Creative Knowledge

« Back to Result | List

ใช้อิสระอย่างมืออาชีพ...กับอาชีพฟรีแลนซ์

17174470705_ab7ffef85a_o.png

ใช้อิสระอย่างมืออาชีพ...กับอาชีพฟรีแลนซ์
จากรายงานการวิจัยของ freelancersunion.org เมื่อปี 2014 พบว่า เป้าหมายของการเป็นฟรีแลนซ์นั้นไม่ใช่เรื่องของรายได้เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องของโอกาสในการได้ทำงานที่ ‘ตัวเองรัก’ รวมถึงประเด็นแวดล้อมทางด้านเวลา ทางเลือก และอิสระในการใช้ชีวิตด้วย  โดย 78% ของกลุ่มตัวอย่างจากการวิจัยนี้ระบุว่าพวกเขาต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน

อีก 77% กล่าวว่าการเป็นฟรีแลนซ์ทำให้บริหารตารางการทำงานได้ดีกว่า
และ 75% บอกว่าแฮปปี้กับอาชีพฟรีแลนซ์เพราะรู้สึกว่าได้เป็นเจ้านายตัวเอง

ปัจจุบันการเป็นฟรีแลนซ์นั้นไม่ได้หมายถึงการทำงานแต่เพียงลำพังเท่านั้น เพราะอันที่จริงแล้วกลุ่มคนที่ทำงานอิสระแบบนี้ได้เริ่มมีการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อจะเป็นกุญแจต่อยอดสู่การเติบโตและความอยู่รอดในระยะยาว เครือข่ายของมนุษย์ฟรีแลนซ์นั้นครอบคลุมไปถึงการหางาน การแนะนำลูกค้า การสร้างเน็ตเวิร์ค และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ระหว่างกัน ซึ่งพลังความร่วมมือเหล่านี้ถือเป็นหัวใจที่สำคัญมากที่จะทำให้เหล่าฟรีแลนซ์สามารถเดินหน้าประกอบอาชีพต่อไปได้

สถิติที่น่าสนใจจากเครือข่ายฟรีแลนซ์
81% จ้างงานและส่งต่องานให้เครือข่ายที่รู้จักกัน
52% เคยจับมือทำงานร่วมกันในโปรเจ็คท์ที่น่าสนใจ
และอีก 37% ทำการค้าขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างกันเอง

1815904-the-freelancer-independent-consultant-work-from-homers-guide-to-tax-write-offs-rotator.jpg

เป็นฟรีแลนซ์ดีอย่างไร
1. มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นได้ – หนึ่งในข้อดีลำดับต้นๆ ของชีวิตฟรีแลนซ์ก็คือการได้หลุดพ้นจากพันธนาการของการตอกบัตรและสแกนนิ้ว  ฟรีแลนซ์สามารถจะเลือกเวลทำงานได้เองตามความสะดวก บริหารจัดการเวลาได้อย่างอิสระ และสามารถเก็บกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่ต้องง้อวันหยุดราชการ

2. เลือกลูกค้าได้  –  แน่นอนว่าการทำงานประจำนั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้เราเลือกงานหรือเลือกลูกค้าได้เองตามใจชอบ เราอาจต้องเจอกับลูกค้าที่นิสัยแปลกๆ ทำงานไม่มืออาชีพ หรือไม่ถูกจริตกัน ฯลฯ แต่หากเป็นฟรีแลนซ์แล้วล่ะก็ เราย่อมมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเลือกงานหรือเลือกลูกค้าที่เราอยากทำงานด้วย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา (หรือสุขภาพจิต) ไปกับงานที่สร้างความทุกข์ให้เรา

3. ทำงานที่ไหนก็ได้(ในโลก) – ฟรีแลนซ์สามารถจะมีที่ทำงานที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ อาจจะเป็นร้านกาแฟใกล้บ้าน ที่แอร์พอร์ตเลานจ์ระหว่างรอขึ้นเครื่อง เรื่อยไปจนถึงตามเกสต์เฮ้าส์น่ารักๆ ในเมืองต่างถิ่น  ขอเพียงแค่สถานที่นั้นมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดไอเดียและช่วยสร้างความรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานก็พอ

4. เป็นเจ้านายตัวเอง – หนุ่มสาวออฟฟิศหลายคนมีฝันที่จะได้เป็นเจ้านายตัวเอง ซึ่งนั่นหมายความว่าจะไม่มีใครมาคอยเจ้ากี้เจ้าการสั่งงานคุณจากเบื้องบน  และคุณเองจะมีอำนาจการตัดสินใจเต็มเปี่ยมตราบใดที่คุณสามารถดีลกับลูกค้าได้

