Creative Knowledge

« Back to Result | List

Fasttechno พลิกวิกฤติหาโอกาส เปลี่ยนหนี้ร้อยล้านเป็นธุรกิจใหม่อย่างยั่งยืน

การเดินทางบนถนนธุรกิจนั้นไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ ยิ่งในกรณีของ กรภัคร์ มีสิทธิตา ผู้บริหารคนเก่งจาก Fasttechno ด้วยแล้ว เธอเคยผ่านมาหมดทั้งมรสุมชีวิต วิกฤตเศรษฐกิจ เคยมีทรัพย์สินขึ้นไปถึงหลักร้อยล้าน และมีภาระหนี้เกือบ 130 ล้านมาแล้วแบบตัวคนเดียว  แต่ไม่ว่าจะเจอวิกฤตมาสักกี่ครั้ง กรภัคร์ก็ไม่ยอมเข้าตาจนจริงๆ เสียที ปัจจุบันเธอก่อตั้งและดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท Fasttechno ผู้ผลิตและส่งออกเฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติและไม้แปรรูป 



กรภัทร์เล่าว่า เธอเติบโตขึ้นในครอบครัวคนจีน (ที่มักให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) ทำให้ต้องเป็นคนขยัน และมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการปลูกฝังจากคุณแม่ที่ทำงานเก่งและมีหัวการค้า กรภัทร์จึงมีโอกาสได้ลองจับธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งการขายเสื้อในตลาดนัด ขายกาแฟ ขายของชำ ขายอาหารสัตว์ ไปจนถึงการช่วยงานในธุรกิจซ่อมเฟอร์นิเจอร์  แต่หลังจากที่ช่วยครอบครัวบริหารธุรกิจขายอาหารสัตว์จนประสบความสำเร็จ เธอก็ตัดสินใจแยกตัวออกมาทำธุรกิจซักอบรีดร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน นับเป็นธุรกิจแรกที่เธอมีโอกาสบริหารงานด้วยตัวเอง และได้รับผิดชอบแบบเต็มตัว  

Fasttech02.jpg

แม้ธุรกิจซักอบรีดจะเป็นงานใหม่ที่ไม่เคยจับมาก่อน แต่กรภัทร์ก็ใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมการซักรีดของคนในชุมชน และนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างเป็นกลยุทธ์การตลาด เธอให้ลูกค้าลองนำเสื้อผ้ามาซักฟรีในช่วง 3 วันแรกที่เปิดกิจการ และจัดทำระบบสมากชิก ให้บริการส่งผ้าสะอาดถึงบ้าน ฯลฯ   ธุรกิจต่อมาของกรภัคร์คือการเปิดร้านรับซ่อมเฟอร์นิเจอร์ โดยเริ่มจากการรับซ่อมงานชิ้นเล็กๆ พัฒนาเติบโตจนได้ลูกค้ารายใหญ่ขึ้น เช่น ลูกค้าที่ต้องการให้ซ่อมเฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงพยาบาล และลูกค้าที่ทำเฟอร์นิเจอร์ไม้สักส่งออก แต่ต้องการคนซ่อมเฟอร์นิเจอร์มีตำหนิเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ ฯลฯ

ในช่วงที่กิจการร้านซ่อมเฟอร์นิเจอร์เติบโตดี กรภัทร์มีโอกาสได้ลองทำงานบิวท์อินให้กับอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง เธอจึงเล็งเห็นช่องทางที่จะขยายธุรกิจมาทำงานบิวท์อินให้กลุ่มโรงแรมด้วย  ต่อมางานรับเหมาตกแต่งโรงแรมก็หลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536) กรภัทร์เริ่มได้งานจากลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาทำโรงแรมในประเทศไทย และทุกครั้งที่มีโอกาสเธอจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อดูงาน คอยหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในเชิงศิลปะและการออกแบบ เพื่อนำมาต่อยอดกับธุรกิจของตนเองเสมอ

อย่างไรก็ดี วิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 ทำให้ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของกรภัคร์ประสบปัญหาอย่างหนัก ทั้งเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ แถมลูกค้าต่างประเทศก็พากันถอยทัพจากประเทศไทยกันหมด จากที่เคยมีทรัพย์สินเป็นร้อยล้าน กลับกลายเป็นมีหนี้สินที่พอกพูนถึง 130 ล้านในเวลา 2 ปี  ภาวะการณ์ครั้งนั้นบีบให้กรภัคร์ต้องลดขนาดธุรกิจ และผันตัวมาทำธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์แทน  แต่โชคร้ายที่ว่าธุรกิจนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก ยิ่งทำก็ยิ่งขาดทุน กรภัคร์ตัดสินใจเลิกธุรกิจ แยกทางกับสามี และแบกรับภาระหนี้สินทั้งหมดไว้เพียงลำพัง เธอกลับไปเริ่มต้นใหม่หมดแบบติดลบ เป็นจุดเปลี่ยนที่พาเธอก้าวมาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งในปัจจุบันด้วย

Fasttech03.jpg

ด้วยนิสัยไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบทำงาน ชอบค้าขาย ทำให้กรภัคร์ไม่กลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ เธอตัดสินใจที่จะไม่ละทิ้งงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ แต่กลับมาพิจารณาจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่คนงานของเธอมี จนเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาลองทำตลาดในประเทศ ผลิตงานในสัดส่วนที่เล็กลง และมุ่งขายตามงานเทรดแฟร์ต่างๆ  ทิศทางใหม่ของการทำธุรกิจนี้บังคับให้กรภัคร์ต้องพลิกแพลงทรัพยากรที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เธอเน้นการบริหารเงินทุนอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าที่จะทำการซื้อขายด้วยเงินสด และไม่กู้เงินเพิ่ม (เพื่อไม่ก่อหนี้เพิ่ม) จนในที่สุดก็สามารถใช้หนี้ที่ค้างอยู่ได้หมดในเวลาไม่นาน

Fasttech04.jpg

Fasttech05.jpg

กรภัคร์เล่าว่าเธอเริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยสินค้าง่ายๆ อย่าง ‘ฉากกั้นห้อง’ ซึ่งแม้จะเป็นสินค้าที่แพร่หลายในวัฒนธรรมเอเชียอื่นๆ (เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี) แต่กับคนไทยในช่วงแรกนั้นดูจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใช้ฉากกั้นห้องนัก  กรภัคร์รู้ว่าเธอต้องคิดหาวิธีสร้างประโยชน์ใช้สอยและสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจขึ้นใหม่ให้กับตัวสินค้านี้  เริ่มจากการจับกระแสเรื่อง ‘ศาสตร์ฮวงจุ้ย’ เพื่อนำมาสร้างเป็นจุดขาย แนะนำกลุ่มลูกค้าว่าฉากกั้นห้องสามารถแก้ฮวงจุ้ยที่ไม่ดีของบ้านได้อย่างไร ฯลฯ ซึ่งต้องยอมรับว่าการจับเทรนด์ที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ทำให้สินค้าใหม่ของเธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทำยอดขายทะลุเป้า และกลายเป็นสินค้าขายดีตลอดกาลของแบรนด์ Fasttechno มาจนถึงปัจจุบัน

Fasttech06.jpg

Fasttech07.jpg 

นอกจากนั้น กรภัคร์อธิบายว่าเธอได้นำหลักการ Zero Waste มาใช้กับกระบวนการผลิตของโรงงาน โดยนำเศษไม้ที่เหลือจากการผลิตสินค้าชิ้นใหญ่มาออกแบบและผลิตใหม่เป็นสินค้าชิ้นเล็ก ยกตัวอย่างเช่น พรมไม้ปูพื้น เก้าอี้ โมบายไม้ไผ่ ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะทำรายได้เพิ่มให้กับธุรกิจแล้ว ยังทำให้วัตถุดิบที่ซื้อมาไม่ถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ด้วย  

ทักษะการผลิต ความเชี่ยวชาญ และไอเดียการออกแบบพลิกแพลงวัสดุ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของ Fasttechno ความสนใจใฝ่รู้ในเรื่องวัสดุของกรภัคร์ผลักดันให้เธอลงทุนกับงานวิจัยด้านวัสดุและเทคนิคการผลิตใหม่ๆ อยู่เสมอ เธอจดสิทธิบัตรและส่งวัสดุใหม่เข้าไปให้ห้องสมุดวัสดุ (Material Connexion Bangkok) พิจารณาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีงานวัสดุของ Fasttechno หลายชิ้นที่ได้รับการบรรจุไว้ในห้องสมุดดังกล่าว

เกร็ดคิดปิดท้าย
- จุดเปลี่ยนสำคัญของ Fasttechno คือการปรับตัวมาทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ในขนาดธุรกิจที่เหมาะสม ประเมินความเสี่ยงและดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เริ่มต้นจากงานที่เรียบง่าย แล้วค่อยๆ ขยายขอบเขตออกไป สำคัญคือรู้จักต่อยอดธุรกิจให้ยั่งยืนด้วยการวิจัยพัฒนาวัตถุดิบ รู้จักใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับช่วงเวลา ทำให้สินค้าได้รับความนิยมขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว
- โลกธุรกิจก็เหมือนกับท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล ใครอยากจะตกปลาน้ำตื้นหรือปลาน้ำลึกก็เลือกเอาตามสบาย ขอแค่ทำแล้วมีความสุข และไม่เป็นหนี้ก็พอ
-  คิดได้อย่างเดียวไม่พอ ต้องลงมือทำอย่างจริงจังด้วย ความสำเร็จถึงจะรอคุณอยู่ข้างหน้า
- ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องสร้าง ‘เรื่องราว’ หรือ ‘สตอรี่’ ให้กับมันเสมอ

Website:   www.fasttechno.com 
    

« Back to Result

  • Published Date: 2016-03-30
  • Resource: www.tcdcconnect.com