Creative Knowledge

« Back to Result | List

‘Hackerspace’ ช่องทางธุรกิจใหม่เมื่อเหล่าเซียนคอมฯ หันมาจริงจังกับเรื่องเล่น

Microsoft-Startup-Center.jpg

เมื่อพิจารณาดูตัวเลขการเกิดใหม่ของพื้นที่ปฏิบัติการสร้างสรรค์ประเภท Fab Lab, Makerspace หรือ Hackerspace นั้น เราจะเห็นว่าจำนวนของมันได้พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งเเต่ช่วงกลางยุค 2000’s  เฉพาะในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว พบว่ามี Hackerspace รวมแล้วกว่า 1000 แห่ง และมี Fab Lab อีกว่า 260 แห่ง (ข้อมูลปี 2014) ซึ่งแนวโน้มการเติบโตเช่นนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลายประการ ไม่ว่าจะจากความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลที่แพร่หลายขึ้น หรือจากกระบวนการคิดที่ต่อยอดมาจากวัฒนธรรม DIY ฯลฯ 

ปัจจัยเหล่านี้นำไปสู่การเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Maker Movement ซึ่งผูกโยงแน่นแฟ้นอยู่กับวิถีการแชร์ความรู้แบบโอเพนซอร์ส (Open Source) การผลิตร่วมกันของกลุ่มคน (Peer Production) และการระดมทุนจากมวลชน (Crowdfunding)  สังเกตได้ว่าพฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันคือเราผลิตเนื้อหากันเองในโลกออนไลน์มากขึ้น  เราใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคม เรื่อยไปจนถึงการที่ผู้สร้างนวัตกรรมเล็กๆ สามารถก้าวเข้ามาเป็นผู้แก้ปัญหาใหญ่ๆ ในสังคมได้ (แทนที่จะต้องรอผู้ผลิตรายใหญ่เหมือนในอดีต)

วันนี้ TCDCCONNECT จะพาคุณมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งพื้นที่สร้างสรรค์ที่เรียกว่า ‘Hackerspace’ ซึ่งก็ถือเป็นกลไกสำคัญที่ร่วมผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น

 
noisebridge2_660.jpg

Hackerspace คืออะไร
หลายคนให้นิยามมันว่าเป็นเสมือนศูนย์กลางการเรียนรู้ และพื้นที่สำหรับแบ่งปันองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งในรูปแบบของเวิร์คชอป การบรรยาย ฯลฯ ซึ่งจะใช้ความสัมพันธ์แบบกลุ่มเป็นตัวนำพาผู้คนให้มาแลกเปลี่ยนความคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน เทรนด์การเกิดขึ้นของ Hackerspace นี้เริ่มต้นจากในทวีปยุโรป เดิมเป็นพื้นที่ของเหล่าโปรแกรมเมอร์และนักสร้างสรรค์ในกลุ่มดิจิตอล ที่ตัดสินใจเเบ่งปันพื้นที่การทำงานร่วมกัน (แน่นอนว่าเกี่ยวโยงกับการเป็น ‘แฮคเกอร์’ ด้วย) 


Hackerspace แห่งเเรกที่ก่อตั้งขึ้นอย่างจริงจังมีชื่อว่า C-base เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ.1995 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี (ประเทศที่มีค่าเฉลี่ยความสามารถทางสติปัญญาสูงที่สุดในโลก และเป็นเมืองต้นน้ำของนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โลกหลายต่อหลายชิ้น) ในช่วงนั้น C-base มีสมาชิกเข้าร่วมใช้พื้นที่กว่า 450 คน  มันยังคงเปิดดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันในฐานะหน่วยงานไม่เเสวงหาผลกำไร ที่มุ่งหวังจะเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องซอฟต์เเวร์และฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์  ต่อมาในช่วงปี  2007 มีกลุ่มชาวอเมริกันที่ได้พบเห็นการใช้พื้นที่สร้างสรรค์ลักษณะนี้ในยุโรป จึงได้นำแนวคิดเดียวกันไปจุดระเบิดยังทวีปอเมริกา จนเกิดเป็น Hackerspace ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย อาทิ NYC Resistor, HacDC หรือ Noisebridge (ที่ให้กำเนิดเครื่อง 3D Printer เครื่องแรก) เป็นต้น

