Creative Knowledge

« Back to Result | List

ท่วมท้นด้วยยอดแชร์ สร้างกระแสให้ธุรกิจด้วยวิดีโอคอนเทนต์

จากรายงานของ eMarketer บริษัทวิจัยด้านการตลาดชั้นนำแห่งสหรัฐ รายงานว่า การโฆษณาผ่านมือถือ (Mobile Advertising) นั้นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมโฆษณาเจริญเติบโตอย่างพุ่งทะยาน ธุรกิจทั่วโลกทุ่มงบประมาณกว่า 64.25 พันล้านเหรียญฯ กับการลงโฆษณาบนมือถือเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา และเป็นตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นถึง 60% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2014 เครื่องมือสื่อสารเล็กๆ ในมือของผู้ใช้ทุกคนวันนี้ เป็นสิ่งที่เปลี่ยนเทรนด์การทำการตลาดของโลกไปตลอดกาล และทำให้โฆษณาในสื่อเก่าอย่างโทรทัศน์หรือสื่อสิ่งพิมพ์นั้นค่อยๆ ตกขอบและลดความนิยมอย่างยากจะฉุดรั้งอีกต่อไป

การได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดจากอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงได้ง่ายในทุกช่องทางกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมและการสร้างสรรค์เนื้อหาที่หมุนอำนาจการผลิตมาอยู่ในมือผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น มาดูกันว่าปัจจัยในการ “ยกระดับ” การโฆษณาในทุกวันนี้มีอะไรบ้าง สามารถสรุปได้ดังนี้

1. ผู้บริโภคใช้เวลาไปกับอุปกรณ์สื่อสารมากยิ่งขึ้น

นี่คือเหตุผลหลักของการที่ทำให้ธุรกิจตัดสินใจลงทุนกับการโฆษณาบนมือถือหรืออินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น ในแต่ละวัน ผู้บริโภคใช้เวลาไปกับหน้าจอสมาร์ทโฟนเฉลี่ยอยู่ที่ 97 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับการอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์เพียงแค่ 33 นาทีต่อวัน ผลลัพธ์คือนักโฆษณาต่างก็ตัดสินใจทุ่มทุนไปกับโฆษณาบนสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น

VideoContent01.jpg

2. เนื้อหาบนออนไลน์นั้นมีแต่ยิ่งน่าสนใจ
มองจากมุมของผู้ผลิตเนื้อหา การได้รับความนิยมของวิดีโอคอนเทนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นเกิดขึ้นจากปัจจัยหลากหลายประการ ทั้งราคาผลิตที่ไม่สูงแต่ได้คุณภาพดี สามารถถูกแชร์ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีกำหนดการออกอากาศเหมือนกับโทรทัศน์หรืออายุสั้นเหมือนสื่อสิ่งพิมพ์ และมองจากมุมของความต้องการของผู้บริโภค วิดีโอคอนเทนต์นั้นสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ที่หลากหลาย ทั้งสมาร์ทโฟน แทบเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ว่าจะตัดสินใจดูเวลาไหน ที่ไหน เซฟกลับไว้ดูในภายหลัง ทำให้วิดีโอคอนเทนต์จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่ได้รับความนิยมในการเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มากประสิทธิภาพในอนาคต

VideoContent03.jpg

3. การเติบโตของโซเชียลมีเดียนั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
โซเชียลมีเดียคือผู้เล่นคนสำคัญในการทำการตลาดบนโลกอินเทอร์เน็ต จากรายงานค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของการลงทุนในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 1 ปี หรือ The Compound Annual Growth Rate (CAGR) แสดงผลว่า อัตราการเติบโตประมาณ 18% ระหว่างปี 2014-2019 คือตัวเลขที่ทำให้ทิศทางการลงทุนบนโลกออนไลน์นั้นมีแต่คุ้มค่า โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook จำนวนการแชร์โฆษณาและราคาเฉลี่ยสำหรับลงโฆษณาในเว็บไซต์นั้นเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2015 ราคาเฉลี่ยของโฆษณาบนเฟซบุ้คนั้นเพิ่มถึง 220% ต่อ


