Creative Knowledge

« Back to Result | List

JUST-IN-CASE รองเท้าเพิ่มความสูงให้คุณผู้ชายแบบเร่งด่วน

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

IMG_7362.JPG


เฉลิมกิติ์ โภคามาศ ดีกรีสถาปนิกจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ เดินหันหลังให้กับการออกแบบบ้านเข้าสู่แวดวงโฆษณา กว่า
6 ปีที่ร่วมคลุกคลีกับลูกค้าสร้างแบรนด์ที่หลากหลาย เขาเริ่มตั้งคำถามว่า “ฝัน” ของตนเองคืออะไร จะมีโอกาสหรือไม่ที่เขาจะสร้าง “แบรนด์” เป็นของตนเอง และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เฉลิมกิติ์ปั้นแบรนด์ JUST-IN-CASE รองเท้าเพิ่มความสูงของคุณสุภาพบุรุษ

ตั้งไข่เริ่มต้นธุรกิจ
เนื่องจากเป็นคนที่รูปร่างเล็ก เฉลิมกิติ์จึงเลือกใช้แผ่นความสูงใส่ไว้ในรองเท้าเพื่อเพิ่มความสูงของตนเอง แต่พอใช้ไปไม่นาน เขาพบว่ารองเท้าพังเร็วกว่าปกติ สาเหตุเพราะความชันของพื้นแผ่นความสูงไม่สอดรับกับตัวรองเท้า ทำให้ส่วนด้านหน้ารองเท้าเสีย สวมใส่ไม่สบายเท้า เดินยาก และเพิ่มความสูงได้ไม่มากนัก (ประมาณ 2.5 เซนติเมตร)

10624836_436605176477388_4025878481252894890_n.jpg
จากปัญหาที่พบทำให้เฉลิมกิติ์คิดอยากทำรองเท้าเสริมความสูงดีๆสักคู่ เขาใช้เวลาปีกว่าในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตั้งแต่การเข้าคอร์สเรียนตัดเย็บรองเท้า คลุกคลีกับโรงงานเพื่อศึกษาขั้นตอนและกระบวนการผลิตรองเท้า ปรึกษาเพื่อนที่เป็นแพทย์ด้านกระดูกโดยตรง เพื่อออกแบบรองเท้าเสริมความสูงที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้สวมใส่
เขาพบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบใส่รองเท้าที่สบายเท้า เดินง่าย แตกต่างจากผู้หญิงที่(บางครั้ง)ยอมใส่ส้นสูงรูปแบบสวยงามแต่เดินยาก ดังนั้นการถ่ายเทน้ำหนักภายในรองเท้าจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบรองเท้าให้กับผู้ชาย จนในที่สุดเขาสามารถปั้นต้นแบบรองเท้าเสริมความสูงของคุณผู้ชายที่เพิ่มความสูงได้ในตัวเอง

เอกลักษณ์และกลุ่มเป้าหมายของ JUST-IN-CASE
เป็นรองเท้าเสริมความสูงของคุณผู้ชายที่สวมใส่ง่าย ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็สามารถเดินได้คล่อง สบายเท้า โดยมีความสูงให้เลือกตั้งแต่ 4.5, 7.5 และ 10 เซนติเมตร เมื่อมองจากภายนอกก็จะดูเหมือนรองเท้าทั่วไป แต่นั่นไม่ใช่เอกลักษณ์ทั้งหมด เพราะ JUST-IN-CASE ให้ความสำคัญกับงานช่างฝีมือ (Craftsmanship) ที่ตัดเย็บรองเท้าจากประสบการณ์ชั้นเยี่ยมทุกคู่เพื่อให้ชิ้นงานมีความคงทน สวยงาม ส่วนชื่อแบรนด์ได้นำข้อความ “Just in case” ที่พบในตู้ดับเพลิงมาใช้เพื่อสื่อว่าเรามีรองเท้าที่สามารถเพิ่มความสูงให้กับคุณได้ทันที เฉลิมกิติ์มองกลุ่มเป้าหมายหลักไว้คุณผู้ชายในงานแต่ง คนทำงานวัย 28-35 ปี แต่กำลังขยายฐานกลุ่มเป้าหมายลงไปที่วัยนิสิต นักศึกษา ที่ต้องการเพิ่มความสูงในวันสำคัญๆและวันใส่สบาย โดยเปลี่ยนวัสดุพร้อมปรับรูปแบบรองเท้าให้มีราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น

1472725_336665616471345_1940753980_n.jpg 

หลังจากเปิดหน้าร้านได้ไม่นาน เฉลิมกิติ์พบว่า มีนักบิดรถมอเตอร์ไซท์บิกไบค์มาซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เคยวางแผนเอาไว้ หลังจากการสอบถามจึงพบว่า ส่วนใหญ่แล้วเบาะของรถมอเตอร์ไซท์บิกไบค์จะมีความสูงตามสัดส่วนของชายชาวตะวันตก การสวมใส่รองเท้าเสริมความสูงจะช่วยให้เขาขึ้นรถมอเตอร์ไซท์ได้ง่ายขึ้น แถมดูสมาร์ทอีกต่างหาก