Hacker-Space_1505x663.jpg

สำหรับในทวีปเอเชีย ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอยู่ที่ประเทศจีน (แผ่นดินที่ได้ชื่อว่าถูกจำกัดการเข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตสูงติดอันดับโลก) โดย Hackerspace แห่งแรกของจีนนั้นมีชื่อว่า Xinjechian เปิดตัวขึ้นราวปีค.ศ.2010 ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นต้นแบบของโมเดลธุรกิจใหม่ที่ทำให้เกิดการปฏิวัติอย่างเเท้จริงจากภายใน โดย Xinjechian ได้เริ่มสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างนักสร้างสรรค์ในประเทศจีน  เปิดประตูบานแรกให้กับ ‘วัฒนธรรมเมคเกอร์’ และทำให้แฮคเกอร์รวมถึงนักประดิษฐ์ชาวจีนเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ระบบต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งของด้วยความสนุก  ความเคลื่อนไหวนี้นำพาไปสู่การเกิดขึ้นของ ‘วัฒนธรรมโอเพนซอร์ส’ เกิดค่านิยมใหม่ๆ ในสังคมที่ทำให้ชาวจีน (ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวหาว่าขาดความคิดสร้างสรรค์) สามารถเปลี่ยนจุดอ่อนมาเป็นพลังใหม่ และยกระดับความเป็นอยู่รวมถึงศักยภาพในการคิดสร้างสรรค์ ให้เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

Hackerspace ทำงานอย่างไร
ส่วนใหญ่แล้วปัจจัยที่ทาง Hackerspace มือโปรจะต้องเตรียมไว้ให้เหล่าสมาชิกใช้เป็น ‘เครื่องมือ’ ในการทำโปรเจ็กท์นั้นมีหลากหลาย เริ่มตั้งเเต่สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างไฟฟ้า เซิร์ฟเวอร์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงอุปกรณ์ล้ำสมัยอย่างเครื่องจักรสำหรับตัด เจาะ กรอ เฉือน ขัดเงา และอุปกรณ์สำหรับสร้างงานศิลปะจากวัตถุดิบที่หลากหลาย ทั้งเครื่องตัดไม้ เตาเผาเซรามิก เครื่องทอผ้า เครื่องบันทึกเสียง โปรเจ็คเตอร์ฉายภาพยนตร์ วิดีโอเกม เรื่อยไปจนถึงตู้เย็นสำหรับเก็บอาหาร ฯลฯ

ส่วนวิธีการดำเนินธุรกิจของ Hackerspace นั้น ส่วนมากจะใช้วิธีเก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิก เพื่อนำงบประมาณมาจัดสรรซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ  จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญมาคอยให้คำปรึกษา และจัดจ้างพนักงานมาดูเเลความเรียบร้อยของพื้นที่ โดย Hackerspace เเต่ละแห่งก็จะมีแพ็คเกจราคาที่แตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะและความครอบคลุมของการให้บริการ  นอกจากนั้นรายได้อีกทางหนึ่งของ Hackerspace ยังมาจากการสนับสนุนของสปอนเซอร์ต่างๆ ด้วย


1280px-Wikimedia_Conference_Berlin_-_Developer_meeting_(7739).jpg

สำหรับในเมืองไทยเอง ทุกวันนี้เราก็มี Hackerspace เปิดดำเนินการอย่างจริงจังบ้างแล้วเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น CITEC Hacker Space ที่มีบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ มีระบบระดมทุนจากมวลชน (ช่วยหาเงินมาสนับสนุนธุรกิจ) และมีการจัดอบรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หากเทียบกับในต่างประเทศแล้วเมืองไทยเรายังถือว่าไม่ค่อยมีบริการทางด้านอุปกรณ์และเครื่องมือที่รองรับการทำงานสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนนี้จึงถือเป็นช่องว่างทางธุรกิจที่ยังเปิดกว้าง เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ จะก้าวเข้ามานำเสนอ ‘โมเดลการให้บริการ’ เพื่อรองรับกับความต้องการของกลุ่มคนรักเทคโนโลยีเเละนวัตกรรมใหม่ๆ ได้

People to Watch

Bilal Ghalib คืออีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ปฏิวัติวงการ Hackerspace เขาเป็นผู้นำแนวคิดธุรกิจนี้ไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ในโลกตะวันออกกลาง ลองชม Bilal Ghalib พูดในงาน TED ในหัวข้อ Hackerspace Revolution

เครดิตภาพ
www.wired.com 
meanstheworld.co


« Back to Result

  • Published Date: 2015-04-08
  • Resource: www.tcdcconnect.com