VideoContent02.jpg

ครองโลกด้วยวิดีโอคอนเทนต์

เมื่อปีที่ผ่านมา มีวิดีโอที่ถูกโพสต์ขึ้นบนเฟซบุ้คเป็นจำนวน 8 พันล้านคลิปจากจำนวนผู้ใช้ 500 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบวิดีโอที่ถูกโพสต์ลงในยูทูป (youtube.com) ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ native video ads แม้จะเป็นแค่เบต้าออกมาให้ทดสอบก่อนก็ตาม แอพพลิเคชั่นสุดฮิตอย่าง Snapchat รายงานว่ามีวิดีโอถูกเปิดดูในแอพฯ มากถึง 6 พันล้านการเข้าชมต่อวัน สรุปโดยภาพรวม ผู้ใช้วัยผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ นั้นใช้เวลาในการดูคลิปวิดีโอบนโซเชียลมีเดียในหลายๆ ช่องทางเหล่านี้มากถึง 5 ชั่วโมง 31 นาทีต่อวัน (จากรายงานของ eMarketer ปี 2015) และกว่า 70% ของธุรกิจกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า วิดีโอคอนเทนต์คือเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์ 2 ใน 3 ของธุรกิจมีความคาดหวังว่าการทำวิดีโอคอนเทนต์คือการใช้งานกลยุทธ์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

VideoContent04.jpg

แต่ตัวเลขจำนวนมากเหล่านี้ก็ยังแสดงให้เห็นว่ามีธุรกิจอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เลือกใช้วิดีโอคอนเทนต์ในการสื่อสาร ด้วยเหตุผลว่าขั้นตอนการผลิตนั้นมาพร้อมกับความยุ่งยากและติดกับภาพจำเก่าว่าจำเป็นต้องมีความยาวที่ 5 นาทีขึ้นไป แต่แพลทฟอร์มหลากหลายเจ้าก็นำเสนอทางเลือกไว้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นคลิป 8 วินาทีใน Vines 15 วินาทีใน Instagram รวมไปถึงการทำ Streaming video ที่เปิดโอกาสให้ออนไลน์กันฟรีๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากในการ live แต่ละครั้ง ความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานทำให้นักการตลาดเริ่มต้นที่จะใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารไปให้ถึงกลุ่มผู้บริโภค  

VideoContent05.jpg
เฟซบุคเปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน Live streaming video

วิดีโอคอนเทนต์ที่กลายเป็นโอกาสใหม่ของธุรกิจ ในการเป็นช่องทางใหม่ในการสื่อสารและโฆษณา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับธุรกิจใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมก็สามารถใช้วิดีโอคอนเทนต์ในการสื่อสารได้ดีไม่แพ้กัน มาดูกันว่าขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มทำวิดีโอคอนเทนต์นั้นมีอะไรบ้าง

VideoContent06.jpg

1. วางแผนดำเนินงาน
ก่อนเริ่มทำวิดีโอคอนเทนต์หรือแคมเปญ การวางแผนในขั้นตอนเริ่มต้นนั้นสำคัญที่สุด สิ่งที่ควรกำหนดในแผนงานได้แก่ วัตถุประสงค์ของวิดีโอ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร สไตล์ที่ต้องการให้เป็น (สอดคล้องกับ DNA ของธุรกิจ) รวมไปถึงความยาวของวิดีโอ โดยสามารถเจาะลึกในรายละเอียดของวิดีโอด้วยการวาดสตอรี่บอร์ด (story board) ภายในประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐานดังต่อไปนี้
•  บทเปิด / คาแรกเตอร์ของตัวละคร / ฉาก
•  ปัญหาและความท้าทาย
•  แอ็คชั่นต่างๆ / การเดินทาง/ การค้นพบ
•  แนวทางแก้ไข/ ทางเลือก/ ท่อนฮุก
•  Call-to-Action หรือ CTA หน้าที่ให้ผู้ชมคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ของธุรกิจ

ในกรณีที่ทำวิดีโอคอนเทนต์เป็นแอนิเมชั่น ไม่จำเป็นต้องเลือกทีมงานที่ตรงสายภาพยนตร์ แต่จำเป็นต้องจัดจ้างนักสร้างภาพเคลื่อนไหว (animator) และนักวาดภาพประกอบ แต่สำหรับวิดีโอคอนเทนต์โดยปกติแล้วนั้น จำเป็นต้องจัดจ้างทีมเขียนบท, สตูดิโอโปรดักชั่น, นักพากย์, เพลงประกอบ และนักตัดต่อ


