Creative Knowledge

« Back to Result | List

เทรนด์ใหม่ Cohousing Space แชร์ที่นอนหมอนมุ้งพร้อมพื้นที่ทำงาน

ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การเชื่อมต่อสังคมออนไลน์และอินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น Edge, 3G, 4G, WiFi กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า ต่างนำกลยุทธ ฟรี WiFi มาเป็นจุดขาย พร้อมเปิดพื้นที่ภายในร้านให้ผู้บริโภคเข้ามานั่งเล่นเน็ท แชทกับเพื่อน ติวหนังสือ หรือแม้กระทั่งนั่งประชุมทำงานกันภายในร้าน ด้วยเหตุนี้ธุรกิจแบบ Coworking Space เช่น Hubba, Pun Space, Muchroom จึงได้กำเนิดขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มคนที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจของตนเองพร้อมเปิดโอกาสให้คุณได้พบปะเพื่อนใหม่ที่อาจเดินอยู่ในแวดวงเดียวกัน แต่วันนี้เรามีอีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่เป็นมากกว่าการแชร์พื้นที่ทำงานภายใต้แนวคิด Cohousing Space 

3046823-slide-s-1-passion-project-beyond-roommates.jpg

Coworking Space VS Cohousing Space
โมเดลการทำธุรกิจของ Cohousing Space นั้นมีหัวใจหลักที่ไม่ต่างจาก Coworking Space มากนัก โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างฝันเป็นของตนเอง กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยที่นิยมใช้ Coworking Space ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Tech Startup, นักออกแบบสร้างสรรค์ สถาปนิก วิศวกร นักบัญชี ที่ทำงานอิสระ หรือกำลังก่อตั้งบริษัท โดยทั่วไปแล้วกลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้อาจไม่มีเงินทุนมากพอในการปั้นธุรกิจให้เป็นจริง ดังนั้นการเชื่อมโครงข่ายผ่าน Coworking Space จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจเข้ามาร่วมลงขันสร้างธุรกิจด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่ม Tech Startup ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งนักลงทุนก็มีหลายรูปแบบเช่น Venture Capital ในรูปแบบองค์กร หรือ นักลงทุนอิสระ Angel Investor แต่สำหรับ Cohousing Space นั้นเป็นแนวคิดในการแชร์พื้นที่ทำงานและที่พักอาศัยร่วมกันบนบ้านหลังเดียว จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการเช่าหอพักที่แชร์พื้นที่ส่วนกลาง เช่น พื้นที่ทำงาน ห้องครัว ห้องน้ำ สวนนอกบ้าน ร่วมกัน แต่จะแตกต่างก็ตรงที่การคัดเลือกผู้อยู่อาศัยที่พร้อมแบ่งปันแนวคิดในการทำงานบนพื้นที่เดียวกัน

shared-living-article.jpg

จุดเริ่มต้นของ KrashPad - Cohousing Space
KrashPad ก่อตั้งโดยคู่สามีภรรยา Phil และ Jennifer Fremonth-Smith ทั้งสองนำประสบการณ์ด้านการซื้อ-ขายที่พักอาศัยมาเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจ Cohousing Space จากโอกาสที่ได้ร่วมงานกับ TechStars เนื่องจากพนักงานบางส่วนต้องย้ายมาอยู่ที่เมืองบอสตัน แต่ติดปัญหาที่ไม่มีที่พัก แทนการหาห้องเช่าธรรมดา Fremonth-Smith กลับสร้างธุรกิจแบบ Cohousing Space เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันบนบ้านหลังเดียว KrashPad เริ่มต้นจากการเช่าบ้าน 6 ห้องนอนในเมืองแคมบริดจ์ แมสซาชูเซสตส์ จากนั้นโพสข้อความผ่านเว็บไซท์ Craiglist เชิญผู้ที่สนใจมาร่วมแบ่งปันพื้นที่ พร้อมสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านการระดมสมอง พัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญในการนำเสนองาน ภายในโฆษณาชิ้นนั้นยังระบุข้อความเพิ่มเติมไว้ว่า “พี่เลี้ยง (Montors) นักลงทุน หรือผู้สนับสนุน สามารถแวะทักทายได้ตลอดเวลา” กลุ่มคนเหล่านี้ล้วนเป็นที่สนใจของผู้เริ่มต้นทำธุรกิจหน้าใหม่ เพราะนอกจากความรู้ที่จะได้รับแล้วยังอาจมีโอกาสได้เงินลงทุนตั้งตัวด้วย เพียงข้ามคืน มีผู้สนใจสมัครเข้าบ้านหลังนี้เป็นร้อยๆคน แต่ละท่านต่างมีทักษะความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย โดย Fremonth-Smith เลือกผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สนใจจากทักษะความชำนาญที่หลากหลายและจะต้องเชื่อมต่อกันได้ เพราะนั่นคือหัวใจหลักของการแบ่งปันพื้นที่ เพียงแค่ปีแรก Fremonth-Smith ไม่ได้หยุดอยู่ที่ KrashPad เพียงที่เดียว แต่ได้เปิดอีก 2 แห่งในเมืองบอสตัน และนิวยอร์ค ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการแชร์บ้านพักอาศัยพร้อมพื้นที่ทำงานร่วมกัน หลังจากนั้นไม่นาน Fremont-Smith เปลี่ยนชื่อ KrashPad - Cohousing Space เป็น Krash

krashpad

ปัจจุบันในประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเปิดให้บริการ Cohousing Space มากมาย เช่น Campus, The Embassy Network, Pure House ในซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย, นิวยอร์ค หรือข้ามฝั่งไปทางยุโรปก็มีที่ อังกฤษ เดนมาร์ค กับรูปแบบการทำธุรกิจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เหมือนดั่งเช่น Coworking Space ในต่างประเทศที่เริ่มเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกราฟฟิค สถาปนิก นักออกแบบภายใน แฟชั่น นักกฏหมาย นักบัญชีการเงิน ฯลฯ แต่สิ่งสำคัญคือการแบ่งปันความคิดสร้างสัมพันธภาพระหว่างกันและกันอันเป็นหัวใจหลักของพื้นที่ทำงานแบบ Cohousing Space ที่ทุกพื้นที่จะต้องสร้างให้ได้ มิเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากการนั่งทำงานที่บ้านหรือในร้านกาแฟคนเดียว

KrashPad
Website:
https://krash.io
Facebook: Krash

เครดิตข้อมูลและภาพ :   

« Back to Result

  • Published Date: 2015-07-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com