้มีแรงใจในการทำงานต่อไป

อาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษ – grabtaxi ให้โอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนขับ และเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับผู้โดยสารชาวต่างชาติ สามารถมีรายรับที่เพิ่มมากขึ้น โดยคนขับแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการต่างมุ่งมั่นที่จะศึกษาเรียนรู้ เต็มใจที่พัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการฟัง พูด และสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

Grab09.jpg

Grab01.jpg

จากการใช้งานของผู้ใช้ สู่การปฏิวัติการคมนาคมระดับประเทศ
Grabtaxi พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นแอพฯ ที่คำนึงถึงการใช้งานในทุกมิติ นอกจากผู้โดยสารที่สามารถเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วมากขึ้นแล้ว คนขับแท็กซี่ยังได้รับโอกาสดีๆ ในการพัฒนาตัวเองหลากหลายรูปแบบ รวมถึงมีรายได้เพิ่มมากขึ้นถึง 300% เพิ่มรายรับ ลดค่าใช้จ่าย และปลดหนี้ที่มีอยู่ได้ นอกจากนี้ grabtaxi ยังมีแผนการที่จะออกแบบระบบข้อมูลเพื่อทำ “ข้อมูลอัจฉริยะ (Smart data)” เพื่อนำ Big data ที่เกิดจากผู้ใช้ input เข้าไป สะสมเป็นฐานข้อมูลจำนวนมาก นำมาช่วยปรับปรุงสภาพการจราจรที่แออัดของกรุงเทพฯ สร้างให้เกิดความปลอดภัยของการจราจร โดยในอนาคต ข้อมูลอัจฉริยะนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันในระดับอาเซียน 6 ประเทศ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการสร้างสรรค์และทำธุรกิจเพื่อสังคม ไม่หยุดแค่เพียงการยกระดับชีวิตเท่านั้น แต่ยังปฏิรูปการคมนาคมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

"ผู้สนับสนุนที่แท้จริงของธุรกิจอาจไม่ใช่นายทุนเสมอไป แต่เป็นผู้ใช้บริการต่างหากที่สำคัญต่อธุรกิจของเรา"


อ่านบทความเพิ่มเติม
GRABTAXI เทคโนโลยีที่เข้าใจทั้งผู้ขับและผู้ใช้รถแท็กซี่
 

« Back to Result

  • Published Date: 2016-03-28
  • Resource: www.tcdcconnect.com