5. ได้รับผลประโยชน์ครบทุกเม็ด – ไม่สำคัญว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่ แต่สำคัญว่ารายได้จากการทำงานจะตกเป็นของคุณแต่เพียงผู้เดียว  ซึ่งรายรับที่เพิ่มพูนขึ้นนี้สามารถจะนำไปต่อยอดและพัฒนาเป็นธุรกิจภายใต้ชื่อของคุณเองในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ดี การเป็นฟรีแลนซ์ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเท่านั้น เรื่องที่ไม่น่าเย้ายวนของสถานภาพนี้ก็มีไม่น้อยเช่นกัน เราลองมาศึกษาข้อเสียของอาชีพฟรีแลนซ์ดูบ้าง

Freelance.jpg

ความเสี่ยงของการเป็นฟรีแลนซ์

1. ความไม่แน่นอนของงาน(และเงิน) – ความแน่นอนข้อหนึ่งในอาชีพฟรีแลนซ์ก็คือ ‘ความไม่แน่นอน’ ปริมาณงานและเงินในแต่ละเดือนอาจกวัดแกว่งได้อย่างมาก  บางช่วงเราอาจจะรู้สึกเหมือนเจอพายุโหมกระหน่ำ แต่บางช่วงก็ว่างเสียจนใจหาย  ซึ่งช่วงไหนที่เรามีรายจ่ายมาก แต่รายรับน้อย ก็อาจจะพาลเครียดเอาง่ายๆ ได้เหมือนกัน

2. เวลางานและเวลาชีวิตผสมปนเป – ในขณะที่เราเอนจอยกับการได้เป็นเจ้านายตัวเอง มารู้ตัวอีกทีก็มีงานกองเต็มเตียง มีแฟ้มเต็มโต๊ะกินข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟรีแลนซ์ที่ทำงานที่บ้านด้วยแล้ว การบริหารเวลางานและชีวิตส่วนตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป

3. ทุกหัวโขนในคนเดียว – หากเราทำงานประจำตามออฟฟิศ เนื้องานต่างๆ ย่อมถูกแบ่งสรรปันส่วนไปตามแผนกที่เชี่ยวชาญ แต่เมื่อใดที่เราออกมาเป็นฟรีแลนซ์แล้วล่ะก็ความรับผิดชอบทั้งหมด (ของทุกแผนก) จะตกมาอยู่ที่เราเพียงลำพัง  ทั้งเรื่องการตลาด การโฆษณา การเจรจากับลูกค้า ไปจนถึงการปิดการขาย และการตามเก็บเงินด้วย

4. อาจถูกเบี้ยวค่าจ้าง – ความเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เหล่าฟรีแลนซ์ถอดใจไปตามๆ กันก็คือการเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องศึกษาเรื่องเอกสารสัญญาให้ดี (ก่อนจะตกลงรับงาน)  และถือคติ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ จะปลอดภัยที่สุด

5. ลาขาดสวัสดิการ – ข้อดีที่หลายคนตัดใจไม่ลงจากการเป็นพนักงานออฟฟิศก็คือแพคเกจสวัสดิการต่างๆ ทั้งประกันสุขภาพ กองทุนเงินออม กองทุนกู้ยืม ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้เราใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงมากเกินไป แต่ในทันทีที่เราออกมาเป็นฟรีแลนซ์ นั่นหมายความว่าเราจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย

เกร็ดคิดปิดท้าย
- การเป็นฟรีแลนซ์นั้นคือชีวิตที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองภาค ดังนั้นก่อนที่ใครจะตัดสินใจเดินออกจากงานประจำ ขอให้แน่ใจก่อนว่าคุณเต็มใจที่จะรับความเสี่ยงนานาประการที่อาจเกิดขึ้น  

- อาชีพฟรีแลนซ์จริงๆ ก็คือการ ‘มีอิสระอย่างมืออาชีพ’ โดยคุณจะต้องระบุเป้าหมายในชีวิตแต่ละช่วงให้ชัดเจน และหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดที่จะเดินไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

- สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือออกมาเป็นฟรีแลนซ์ คุณก็จะมี ‘อิสระ’ และมี ‘ภาระ’ ในแบบที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะบริหารอิสระและภาระที่มีนั้นได้ถูกทางหรือไม่



Tags: freelancer

« Back to Result

  • Published Date: 2015-05-08
  • Resource: www.tcdcconnect.com