Creative Knowledge

« Back to Result | List

Startup: ธุรกิจคนตัวเล็กเปลี่ยนโลก

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน การเป็นเจ้าของธุรกิจที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจสั่นสะเทือนจึงเป็นไป ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในบทความนี้จะกล่าวถึงเรื่องราวของ Airbnb และ Uber สองธุรกิจที่เริ่มต้นจากด้วยการเป็นสตาร์ทอัพด้วยคนเพียงไม่กี่คน มีเงินตั้งต้นแค่ไม่เท่าไร แต่สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนโลกแห่งการบริการให้ไม่ เหมือนเดิมอีกต่อไป



Airbnb: มิติใหม่แห่งการพักแรม
ในปี 2007 ผลจากการไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักในเมืองซานฟรานซิสโกทำให้ Brian Chesky และ Joe Gebbia เกิดไอเดียเปิดห้องพักของพวกเขาให้แขกมาพักแรมโดยมีบริการเป็นเตียงเป่าลมและอาหารเช้า เมื่อมีคนมาใช้บริการจริง พวกเขาจึงเริ่มจริงจังกับไอเดียนี้โดยร่วมตั้งธุรกิจที่มีชื่อว่า Airbed & Breakfast กับ Nathan Blecharczyk อดีตเพื่อนร่วมห้องและเริ่มสร้างเว็บไซต์ให้คนที่สนใจเปิดห้องให้แขกพักมาลงโฆษณาห้องของตน

Paul Gram จากบริษัทลงทุน Y-Combinator เห็นถึงจินตนาการอันล้นเหลือในธุรกิจนี้จึงตัดสินใจให้เงินทุน 20,000 เหรียญกับพวกเขา แต่ธุรกิจกลับไปได้ไม่สวยนักโดยทำเงินได้เพียง 200 เหรียญต่อสัปดาห์ ทั้งสามจึงเริ่มหาต้นตอของปัญหาและพบว่ารูปถ่ายห้องพักที่เจ้าของบ้านนำมาลงในเว็บไซต์ดูไม่สวยงามทำให้ไม่น่าเข้าพัก พวกเขาจึงไปตามบ้านเหล่านั้นเพื่อขอถ่ายรูปใหม่สำหรับนำมาลงในเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังมีการปรับกลยุทธ์อื่นๆ เช่น เปลี่ยนชื่อเว็บไซต์จาก Airbed & Breakfast เป็น Airbnb.com เพื่อให้กระชับขึ้น เก็บค่าคอมมิชชั่นจากเจ้าบ้าน 3% และเพิ่มประเภทที่พักให้มีหลากหลายขึ้น ตั้งแต่โซฟาในห้องรับแขกจนถึงปราสาททั้งหลัง

ผลที่ตามมา คือ มีนักเดินทางทั่วโลกเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์มากขึ้นและได้รับเงินจากนายทุนหลายต่อหลายครั้งจนสามารถขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นได้สำเร็จ ในปัจจุบัน Airbnb มีมูลค่า 1.3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และกลายเป็นเว็บไซต์จองที่พักยอดนิยมในหมู่นักเดินทางเพราะสามารถเลือกที่พักตามความต้องการของตนในราคาที่เหมาะสมได้ เช่น เช่าเฉพาะห้องนอนหรือเช่าอพาทเมนต์ทั้งหลัง อีกทั้งยังได้โอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ท้องถิ่นกับเจ้าของบ้าน ในขณะเดียวกันผู้คนก็หันมาเปิดบ้านให้แขกเข้ามาพักแรมกันมากขึ้นเพราะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้พิเศษและพบปะกับผู้คนใหม่ๆ



Uber: ปฏิวัติวงการรถรับส่งสาธารณะ
ความไม่มีประสิทธิภาพของบริการแท็กซี่ในเมืองซานฟรานซิสโกทำให้ Garrett Camp และ Travis Kalanick เห็นโอกาสในการทำธุรกิจบริการรถรับส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองร่วมงานกับ Ryan Graves และก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Uber ขึ้นในปี 2009 Uber เริ่มให้บริการรถรับส่งสาธารณะเป็นครั้งแรกในกรุงนิวยอร์กในปี 2010 โดยไม่ได้มีรถรับส่งเป็นของตนเองแม้แต่คันเดียว แต่ให้บริการด้วยการใช้แอปพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเชื่อมผู้ที่มีรถยนต์และยินดีให้บริการรับส่งเข้ากับผู้ที่ต้องการใช้บริการรถสาธารณะ นอกจากนี้ Uber ยังเน้นการให้บริการที่ดีเหนือกว่ารถแท็กซี่ทั่วไปให้แก่ผู้โดยสาร Uber จึงมีการอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น มีน้ำดื่มให้ในรถ หรือชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตแทนการใช้เงินสด

ผลที่ตามมาคือ ความนิยมใน Uber ที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้มีการขยายบริการในหลายเมืองในสหรัฐ รวมถึงเมืองในยุโรปและเอเชียจนในปัจจุบันมีบริการของ Uber ใน 36 ประเทศ 124 เมืองสำคัญทั่วโลก อีกทั้งกลายเป็นทางเลือกการใช้บริการรถรับส่งสาธารณะได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเทคโนโลยีของ Uber ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมผู้พร้อมให้บริการกับผู้ต้องการใช้บริการเข้าด้วยกันทำให้ Uber ไม่ต้องยึดติดแค่การให้บริการรับส่งผู้โดยสาร แต่ยังสามารถขยายประเภทการให้บริการไปยังด้านอื่นๆ ได้ เช่น UberRUSH ที่เป็นบริการส่งของผ่านทางมอเตอร์ไซค์ในนครนิวยอร์ก ถือเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจที่ไม่สิ้นสุด ในปัจจุบันมูลค่าของ Uber มีสูงถึง 1.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และมียอดรายได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ หกเดือน

กรณีศึกษาของ Airbnb และ Uber บริษัทที่เคยตั้งต้นจากการเป็นสตาร์ทอัพจนในปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายล้านดอลล่าร์สหรัฐ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันส่งผลให้มิติของโลกธุรกิจเปลี่ยนไป โลกธุรกิจทุกวันนี้ไม่ใช่แค่โลกของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทุนล้นเหลืออีกต่อไป แต่เป็นโลกของคนที่มีแนวคิดใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนและก้าวทันแนวคิดของตัวเองได้ก่อนใครด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีเหลือเฟือในปัจจุบันให้เป็น

Reference:
Uber’s Founding
The Vision For $US3.4 Billion Uber Is Much More Than Just A Car Service, And It Could Vastly Improve Our Lives
Are Investors ‘Nuts’ To Value Uber At $18 Billion? In A Few Years, That’ll Seem Like A Bargain
UberRUSH
A Brief History of Airbnb
Airbnb: From Y Combinator To $112M Funding In Three Years


« Back to Result

  • Published Date: 2015-08-21
  • Resource: www.cu-tcdc.com