Creative Knowledge

« Back to Result | List

Digital Detox® บำบัดพฤติกรรมติดจอ ช่องทางธุรกิจใหม่ในโลกยุคดิจิตอล

EDITED DSC03887-1.jpg

อยากให้คุณลองตอบคำถามสองข้อนี้เล่นๆ  ข้อหนึ่ง...คุณจำได้มั้ยว่าครั้งสุดท้ายที่คุณใช้ชีวิตปกติโดยไม่เช็คอีเมล ไม่เล่นเฟสบุค ไม่ดูอินสตาแกรม และไม่คุยโทรศัพท์เลยเกินสองวัน มันคือเมื่อไหร่? ข้อสอง...บ่อยแค่ไหนที่คุณกินข้าวหรือเข้าห้องน้ำไปพร้อมๆ กับเล่นมือถือในมือด้วย?  ถ้ายังนึกไม่ออก (หรือไม่กล้ารับความจริง) วันนี้เรามีตัวเลขเฉลี่ยจากการสำรวจที่อาจช่วยเคาะคำตอบให้คุณได้...

1.  ปัจจุบันนี้มนุษย์โลกกว่า 61% ติดเล่นมือถือ*
2. 
ครึ่งหนึ่งของประชากรโลกชอบที่จะสื่อสารผ่านโลกดิจิทัลมากกว่าคุยกันตัวต่อตัว*
3. 
มีผู้คนกว่า 95% ที่ยอมรับว่าตนเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ชนิดใดหนึ่ง) ก่อนนอนราวหนึ่งชั่วโมง*

เชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบเบาๆ ในใจแล้วล่ะว่า “ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น” แต่คุณรู้หรือไม่ว่าผลลัพธ์จากพฤติกรรมการเสพติดเทคโนโลยีดิจิตอลเหล่านี้มันคืออะไรบ้าง? ที่แน่ๆ แสงจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์จะกระตุ้นให้คุณรู้สึกตื่นตัวและยับยั้งฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งทำให้คุณนอนหลับไม่สนิท รวมไปถึงคุณจะมีสมรรถภาพการทำงานที่แย่ลงและอารมณ์เสียได้ง่ายขึ้นในระหว่างวัน  นอกจากนั้นงานวิจัยยังบ่งชี้ว่า การเล่นโซเชียลมีเดียมากๆ ยังจะส่งผลให้ระดับความเหงา ความเศร้า และความกลัวของผู้คนเพิ่มขึ้นได้เป็นหลายเท่าตัว  ทีนี้เราลองฝึกสำรวจความรู้สึกในตัวเราดูสักนิด แล้วตอบตัวเองสิว่าเราควรจะพาร่างกายและจิตใจของเราเข้าสู่โหมด ดิจิทัล ดีท็อกซ์® (Digital Detox®) กันบ้างรึยัง?

Disconnect to Reconnect

ดิจิทัล ดีท็อกซ์® คือโปรแกรมการบำบัดอาการเสพติดเทคโนโลยีที่มีวิธีการให้เลือกมากกว่า 15 รูปแบบ ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมหลายพันคนที่สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ความเป็น ‘อิสระอย่างแท้จริง’ ขึ้นได้สำเร็จแล้ว การบำบัดนี้จะเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในแบบองค์รวม คือต้องเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมทางกายไปพร้อมๆ กับการปรับภาวะจิตใจภายในด้วย  โดยภายใต้แนวคิดที่ว่า “เราจะตัดขาด (Disconnect) จากอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และเชื่อมต่อใหม่ (Reconnect) เข้ากับตัวเราเอง กับชุมชน ธรรมชาติ และโลกภายนอก” เป้าหมายสำคัญของโปรแกรมดิจิทัล ดีท็อกซ์® ก็คือการสร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิต ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสงบและมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงได้ชัดขึ้น

แน่นอนว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์เราสามารถพัฒนาการใช้ชีวิตได้อย่างรอบด้าน แต่กลุ่มดิจิทัล ดีท็อซ์® ก็เชื่อเช่นกันว่า ‘เทคโนโลยีที่ดี’ ควรจะก่อให้เกิดระบบความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์  นอกจากนั้นแล้วพวกเขายังเชื่อมั่นเต็มร้อยว่า รอยยิ้ม อ้อมกอด เสียงหัวเราะ และการสบตากันในชีวิตจริงนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าเหนือกว่าการใช้ Emoticon มากมายนัก

playshops.jpg

ตลอดโปรแกรมการทำดิจิทัล ดีท็อซ์® ผู้เข้าร่วมจะต้องเคารพกฎที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด นั่นก็คือห้ามแตะต้องหรือเข้าไปข้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งนาฬิกา(!) เพราะอุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้คือต้นตอที่ทำลายความสงบในใจคุณ ทำให้คุณนึกถึงเจ้านาย เกิดความวิตกกังวล และมีอาการ FOMO ต่างๆ นานา (Fear Of Missing Out)  เช่น กลัวพลาดข่าวสาร กลัวตกเทรนด์ ตกข่าวฮิตในโลกออนไลน์ ฯลฯ  ในทางตรงกันข้าม ทันทีที่คุณเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดนี้ เขาจะจัดกิจกรรมสันทนาการมาให้คุณเลือกทำมากมาย (ตามความชอบและความถนัด)  เริ่มต้นจากการปรับสมดุลในจิตใจด้วยการทำสมาธิ  ซึ่งจะเน้นไปที่การกำหนดลมหายใจและการรับรู้ถึงสภาวะจิต จากนั้นก็เพิ่มระดับการสร้างสมดุลทางกายต่อเนื่องด้วยกิจกรรมโยคะหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหฐโยคะ กุณฑาลินีโยคะ วินยาสะโยคะ ฯลฯ โดยกิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมได้รู้สึกถึงพลังใหม่ๆ จากภายใน (ได้ยินเสียงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง) ซึ่งจะดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของคนผู้นั้นด้วย

