Creative Knowledge

« Back to Result | List

บรัสเซลส์ เติบโต อย่าง ติน ติน

 

รักการผจญภัย กล้าหาญ กระตือรือร้น มากด้วยไหวพริบ และต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แอร์เชสร้างสรรค์บุคลิกภาพอันฉลาดเฉลียวมาให้ "ติน ติน" และทำให้เรื่องราวของเขายังเป็นที่รักของนักอ่านทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้  เบื้องหลังลายเส้นการ์ตูนอันเป็นเอกลักษณ์และมุมมองอัศจรรย์ของการท่องโลก หล่อหลอมขึ้นจากเมืองที่สุขสงบและร่ำรวยทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของโลก  บรัสเซลส์ คือ เมืองที่พรั่งพร้อมด้วยมรดกทางปัญญาสำหรับการบ่มเพาะวิถีชีวิตจากเด็กผู้ใฝ่รู้สู่การเติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ

นิเวศแห่งปฏิภาณ
สำหรับเมืองที่เรียกตัวเองว่าเมืองหลวงของยุโรป ทั้งตำแหน่งภูมิประเทศ และการตั้งอยู่ของสำนักงานองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ทั้งคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) สภาแห่งชาติยุโรป (European Parliament) รวมถึงองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) ทำให้บรัสเซลส์สะท้อนภาพลักษณ์แห่งการเจรจาและการประชุมระดับนานาชาติ ความพร้อมเพรียงของโครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม ธุรกรรมการเงิน ระบบการศึกษา และระบบการแพทย์ที่ดีที่สุดในยุโรป ซึ่งล้วนส่งเสริมให้ชาวเมืองเกือบ 2 ล้านคน มีความสงบสุข กับการดำเนินไปของเมืองที่คาดเดาได้ ด้วยว่ามันไม่เคยมีเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงจนนำไปสู่การสูญเสีย หรือการหยุดงานประท้วงขนาดใหญ่ที่ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 20 ปีมานี้ ทั้งความระส่ำระสายทางเศรษฐกิจก็แทบไม่ปรากฏ

คุณภาพชีวิตแบบสุดยอดของชาวบรัสเซลส์นับเป็นเรื่องน่าอิจฉา กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ระบุว่าบรัสเซลส์เป็นเมืองหลวงที่ปลอดภัยจากคดีฆาตกรรมมากที่สุดในโลก ในอัตราส่วนร้อยละ 0.4 ต่อ ประชากรหนึ่งแสนคน (4 คดีต่อล้านคน) ขณะที่เมืองอื่นๆ อย่างกรุงโรมอยู่ที่ร้อยละ 1.7 ลอนดอน 2.1 มอสโก 18.1 และวอชิงตัน 69.3 นอกจากนี้ รายงานของสหประชาชาติยังระบุว่า บรัสเซลล์และเบลเยียมได้รับคะแนนในกลุ่มที่ดีที่สุดสำหรับความเสี่ยงของการโจมตีและภัยคุกคามที่น่ากลัว จากหลักประกันชีวิตที่ดีนี้เองที่ได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนของประเทศที่สูงตามมา ครั้งหนึ่ง เยอรมนีได้จัดทำสถิติเกี่ยวกับผลผลิตทางอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศในยุโรปและพบว่า แรงงานชาวเบลเยียมคือกลุ่มคนที่ให้ประสิทธิผลดีที่สุดในโลก พวกเขามีอัตราการขาดงานต่ำมาก ทำให้สามารถสร้างผลผลิตทางอุตสาหกรรม (จำนวนของสินค้าที่ผลิตต่อคนงาน) ได้สูงกว่าประเทศข้างเคียงอย่างเนเธอร์แลนด์ถึงร้อยละ 20 ทั้งยังดีกว่าอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น เยอรมนี และสหรัฐฯ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพชีวิตอย่างเคร่งครัด อาทิ ระบบประกันสังคม มาตรฐานชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม และการสร้างผลตอบแทนให้ทักษะแรงงานชั้นสูง ซึ่งผลของมันย่อมสะท้อนถึงเสถียรภาพของประเทศเล็กๆ แต่เปี่ยมล้นด้วยศักยภาพนี้ได้เป็นอย่างดี