2. เลือกช่องทางการเผยแพร่ที่ถูกต้อง
เมื่อได้วิดีโอคอนเทนต์มาแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือช่องทางในการเผยแพร่ หนึ่งช่องทางหลักคือหน้าเว็บไซต์ของธุรกิจหรือของแบรนด์ แต่ช่องทางหลักอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ถ้าต้องการเข้าถึงผู้เยี่ยมชมหน้าใหม่ ช่องทางต่อมาคือ Youtube เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงจากผู้ชมหน้าใหม่กว่าพันล้านคน แต่ขึ้นอยู่กับธุรกิจ เพราะแม้แต่ยูทูปเองก็มีข้อจำกัดบางประการที่อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจ อาทิ การที่ยูทูปไม่ให้ใส่ลิ้งก์ภายนอกในวิดีโอ อนุญาตให้ใส่เฉพาะลิ้งก์ที่เป็นยูทูปด้วยกันเองเท่านั้น หรือการมีโฆษณาก่อนเข้าคลิป ทำให้มีโอกาสมากที่ผู้ชมจะตัดสินใจปิดก่อนได้เข้าชมคลิปที่แท้จริง แต่ยูทูปเองก็มีข้อดี เพราะเป็นทางเลือกสำคัญในการสื่อสารเนื้อหา ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่ม SEO ให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี

3. ดึงดูดใจผู้ชมให้ได้มากที่สุด
ทำอย่างไรให้เมื่อกดเผยแพร่วิดีโอของเราไปแล้ว จะเอาใจผู้ชมได้อยู่หมัด กดแชร์กันท่วมท้นจนเป็นไวรัล มีตัวช่วย 3 วิธีการที่จะทำให้วิดีโอคอนเทนต์ของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

•  SEO (Search engine optimization) ช่วยให้ผู้ชมหาเราเจอได้ง่ายขึ้น – เริ่มจากชื่อวิดีโอ ทำให้แน่ใจว่าชื่อวิโอนั้นมีคียเวิร์ดสำคัญ สื่อสารเมสเซสได้ภายใน 60 ตัวอักษร โดยสามารถตั้งชื่อได้ด้วยเครื่องมืออย่าง Youtube keyword tool หรือ Google Adwords keyword tool, คำบรรยาย SEO จะไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง ธุรกิจจะต้องร่วมมือด้วย นั่นคือการใส่คำบรรยายสั้นๆ เพื่อย้ำคียเวิร์ดของวิดีโอของเรา ภายใน 55-70 ตัวอักษรที่จะปรากฏอยู่ในลิ้งก์วิดีโอของเรา, Tags เน้นย้ำคำสำคัญอีกครั้งในแทก, เลือกรูปแสดงผลที่ดึงดูดใจ นอกจากวิดีโอแล้ว การเลือกรูปแสดงผล (thumbnail) จะช่วยดึงดูดความสนใจผู้ชมให้ตัดสินใจคลิกเข้ามาชมวิดีโอของเรา, ลิ้งก์ (links) ยิ่งสามารถใส่ลิ้งก์ในช่องทางต่างๆ ในการเผยแพร่วิดีโอคอนเทนต์ของเราได้มากเท่าไหร่  จะสามารถช่วยให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงวิดีโอ ตลอดจนเข้าชมเว็บไซต์หรือหน้าเพจของเราได้มากขึ้นเท่านั้น 

•  บอกผู้ชมให้ได้ว่าทำไมวิดีโอนี้ถึงควรคลิกเข้ามาดู – นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจมากพอเพื่อดึงดูดการเข้าชมจากผู้ใช้งาน โดยสามารถทำได้ในหน้าเพจของธุรกิจแบบทันที ตัวอย่างเช่น นำเสนอเป็น bullet point 3 ข้อที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับจากวิดีโอนี้, สรุปเนื้อหาสำคัญ 2-3 ประโยค หรือเลือกคำพูดโดนใจในกรณีที่เป็นวิดีโอที่มีการบรรยาย เป็นต้น และถ้าเป็นไปได้ สามารถใส่คำบรรยายในวิดีโอเป็นตัวอักษร เพื่อให้ผู้ชมสามารถอ่านคร่าวๆ และช่วยให้เข้าใจเนื้อหาในกรณีที่ไม่สามารถเปิดเสียงดูได้ในทันที ทั้งยังเป็นการเพิ่มความแน่ใจด้วยว่าผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจะได้เมสเซสที่ธุรกิจต้องการสื่อสารออกไป