แบรนด์ไซส์เล็กกับช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่เดินเข้าสู่ตลาด การเลือกใช้เครื่องมือสื่อสารทางการตลาดที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จากการศึกษาพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของ JUST-IN-CASE มีโลกเสมือนจริงคู่ขนานบนสังคมออนไลน์ เฉลิมกิติ์จึงใช้ Facebook เป็นช่องทางการสื่อสารหลัก พร้อมมีเซเลบริตี้บางท่านอาทิ คุณติ๊ก เจษฎาพร สวมใส่รองเท้าด้วย แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์เป็นรองเท้า การลองสวมใส่ก่อนการซื้อจึงมีความจำเป็น ดังนั้นการมีหน้าร้านจะช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ ในช่วงแรกเฉลิมกิติ์แบ่งพื้นที่โกดังของเพื่อนแถวซอยรางน้ำขนาด 1 X 3 เมตร เป็นพื้นที่ที่ให้ลูกค้าได้ทดลองสวมใส่และใช้เป็นสถานที่สำหรับรับรองเท้า ก่อนจะมีโอกาสย้ายเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า โดยเริ่มต้นจากการตั้งแต่บูธขายสินค้าชั่วคราว จนในที่สุดมีหน้าร้านเป็นของตนเองบนพื้นที่ประมาณ 8 ตารางเมตรในเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 2

Untitled-1.jpg

1609935_445735348897704_3759333966152267484_n.jpg

อีกหนึ่งช่องทางในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักก็คือ การเข้าร่วมส่งผลงานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ แบรนด์ JUST-IN-CASE ได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการสร้างนักออกแบบแฟชั่นไทยสู่ตลาดโลก (Designers’ Room) อีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เช่น การเข้าร่วมจัดแสดงสินค้างาน BIFF & BIL เมืองทองธานี พร้อมได้รับคัดเลือกจาก DITP ให้ไปแสดงผลงานที่ประเทศฝรั่งเศส ผลงานของ JUST-IN-CASE ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Trend Forum Spring/Summer ปี 2015 ภายในงานด้วย

อุปสรรคและการก้าวข้าม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสร้างหนึ่งผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนย่อมผ่านขวากหนามมาทั้งนั้น สำหรับ JUST-IN-CASE แล้ว อุปสรรคที่สำคัญคือ การพัฒนาต้นแบบรองเท้าเสริมความสูงในช่วงแรก เพราะไม่มีโรงงานรองเท้าไหนรับผลิตรองเท้าตามที่เขาต้องการ จะหันไปทางไหนก็มีแต่ช่างส่ายหัว เขาจึงจำเป็นต้องศึกษากระบวนการผลิตรองเท้าทั้งหมด ก่อนที่จะปรับรูปแบบการผลิตรองเท้าเสริมความสูงให้สอดคล้องกับรูปแบบการผลิตเดิมที่มีอยู่ ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถก้าวผ่านอุปสรรคได้ ปัจจุบันเฉลิมกิติ์ได้พบกับช่างรู้ใจมากประสบการณ์ที่พร้อมสรรสร้างรองเท้าเสริมความสูงให้กับคุณผู้ชาย

อนาคตของ JUST-IN-CASE
นอกจากเฉลิมกิติ์อยากสร้างแบรนด์ JUST-IN-CASE ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกตามแนวความคิด Design Made with Craftsmanship แล้ว เขาอยากให้ผู้ชายทุกคนมีรองเท้าเสริมความสูงอย่างน้อย 1 คู่ในบ้าน สำหรับสวมใส่ในวันพิเศษเพื่อเพิ่มความสง่า คล้ายๆกับคุณสุภาพสตรีที่มีรองเท้าส้นสูงติดบ้านไม่ต่ำกว่า 1 คู่

2.JPG

แนวคิดเคล็ด(ไม่)ลับในการทำธุรกิจ

เฉลิมกิติ์กล่าวว่า การเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับธุรกิจในฝันที่ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะ “รัก” มันอยู่แล้ว แต่คำว่า “รัก” อย่างเดียงคงไม่เพียงพอ เราจะต้อง “รู้” ให้ถึงแก่นของผลิตภัณฑ์เราด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงการศึกษาหาความรู้อย่างละเอียดกับผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังทำอยู่ ขอเพียงแค่คุณเริ่มต้นปั้นความรักสร้างธุรกิจบนพื้นฐานของความเข้าใจ

10445586_408474039290502_7985111656549261795_n.jpg

10574294_422110754593497_5943542365546503398_n.jpg

10624829_452673831537189_1047091240228236206_n.jpg

 

อ้างอิง www.justincaseshoes.com

« Back to Result

  • Published Date: 2015-01-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com