ท่ามกลางความทรงประสิทธิภาพเป็นทางการ แต่แสนเย็นชืดนี้ บรัสเซลส์พยายามสร้างท่วงทำนองของตัวเองให้มีสีสันและชีวิตชีวา ผู้คนหลายเชื้อชาติหลากภาษาที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางฉากหลังซึ่งเป็นกลุ่มงานสถาปัตยกรรมอาร์ตนูโวที่โดดเด่นและอลังการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 คือรากฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งบรัสเซลส์กระตือรือร้นที่จะรักษาไว้ และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยสินทรัพย์ที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้

                 ในปี 2012 เทศบาลเมืองลงทุนเพื่อการบริหารจัดการทรัพย์สินในเมือง 77 ล้านยูโร เพื่อพัฒนาเมืองให้น่าอยู่และสวยงาม ทั้งการจัดการที่อยู่อาศัย ร้านค้า ที่จอดรถ รวมถึงการออกแบบและเชื่อมต่อเส้นทางจักรยานและทางเดินท่องเที่ยวให้สะดวกสบายขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจก็ต่างร่วมกันบริหารเสน่ห์ของเมืองผ่านการปรุงโฉมหน้าร้าน โรงแรม ภัตตาคาร ให้โก้หรูและดึงดูดใจในสไตล์ศิลปะแบบอาร์ตนูโว ซึ่งมีจุดกำเนิดที่บรัสเซลส์โดยสถาปนิกผู้บุกเบิก วิคเตอร์ ฮอร์ตา ปัจจุบันอาคาร 4 หลังที่เขาออกแบบได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก นั่นคือ Hôtel Tassel, Hôtel Solvay, Hôtel van Eetvelde และ Maison and Atelier Horta ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Horta Museum เพื่ออุทิศให้กับแนวคิดและผลงานของเขา นอกจากอาคารอนุรักษ์ บรัสเซลส์ยังเปิดช่องให้สีสันใหม่ๆ เช่น แพนโทนโฮเต็ล ซึ่งนิตยสารแทรเวล แอนด์ ลีเชอร์ คัดเลือกให้เป็นโรงแรมน่าประทับใจที่สุดของปี 2011 ด้วยความกะทัดรัดและสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด‘Live In Colors, Dream In Colors’ โรงแรมขนาด 60 ห้องนี้จึงสวยสดจัดจ้านในแบบฉบับแพนโทน-คัลเลอร์บล็อกและเป็นที่หมายของนักท่องโลกรุ่นใหม่

 