VideoContent07.jpg

4. ได้ยอดไลค์ เพิ่มยอดแชร์ สร้างกระแสไวรัล
วิดีโอคอนเทนต์ไม่ใช่แค่เพียงต้องโน้มน้าวใจผู้ชมให้เข้ามาชมเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความรู้สึกอยากแชร์ให้เกิดขึ้นทันทีหลังดูจบอีกด้วย การที่วิดีโอคอนเทนต์กลายเป็นไวรัลคลิปนั้นช่วยเพิ่มยอดวิว ส่งผลดีในแง่การตลาดให้กับธุรกิจ โดยธีมหลักที่มักทำให้ผู้ชมกดแชร์ต่อจนเป็นกระแสนั้นมีธีมดังนี้

•  อารมณ์ขัน – เพราะทุกคนต้องการช่วงเวลาพักเบรกด้วยเสียงหัวเราะสั้นๆ ระหว่างการทำงานหรือช่วงก่อนนอน และผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็ชื่นชอบที่จะแชร์คลิปตลกต่อให้เพื่อนๆ ความท้าทายหนึ่งเดียวของธีมนี้คือ การสร้างวิดีโอคอนเทนต์ที่ตลกสำหรับผู้ชมกลุ่มกว้างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น อาจลดความเสี่ยงได้ด้วยการทดสอบให้ชมภายในกลุ่มผู้ชมเล็กๆ ก่อนเปิดตัว เพื่อให้แน่ใจว่าวิดีโอคอนเทนต์นั้นทำให้ผู้ชมทั่วไปหัวเราะไปกับเรา



•  เซอร์ไพรส - ความประหลาดใจที่น่าจดจำมักจะทำให้ผู้ชมกดแชร์เสมอ วิดีโอที่สามารถช่วยทำให้ผู้ชมตั้งคำถาม มองเห็นมุมที่แตกต่าง หรือรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจ เมื่อดูจบจะทำให้การแชร์นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและกลายเป็นไวรัลได้อย่างแน่นอน 



•  มีประโยชน์ -   ถ้าหากวิดีโอคอนเทนต์เป็นวิดีโอที่ช่วยแก้ปัญหา ให้คำแนะนำ หรือค้นพบเทรนด์ใหม่ๆ เป็นไปได้ง่ายมากที่วิดีโอนั้นจะถูกแชร์ออกไปจำนวนมาก เพราะการแชร์วิดีโอที่เป็นประโยชน์นั้นคือการส่งต่อประโยชน์สู่คนอื่นๆ อีกด้วย



 ขั้นตอนดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ธุรกิจหรือแบรนด์ต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์ตามข้อจำกัดต่างๆ ได้ โดยอย่าลืมที่จะวัดผลในขั้นตอนสุดท้าย จำนวนการเข้าชม จำนวนการแชร์ จำนวนการถูกพูดถึง ตัวเลขเหล่านี้สามารถเป็นสิ่งชี้วัดการรับรู้ของแบรนด์และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยประกอบกับความสม่ำเสมอในการผลิตคอนเทนต์วิดีโอเป็นประจำ เพื่อให้คนจดจำภาพลักษณ์และสื่อสารแคมเปญใหม่ๆ ที่เข้าถึงได้ในวงกว้าง เพื่อการรับรู้ของแบรนด์ในระยะยาวต่อไป 

VideoContent08.jpg

จะหาผู้ผลิตวีดีโอได้ที่ไหน?
ถ้าคุณกำลังมองหาผู้ผลิตคอนเทนต์วีดีโอให้กับธุรกิจของคุณ TCDC CONNECT รวบรวม portfolio ของนักสร้างภาพเคลื่อนไหวหลากหลายสไตล์ ไว้ที่นี่


Connect Films.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2016-02-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com