Creative Knowledge

« Back to Result | List

ถ้าหาก...ทำน้อย แต่ได้ผลที่มากกว่า

เรื่อง : TCDC


www.innosphere.org/SIB/images/eric-ries-lean-startup.jpg


Eric Ries หนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิด Lean Startup ได้นำเสนอแนวคิดนี้จากประสบการณ์เริ่มต้นทำกิจการและได้เรียนรู้จากความผิด พลาดของตนเอง เพื่อให้เป็นเครื่องมือรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้น กับธุรกิจ แนวคิด Lean Startup นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นการต่อยอดมาจากองค์ความรู้ของ Lean Manufacturing ที่ Taiichi Ohno และ Shigeo Shingo ได้ริเริ่มใช้แล้วประสบความสำเร็จที่ Toyota ซึ่งปรัชญาพื้นฐานของแนวคิดนี้คือ “preserving value with less work” หรือการทำสิ่งต่างๆ ให้น้อยหรือสั้นที่สุด ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น ประหยัดทรัพยากร แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ โดย Toyota สามารถเชื่อมโยง Supply Chain ทั้งหมดกับระบบการผลิตเพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุด Lean Startup รับแนวคิดนี้มาสร้างวงจรการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด Build-Measure-Learn (สร้าง-วัดผล-เรียนรู้) เพื่อพัฒนานวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ รับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา

เป้าหมายของกระบวนการนี้คือการค้นหา “คุณค่า” ซึ่งจะเปลี่ยนมาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าอยากซื้อ ในช่วงเริ่มต้น ถ้าสินค้าที่เราพัฒนาขึ้นมานั้นยังไม่มีใครต้องการก็ไม่เป็นไร แนวทาง Lean Startup จะกระตุ้นให้เราเริ่มทดลองสิ่งใหม่ๆ และนำไปทดลองจริงๆ กับลูกค้า เพราะลูกค้าเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าเขาต้องการสิ่งที่เรานำเสนอหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะรู้ก็เมื่อได้เห็น จับต้อง และทดลองผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ แล้ว ขั้นตอนแรกคือการสร้าง MVP (Minimum Viable Product) ขึ้นมา อาจดูคล้ายกับการทำ Prototype แต่เป็นสินค้าจริงซึ่งตัดองค์ประกอบหรือคุณสมบัติที่ยังไม่จำเป็นในการเรียน รู้ออกไป ทำให้น้อยที่สุด ถูกที่สุด แต่ให้ตอบโจทย์ว่าเราต้องการที่จะรู้เรื่องอะไร จากนั้นให้สร้างกระบวนการรับข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เพื่อวัดผลระหว่างที่ลูกค้าใช้งาน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ข้อมูลที่ได้จากการวัดผลนี้จะช่วยให้เราเรียนรู้และตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ และอาจทำให้ได้ไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น

กระบวนการนี้เป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นการวัดผลและเรียนรู้จะเกิดขึ้นเสมอแม้ว่าสินค้าจะออกมาสู่ตลาดนาน แล้ว เพื่อให้เรารู้ว่าลูกค้ารู้สึกอย่างไร ความต้องการเปลี่ยนไปแล้วหรือยัง รวมไปถึงความคาดหวังที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งข้อมูลจากการทดลองจะทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีว่าจะผลิตสินค้า นี้ต่อไปอย่างไร ยังคงไว้ หรือถึงจุดเปลี่ยนที่จะเริ่มต้นกระบวนการนี้ใหม่อีกครั้ง แต่การทดลองกับลูกค้าจริงต้องมั่นใจแล้วว่าสินค้าของเรามีคุณภาพในระดับที่ ลูกค้ายอมรับได้ เพราะชื่อเสียงเป็นสิ่งที่ถ้าเสียไปแล้วเอาคืนกลับมาได้ยาก แต่ถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าลูกค้าคือใคร เราก็อาจจะยังไม่แน่ใจว่าคุณภาพที่ต้องการคืออะไรกันแน่ ซึ่งนั่นจะกลายเป็นหนึ่งในคำถามในการทดลองและเรียนรู้ต่อไป

ตอนนี้คงมีคำถามว่า ถ้าไอเดียดีๆ มาแล้ว งั้นลงมือทำเลยดีหรือเปล่า เราคงต้องเข้าใจเพิ่มก่อนว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ขนาดไหนก็ตาม เราต้องตอบคำถามเบื้องต้นให้ได้ก่อนว่า เราจะพัฒนาสินค้าหรือบริการนั้นขึ้นมาทำไม เพื่อใคร ปลายทางข้างหน้าที่ต้องการคืออะไร ซึ่งสิ่งนั้นเรียกวิสัยทัศน์ (Vision) ยิ่งชัดเท่าไหร่ยิ่งดี แล้วค่อยวางกลยุทธ์ (Strategy) ว่าเราจะไปด้วยวิธีการไหน แผนเป็นอย่างไร เข้าใจคู่แข่งและคู่ค้าดีเพียงใด สุดท้ายเราจึงจะเปลี่ยนไอเดียให้เป็นสินค้าและบริการ โดยไม่ลืมว่าหัวใจของ Lean Startup คือสินค้าที่มุ่งตอบสนองต่อคุณค่าหรือความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเท่า นั้น และลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น ดังนั้นกลยุทธ์และการจัดองค์กร ต้องยืดหยุ่นพอที่จะพร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ หรือลองนึกภาพเปรียบเทียบกับการขับรถ เราต้องรู้ว่ากำลังจะขับไปที่ไหน แล้ววางแผนเส้นทางคร่าวๆ หากเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราก็ต้องสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ทันที

ถ้าเราเข้าใจกระบวนการ Lean Startup แล้ว ลองตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวงจร Build-Measure-Learn จะพบว่าความเป็นจริงและความคิดอาจสวนทางกัน จริงอยู่ที่เราเริ่มต้นจากการสร้าง แต่การสร้างนั้นต้องเป็นผลมาจาก วิสัยทัศน์และสิ่งที่ต้องการวัดผลว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริง โดยเราจะวัดผลได้จากสิ่งที่เราต้องการเรียนรู้ซึ่งเป็นผลจากการทดลอง Lean Startup จึงเป็นแนวโน้มการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ เช่นเดียวกันกับ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) การพัฒนาลูกค้า (Customer Development) หรือกระบวนการพัฒนาแบบ Agile (Agile Development) ที่ต่างก็มีแกนเดียวกัน นั่นคือการช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของ ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง รวดเร็ว

พรีวิวหนังสือ The Lean Startup

พบกับหนังสือเกี่ยวกับแนวคิดและธุรกิจ Startup ใน TCDC Resource Center แหล่งข้อมูลด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ชั้น 5 ดิ เอ็มโพเรียม


« Back to Result

  • Published Date: 2014-07-24
  • Resource: www.cu-tcdc.com