               ด้านการบริหารความรู้ พลังงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนักสร้างสรรค์ไหลเวียนทั่วเมือง เพื่อผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่ได้ทดลองประสบการณ์แบบมืออาชีพและแสดงความเห็นอย่างเป็นเหตุเป็นผลในแต่ละช่วงอายุ สำหรับเด็กที่อยู่ในช่วง 6-10 ปี ห้องสมุดสาธารณะของเมืองได้จัดโครงการ Child and Youth Jury: The coolest book club เพื่อให้เด็กๆ มารวมตัวกันพูดคุยถึงหนังสือที่พวกเขาชื่นชอบ และทุกเดือนเด็กๆ จะคัดเลือกหนังสือที่ดีที่สุดเพื่อแนะนำให้เพื่อนๆ ของเขาอ่านต่อไป ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นซึ่งอยู่ในวัยกำลังค้นหาตัวตน โปรแกรมทัวร์สตูดิโอของศิลปินจะพาพวกเขาไปสู่เบื้องหลังและแรงบันดาลใจของผลงานในอาชีพต่างๆ เช่น จิตรกร นักประติมากร ช่างภาพ ผู้ผลิตภาพยนตร์ นักออกแบบ สไตลิสต์ เป็นต้น และสำหรับกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน B-Gallery เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศิลปินหนุ่มสาวในเบลเยียมที่อยู่หรือทำงานไม่ถึง 10 ปี ให้ได้มีโอกาสจัดแสดงผลงานต่อสาธารณะผ่านการคัดเลือกของศิลปินอาชีพ โดยแต่ละปีจะมี 9 คนที่ได้โอกาสนั้นเพื่อเติบโตในเส้นทางศิลปินต่อไป และบรัสเซลส์ยังปักหมุดตัวเองไว้ในแผนที่โลกภาพยนตร์ ด้วยการจัดเทศกาลภาพยนตร์สั้นบรัสเซลส์ (BSFF) ซึ่งเป็นครั้งที่ 14 แล้ว โดยในปี 2011 มีภาพยนตร์เข้าร่วมฉายกว่า 300 เรื่องจาก 40 ประเทศ และมีผู้ร่วมงานกว่า 25,000 คนจากฝั่งยุโรปและเอเชีย นับเป็นสถานที่ประชุมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ผลิตภาพยนตร์ ผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ตลอดจนหนุ่มสาวรุ่นใหมที่ต้องการนำเสนอความสามารถในอุตสาหกรรมนี้

จากทุนที่มีอยู่ บรัสเซลส์สร้างเมืองให้คุ้มค่าแก่ผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัย ด้วยกิจกรรมกลางแจ้งและเทศกาลศิลปวัฒนธรรม  พร้อมกับเชิญชวนผู้คนให้ร่วมสำรวจเมืองผ่านพิพิธภัณฑ์ หอศิลปะ ห้องสมุด อนุสาวรีย์ โบสถ์ สวนสาธารณะ และโรงละคร  ซึ่งเฉพาะพิพิธภัณฑ์นั้นก็มีมากกว่า 100 แห่งทั่วเมือง แต่ละแห่งโดดเด่นด้วยเนื้อหาและมุมมองที่แสดงถึงอุปนิสัยอันถี่ถ้วนของชาวเบลเยียมและบ่งบอกว่าอนาคตลูกหลานของพวกเขาจะเติบโตเช่นไร

สะสมอย่างสร้างสรรค์
อาจเป็นเพราะบุคลิกเก็บตัว รักความสงบ และมั่งคั่ง จึงทำให้เบลเยียมเป็นชาติที่มีของสะสมในพิพิธภัณฑ์มากมายโดยเฉพาะงานศิลปะ ชาวเบลเยียมถือเป็นนักสะสมงานศิลปะมากที่สุดในโลก และพวกเขาก็ใจกว้างที่จะแสดงผลงานสะสมอันมีค่าเหล่านั้นแก่คนรุ่นหลังผ่านการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ นอกเหนือจากแง่มุมทางประวัติศาสตร์และงานศิลปะชิ้นเอกของโลกที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เมืองบรัสเซลส์  พิพิธภัณฑ์รอยัล ไฟน์ อาร์ต Musee des Beaux Artsแล้ว ที่น่าสนุกกว่านั้นคือ การได้เห็นชีวิตในวัยเด็กกลับมาอีกครั้งเมื่อเดินเข้าพิพิธภัณฑ์เหล่านี้

- Belgian center for comic strip art
  องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1984 จากความคิดริเริ่มของภาคเอกชนทั้งกลุ่มผู้ผลิตการ์ตูนและสมาคมวิชาชีพของศิลปินการ์ตูน เพื่อส่งเสริมให้การ์ตูนเป็นสื่อกลางทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและการรักษาผลงานชิ้นยอดเยี่ยมของชาติให้สืบทอดสู่รุ่นต่อไป ภายในพิพิธภัณฑ์มีผลงานของนักเขียนการ์ตูนมากกว่า 700 คน ที่เล่าเรื่องของวีรบุรุษในโลกกระดาษ ทั้ง ติน ติน,Lucky Luke, Spirou Bob and Bobette, Smurfs, Blake and Mortimer, Marsupilami ฯลฯ

