Creative Knowledge

« Back to Result | List

ลูกค้า คือ (ไม่ใช่) พระเจ้า เลือกอย่างไรให้โดน

นักออกแบบอิสระ หรือฟรีแลนซ์ดีไซเนอร์ กลายเป็นเส้นทางที่นักสร้างสรรค์เลือกเดินแทนการเข้าออฟฟิศโดยมีเวลาเป็นตัวกำหนด แม้ว่าการทำงานอิสระ (อาจ) สามารถหารายได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน แต่ก็แลกมาซึ่งความเสี่ยงพร้อมความขมชื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเบี้ยวไม่จ่ายหรือแอบลดค่าจ้างเมื่องานเสร็จ ลูกค้าขโมยแบบร่างไปให้ผู้อื่นทำ ลูกค้าสั่งงานตอนสองทุ่มพร้อมขอดูงานแก้ไขตอนเช้าตรู่ ฯลฯ ดังนั้น การเจอลูกค้าที่ใช่จึงกลายเป็นโจทย์สุดหินมากกว่าการนั่งทำงานออกแบบด้วยซ้ำ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนักออกแบบอิสระอย่างเดียว แต่สตูดิโอออกแบบที่จดทะเบียนตั้งบริษัทอย่างถูกต้องตามกฏหมายก็เผชิญปัญหาไม่ต่างกัน  ดังนั้นการมองหาลูกค้าที่ใช่ ผู้ประกอบการที่โดนถือเป็นโจทย์หินที่ยากกว่างานออกแบบด้วยซ้ำ และนี่คืออีกหนึ่งมุมมองที่ช่วยให้นักออกแบบได้หยุดคิดสักนิดก่อนรับงาน

1. เข้าถึง “ลูกค้า” ก่อนรับงาน
ก่อนที่จะเดินเข้าบริษัทพบปะลูกค้า การบ้านแรกที่นักออกแบบจะต้องทำคือการศึกษาหาข้อมูลว่า ผู้ประกอบการรายนั้นทำธุรกิจอะไร อย่าลืมว่าทุกท่านมีความถนัดที่แตกต่าง ดังนั้นการมองหาลูกค้าที่สอดคล้องกับความถนัดของเราจะช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น บางครั้งนักออกแบบ (บางท่าน) ชอบความท้าทายด้วยการเปลี่ยนรูปแบบงานบ่อยๆ ซึ่งนั่นไม่ได้เป็นแนวทางที่ผิด แต่นักออกแบบจะต้องทำการบ้านเพิ่มเติมเพื่อให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

choose-client01.jpg

2. ภาษา “เงิน” หรือ ภาษา “งาน”
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เงิน” คือค่าตอบแทนที่นักออกแบบต้องการ ส่วนจะปริมาณมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปริมาณงานและความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งสำคัญที่นักออกแบบไม่ควรมองข้าม คือ การวางแผนการทำงานตั้งแต่วันแรกจนชิ้นงานเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับบรีฟ ขั้นตอนการออกแบบพัฒนาสินค้า กระบวนการผลิต การปรับแก้ไขงาน การตรวจรับงาน ฯลฯ ทั้งนี้ อย่าเลือกลูกค้าเพียงแค่รายได้ก้อนโตเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองหาลูกค้าที่ให้ความสำคัญในเรื่องการวางแผนการทำงานที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายทำงานได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าอย่างเป็นระบบ

choose-client02.jpg

3. อย่าเชื่อว่า เขา “แนะนำ” มา
หลายครั้งที่เราพบลูกค้าใหม่จากการ “แนะนำ” แบบปากต่อปาก พร้อมบรรยายสรรพคุณไว้อย่างดีพร้อม แต่นั่นไม่ได้เป็นข้อผูกมัดว่าเราจะต้องร่วมหอลงโรงกับลูกค้าเสมอไป เพราะนักออกแบบแต่ละท่านต่างมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน ในทางตรงกันข้าม ลูกค้าแต่ละท่านใช่ว่าจะพูดภาษาเดียวกับนักออกแบบทุกคน ดังนั้นนักออกแบบทุกท่านควรพร้อมเปิดประตูเรียนรู้ (ใจ) ลูกค้าด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจรับงาน


choose-client03.jpg

4. เคารพ “เวลา”

กระบวนการออกแบบจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนลงมือทำงาน ดังนั้น เราควรมองหาลูกค้าที่เคารพ “เวลา” การทำงานสร้างสรรค์ มากกว่าลูกค้าที่ต้องการนักออกแบบเนรมิตผลงานเพียงชั่วข้ามคืน เพราะงานออกแบบไม่ใช่การสร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามเป็นหลัก แต่คือการเดินควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมว่า การปรับเพียงแค่สีพื้นโปสเตอร์จากแดงเป็นฟ้าอาจทำให้นักออกแบบต้องเปลี่ยนคู่สีทั้งหมดบนชิ้นงาน เช่นเดียวกับการเปลี่ยนวอลเปเปอร์ภายในห้องนั่งเล่น อาจทำให้เราต้องปรับสีของเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในห้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกชิ้นงานใช้เวลาในการออกแบบมากกว่าการคลิกเปลี่ยนสีบนคอมพิวเตอร์เพียงครั้งเดียว

choose-client04.jpg

เชื่อว่านักออกแบบหลายท่านต่างต้องการลูกค้าที่น่ารัก ในทางตรงกันข้ามลูกค้าก็ต้องการนักออกแบบที่น่ารักเช่นเดียวกัน ดังนั้นก่อนเริ่มต้นทำงาน ทั้งสองฝ่ายควรจัดทำบรีฟร่วมกันพร้อมวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ อย่าคิดว่าการทำงานกับองค์กรเล็กน่าจะง่ายกว่าการทำงานกับองค์กรใหญ่ หรือทำงานกับองค์กรใหญ่แล้วได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทำงานกับคนที่พูดจาภาษาเดียวกันต่างหากที่ช่วยให้งานประสบความสำเร็จ ที่สำคัญ ควรสร้างพันธมิตรในแวดวงการออกแบบให้มากที่สุด เพราะนั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราเรียนรู้แนวทางการทำงานกับลูกค้าหลากสไตล์มากขึ้น

choose-client05.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2016-02-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com