camp-grounded-smaller-24.jpg

ต่อมาเป็นกิจกรรมการเขียนและทำงานศิลปะด้วยมือ
 ซึ่งจะปลดปล่อยตัวคุณจากความสะเพร่า ความรีบร้อน และการชอบแก้ปัญหาชุ่ยๆ ด้วยปุ่ม Command + Z ในชุดกิจกรรมช่วงนี้ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ถึงวิถีการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในแบบแอนาล็อก เน้นการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งหลายๆ คนจะค้นพบเองว่าการกลับมานั่งเขียนถึงสิ่งต่างๆ ด้วยลายมือนั้นมันสามารถจะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อจิตใจได้แค่ไหน คุณจะรู้สึกสนุกที่ได้ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก วัยที่คุณเคยเขียนจดหมายหาเพื่อน หาครอบครัว หรือหาคนที่แอบชอบ ฯลฯ แต่ถ้าใครนิยมการใช้พิมพ์ดีดมากกว่า โปรแกรมดิจิทัล ดีท็อซ์ เขาก็มีเป็นตัวเลือกให้เช่นกัน  จากนั้นก็ยังมีในส่วนของการฝึกทำงานศิลปะ ซึ่งจะมีกิจกรรมให้คุณได้ทดลองทำอีกมากมาย ทั้งการวาดภาพสีน้ำ การทำงานศิลปะจากแสงอาทิตย์ การทำกำไลข้อมือแบบ DIY เรื่อยไปจนถึงการทำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ฯลฯ

camp-grounded-smaller-33.jpg

Levi Felix
และ Brook Dean สองผู้ก่อตั้งธุรกิจดิจิทัล ดีท็อซ์® เผยว่าในช่วงหนึ่งของการเรียนรู้ชีวิต พวกเขาเคยมาฝึกสมาธิที่วัดในประเทศไทย และได้เรียนรู้วิถีการทำเกษตรในแบบ Permaculture จากคนไทยด้วย ซึ่งนั่นเองทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าอันที่จริงแล้วประเทศไทยคงมีศักยภาพสูงมากทีเดียวที่จะพัฒนาตัวเองเป็นแหล่งเรียนรู้ และริเริ่มธุรกิจในแบบ ดิจิทัล ดีท็อซ์® นี้ขึ้นได้ เพราะหากจะมองกันถึงปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบสำคัญแล้ว ไทยเรามีความพรั่งพร้อมทั้งในเรื่องพื้นที่อันเป็นธรรมชาติ มีองค์ความรู้ในการสร้างสมดุลกายใจที่เป็นวัฒนธรรมของเราเอง รวมถึงยังมีบุคลากรที่มีทักษะความสามารถในการถ่ายทอดปรัชญาเหล่านี้ให้กับผู้อื่นได้ด้วย  เชื่อแน่ว่าหากผู้ประกอบการไทยนึกฝันจะนำแนวคิดเช่นนี้มาพัฒนาต่อยอด ก็น่าจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ธุรกิจสาขาใหม่ๆ ขึ้นได้ไม่ยาก เพราะรูปแบบการดำเนินธุรกิจของดิจิทัล ดีท็อซ์®  นั้น แม้จะไม่ได้มีเป้าหมายที่การทำกำไร (อันเป็นตัวเงิน) แบบสูงสุด แต่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมก็ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถรันกิจกรรมต่างๆ ต่อไปได้ อาทิเช่น หลักสูตรระยะสั้น 72 ชั่วโมง (ในสหรัฐอเมริกา) จะมีสนนราคาอยู่ที่ 595$ (ห้องพักเตียงคู่) และ 1,400$ (ห้องสวีท) เป็นต้น

เกี่ยวกับผู้ก่อตั้ง Digital Detox®

Levi Felix ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อเดินทางไปเรียนรู้วัฒนธรรมอันแตกต่างพร้อมกับคู่ชีวิต Brooke Dean โดยทั้งคู่ตัดสินใจไม่นำโทรศัพท์มือถือหรือแลปท้อปติดตัวไปด้วยเพราะมุ่งมั่นจะออกค้นหาความสมดุลที่แท้จริงจากโลกที่ไม่มีเทคโนโลยีเกี่ยวข้อง พวกเขาเริ่มเรียนโยคะ สมัครเป็นอาสาสมัครกับองค์กรไม่แสวงหากำไร กระทั่งตัดสินใจเปิดเกสต์เฮ้าส์บนเกาะแห่งหนึ่งในประเทศกัมพูชาเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมนี้ให้กับเพื่อนร่วมโลก หลายปีหลังจากนั้นทั้งคู่เดินทางกลับบ้านเกิดในสหรัฐอเมริกา และก่อตั้งธุรกิจ ดิจิทัล ดีท็อซ์®  ขึ้นในที่สุด


camp-grounded-smaller-16.jpg

long-climb.jpg

long-thin-archery.jpg

camp-grounded-smaller-21.jpg

16BARS5-popup.jpg

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
สอดประสานวิถีไทยในวัฒนธรรม Permaculture
Are You Digitally Obsessed? Is Offline Going to Be the New Luxury?


ข้อมูลและ
เครดิตภาพจากเว็บ digitaldetox.org

« Back to Result

  • Published Date: 2015-03-03
  • Resource: www.tcdcconnect.com