-  Children's museum 
สถานที่เพื่อบ่มเพาะให้เด็กๆ เข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม การสื่อสาร การริเริ่มสร้างสรรค์ ผ่านรูปแบบนิทรรศการและการแนะแนวจากผู้เชี่ยวชาญในโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นใจในตนเอง ความกลัว และจินตนาการ
-  Museum of musical instruments
  พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีในอาคารสไตล์อาร์ตนูโว ที่จะได้ค้นพบเครื่องดนตรีกว่า 7,000 ชิ้น หรือ 1,200 คอลเล็กชั่นจากประวัติศาสตร์ดนตรีทั่วโลก
-  Autoworld  
พิพิธภัณฑ์รถยนต์เก่าที่ย้อนกลับไปในยุค 1890 เมื่อรถคันแรกวิ่งบนถนน โดยสะสมและจัดแสดงยานพาหนะจากอดีตไว้มากกว่า 400 คัน รวมถึงยานพาหนะสุดล้ำที่จะเกิดขึ้นในโลกอนาคต
- Toy
Museum  พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องราวที่เปี่ยมชีวิตชีวาของของเล่นและกลไกไม่น้อยกว่า 25,000 ชิ้น
InternationalPuppet Museum  สถานที่รวบรวมศิลปะการจัดแสดงหุ่น การทำหุ่น และละครหุ่นที่นำเสนอเพื่อสะท้อนเรื่องราวของยุคต่างๆ ในสังคม
- Museum of Natural Sciences
คอลเล็กชั่นแมลงสวยงาม ไดโนเสาร์ รวมถึงคอลเล็กชั่นวาฬที่โดดเด่น และอีกกว่า 2,000 ชนิดของหินแร่จากจักรวาลของเรา
- The costume and lace museum
   พิพิธภัณฑ์เครื่องแต่งกายและผ้าลูกไม้ เพื่อฉลองมรดกทางวัฒนธรรมสิ่งทออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศเบลเยียม

มหาวิหารแห่งการ์ตูน
                บรัสเซลส์อุทิศช่องว่างนับไม่ถ้วนของเมืองให้แก่การ์ตูน ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น ร้านหนังสือการ์ตูน ภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์ และงานเทศกาลต่างๆ ตัวอักษรและลายเส้นที่เคลื่อนไหวไปทั่วเมืองนี้ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติและสร้างเม็ดเงินให้สูบฉีดไปทั่วประเทศ และเบลเยียมเองก็เป็นชาติที่มีศิลปินการ์ตูนมากที่สุดในโลก (เมื่อเปรียบเทียบเป็นตารางกิโลเมตร) รัฐบาลกลางและเทศบาลเมืองจึงไม่รีรอที่จะสนับสนุนงบประมาณและโอกาสเพื่อให้ตัวการ์ตูนโลดแล่นออกมาพบปะผู้คนได้อย่างสนิทสนม ซึ่งมันได้ผลอย่างยอดเยี่ยมผ่านการจัดโปรแกรมทัวร์ "ตามรอยการผจญภัยของติน ติน" ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้แวะชมสถานที่อันเป็นฉากสำคัญในนิยายการ์ตูนชุดนี้ บรัสเซลส์จุดพลุเรื่องนี้ขึ้นเมื่อปี 2007 ด้วยการฉลอง 100 ปีให้กับ แอร์เช หรือ จอร์จ เรมี่ ผู้แต่ง ติน ติน การ์ตูนผจญภัยที่ถูกแปลไปกว่า 80 ภาษาและขายได้มากกว่า 350 ล้านเล่มทั่วโลก ปี 2009 บรัสเซลส์ตอกย้ำเรื่องนี้ด้วยการประกาศปีแห่งการ์ตูนสากล และยังเป็นโอกาสดีที่สตีเว่น สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ๊คสัน จับมือกันนำ ติน ติน มาสู่โลกภาพยนตร์ในปี 2011 จึงทำให้กระแสความคลั่งไคล้ตินติน ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และได้เอื้อเฟื้อไปถึงพ้องเพื่อนการ์ตูนอื่นๆ ในบรัสเซลส์อีกด้วย

วัฒนธรรมการ์ตูนของเบลเยียมเบ่งบานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อผู้คนต้องการแสวงหาจินตนาการที่กว้างกว่าขอบเขตของดินแดนเล็กๆ และต้องการแสดงออกถึงมุขขบขันแบบรันทดหรือเสียดสีทางการเมือง ซึ่งแสดงออกได้อย่างเป็นธรรมชาติในการ์ตูนหนังสือพิมพ์ และยังต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้ เช่นการล้อเลียนเรื่องวิบากกรรมของอียู กับวิกฤติหนี้ในยุโรป และด้วยเหตุที่เมืองวางใจและเชื่อมั่นในการ์ตูนนี่เอง บรรยากาศทั่วทั้งเมืองจึงแสดงถึงศิลปะแขนงนี้อย่างแจ่มชัด และในทุกวิถีทางที่คนสามารถมองเห็นมันได้ ตั้งแต่ปี 1991 ที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปการ์ตูนในฉากต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกันเกือบ 40 ผนัง และอีกกว่า 31 ถนนที่เปลี่ยนชื่อเป็นตัวการ์ตูนเพื่อแสดงความคารวะต่อพวกเขา

              ศิลปินกราฟิกชาวฝรั่งเศส ปิแอร์ อะลารี นักเขียนการ์ตูนชื่อดังและผู้ออกแบบการ์ตูนเวอร์ชั่นใหม่ๆ ให้แก่วอลต์ ดิสนีย์ อย่าง ซินแบด กล่าวว่า "การ์ตูนเป็นวิธีที่ดีที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่มีเสรีภาพ และนั่นเป็นวิธีที่บรัสเซลส์เล่าประวัติของตัวเอง ผ่านสีสัน  ผ่านถนน และฝาผนัง มันสอนให้เด็กๆ ได้เห็นชีวิตจากมุมมองของผู้ใหญ่”  ปิแอร์ อะลารี เดินทางไปทั่วโลกเพื่อสรรหาแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะของเขา “สำหรับบรัสเซลส์ มันมีคุณค่าอย่างแท้จริง เพราะมันอุทิศสำหรับการ์ตูน” 

น่าอัศจรรย์ที่เมืองเล็กๆ อย่างบรัสเซลส์ ได้สร้างอิทธิพลที่มีต่อความนิยมชมชอบเรื่องการ์ตูนให้กลายเป็นวัฒนธรรมสากล และสร้างให้ตัวการ์ตูนเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้พรมแดน การ์ตูนอาจเป็นเพียงภาพสะท้อนที่ไม่อาจเกิดขึ้นในชีวิตจริง หรืออาจเป็นเรื่องจริงที่ถ่ายทอดมาจากความทรงจำและความรู้ของผู้เขียน แต่คำถามก็คือ สังคมแบบไหนที่หล่อหลอมจิตวิญญานให้เกิดอัจฉริยภาพบนกระดาษเหล่านี้ และสังคมแบบไหนที่คนรุ่นปัจจุบันอยากทิ้งเป็นมรดกไว้ให้คนรุ่นต่อมา ซึ่งแน่นอนว่า บรัสเซลส์เป็นหนึ่งในคำตอบนั้น

เรื่อง: ศิริอร หริ่มปราณี

ที่มา:
brusselsmuseums.be
brusselscomics.com
eupedia.com
timescrest.com

« Back to Result

  • Published Date: 2012-03-13
  • Resource: www.creativethailand.org
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี