Articles

« Back to Result | List

เจาะลึก Coworking Space เทรนด์ใหม่มาแรงในธุรกิจ “บริการพื้นที่สร้างสรรค์”

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

 1.jpg

Punspace คอมมูนิตี้ของยิปซีดิจิตอล
เพียง 2 นาทีบนท้ายรถพี่วินฯ​ จากย่านนิมมานเหมินทร์ คุณก็จะได้พบกับ Coworking Space แห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ ณ ถนนศิริมังคลาจารย์ 11  “Punspace” คือที่ที่เรามาเยี่ยมเยียนในวันนี้ พร้อมพูดคุยกับ คุณวิชญ และคุณเอื้อม ศิริสันธนะ สองคู่หูและคู่ชีวิตผู้บุกเบิกธุรกิจ Coworking Space ในจังหวัดเชียงใหม่

จุดเริ่มต้นของ Punspace
แต่เดิมนั้นทั้งคุณวิชญและคุณเอื้อมทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับบริษัทซอฟท์แวร์แห่งหนึ่งในกรุงเทพ แต่หลังจากทำงานมาได้สักระยะทั้งคู่ก็อยากจะเปิดธุรกิจด้านไอทีเป็นของตนเอง โดยในระหว่างที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น ก็พอดีมีโอกาสได้รู้จักกับทาง HUBBA ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้ทั้งสองตัดสินใจเบนเข็มกลับไปทำธุรกิจ Coworking Space ณ บ้านเกิดในจังหวัดเชียงใหม่

คุณวิชญและคุณเอื้อมเริ่มต้นหาข้อมูล สำรวจพื้นที่ และศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ก่อนที่จะเปิดตัว Punspace ขึ้นบนถนนศิริมังคลาจารย์ 11 ในช่วงเดือนมีนาคมของปีถัดไป

3-3.jpg

บุคลิกและจุดเด่น
เนื่องจากเชียงใหม่ยังไม่มีระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อย่างรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดิน ดังนั้นการจะระบุที่ตั้งธุรกิจ
Coworking Space จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก (เพราะเป็นยานพาหนะคู่ใจของคนท้องถิ่น) รวมทั้งยังต้องเป็นโลเคชั่นที่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก  ซึ่งในที่สุดคุณวิชญและคุณเอื้อมก็ตกลงใจนำ Punspace เข้าไปแฝงตัวอยู่ในโครงการ 2br ซึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มอาคาร 2 ชั้น แวดล้อมไปด้วยสนามหญ้าและต้นไม้ขนาดใหญ่  

ปัจจุบัน Punspace มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 150 ตารางเมตร (ราวหนึ่งในห้าของโครงการ 2br) เน้นการตกแต่งภายในที่เรียบง่าย สบายตา พร้อมเปิดรับวิวสีเขียว เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้สัมผัสถึงความสบายเหมือนกับการนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน  

คุณวิชญและคุณเอื้อมเล่าว่า ปัจจุบันผู้ใช้บริการประมาณ 80% คือชาวต่างชาติที่เรียกตนเองว่า “Digital Nomad” (หรือชาวยิปซีดิจิตอล) โดยคนเหล่านี้แต่เดิมก็จะย้ายที่นั่งทำงานไปเรื่อยๆ ตามพื้นที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ส่วนกลุ่มที่เหลือก็จะเป็นพวกนักออกแบบฟรีแลนซ์สาขาต่างๆ 

ซึ่งส่วนผสมเช่นนี้เองได้ทำให้ Punspace กลายเป็นศูนย์รวมของนักสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ มีทั้งคนที่ชอบนั่งทำงานเงียบๆ สงบๆ และคนที่ชอบเปิดวงสนทนาพูดคุยกันด้วย

4.jpg

ประเภทงานบริการ
Punspace แบ่งพื้นที่การให้บริการออกเป็น 3 ส่วน อันได้แก่
1) Hot Seat พื้นที่ทำงานส่วนกลางที่พร้อมให้คุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันใจตลอดเวลา สามารถรองรับผู้ใช้ได้ประมาณ 25 ท่าน
2) Private Office เป็นออฟฟิศส่วนตัวสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 ห้อง รองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ 1- 4 ท่าน
3) Meeting Room รองรับการใช้งานได้สูงสุด 8 ท่าน ภายในห้องมีจอทีวี 42 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ และยังมีอุปกรณ์ Webcam สำหรับการประชุมแบบ Video Conference ด้วย

นอกจากสามส่วนหลักๆ ข้างต้นแล้ว Punspace ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจสามารถเช่าจัดอีเว้นท์ได้ ยกตัวอย่างเช่น งานถ่ายทอดสด TED Live streaming ที่รับสัญญาณตรงจากเวที TED2014 (เมืองแวนคูเวอร์) มาสู่พื้นที่คอรฺ์ทยาร์ดของ Punspace เป็นต้น

เสน่ห์ของ Punspace
- เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 
Punspace จึงไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ของนักสร้างสรรค์ในโลกดิจิตอลเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวด้วย
- Punspace และ HUBBA Coworking Space มีนโยบายจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกทั้งสองฝ่าย ให้สามารถสลับที่ทำงานระหว่างกันได้ 3 ครั้ง/เดือน
- เปิดกว้างเรื่องเวลาทำงาน สมาชิกสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้ตลอด
24 ชั่วโมง

2.jpg

โครงการในอนาคต
เพื่อรองรับคนทำงานอาชีพอิสระและนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
 ขณะนี้ทาง Punspace กำลังมองหาพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อจะขยายธุรกิจเพิ่มอีก โดยพวกเขามุ่งหวังจะให้พื้นที่สร้างสรรค์รูปแบบใหม่นี้ สามารถเข้าทดแทนการแฝงตัวทำงานตามร้านกาแฟให้ได้มากที่สุด

Tips by Punspace

- สิ่งสำคัญที่สุดในการทำ Coworking Space คือการสร้างสังคมให้คนทำงานสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้
- แต่ละพื้นที่มีกลุ่มลูกค้าและลักษณะวิชาชีพที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนจะเปิด Coworking Space เราต้องสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยทำการออกแบบพื้นที่และจัดเตรียมอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับการทำงานของคนเหล่านั้น


tt130904-026.jpg

Muchroom แหล่งรวมมนุษย์ครีเอทีฟย่านสะพานควาย
ระยะทางประมาณ 400 เมตรจากสถานี BTS สะพานควาย เดินตามทางลัดในซอยวัดไผ่ตัน ผ่านตึกแถวที่เป็นร้านขายอาหาร ขายของชำ ร้านหมอดู ลัดเลาะผ่านแมนชั่นอีกแห่ง ไม่นานคุณก็จะก้าวเข้าสู่บ้านเดี่ยวแสนร่มรื่นอันเป็นที่ตั้งของ Muchroom Coworking Space 

วันนี้เราได้พูดคุยกับ คุณวัชรพงษ์ ชัยคำอุดม ผู้จัดการทั่วไปของ Muchroom ที่จะมาเล่าถึงแนวคิดและเสน่ห์ของพื้นที่สร้างสรรค์น้องใหม่แห่งนี้

จุดเริ่มต้นของ Muchroom Coworking Space
หลังจากที่วัชรพงษ์หันหลังให้กับการเป็นมนุษย์เงินเดือนและเริ่มต้นประกอบอาชีพอิสระในสายการเงินและการตรวจสอบบัญชี เขาค้นพบว่าการทำงานที่บ้านนั้นแม้ว่าจะสะดวกสบาย แต่หลายวันก็กลับไม่ได้งานเท่าที่ควร (เพราะเผลอตัวนั่งเล่นบนโซฟา ดูโทรทัศน์ แอบงีบช่วงบ่าย หรือบางทีเห็นแดดดีๆ ก็อยากซักผ้าเสียอย่างงั้น) ครั้นจะออกไปนั่งตามร้านกาแฟเหมือนฟรีแลนซ์คนอื่น เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศแบบนั้นไม่เหมาะกับการทำงาน จะลุกไปเข้าห้องน้ำทีก็ต้องหอบคอมพิวเตอร์ไปด้วยเพราะกลัวหาย ฯลฯ

ปัญหากวนใจพวกนี้เมื่อบวกกับสมองที่อยากทำธุรกิจของตนเองอยู่แล้ว วัชรพงษ์จึงออกปากชวนเพื่อนสนิทสองคน คือ สรินธี นวลจันทร์ฉาย (วิศวกร) และ กรวรรณ คันโธ (สถาปนิก) ให้มาลองสร้างธุรกิจ Coworking Space ร่วมกัน  โดยในเบื้องต้นทั้งสามเพียงมุ่งหวังว่า Muchroom จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนทำงานอิสระทั้งหลายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้สร้างเครือข่ายเล็กๆ ที่อาจช่วยสนับสนุนงานของตนในอนาคตด้วย Muchroom เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2556

tt130904-047.jpg

บุคลิกและจุดเด่น
จากแบคกราวน์ของหุ้นส่วนหลักทั้งสามที่มาจากสายการเงิน วิศวกรรม และการออกแบบ ส่งผลให้การมองหาพื้นที่ของ
Muchroom มีบุคลิกน่าสนใจในตัวเอง เริ่มตั้งแต่การมองหาบ้านเดี่ยวแทนการฝังตัวอยู่ในตึก การมีสนามหญ้าหน้าบ้านให้คนได้นั่งเล่นพักผ่อน การตกแต่งภายในที่เน้นความเรียบง่ายและอยู่สบายเหมือนกับบ้าน และท้ายที่สุดคือต้องไม่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าเกินไปนัก

ด้วยโลเคชั่นและสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง เพียงไม่นาน Muchroom ก็กลายเป็นที่ต้องตาต้องใจของคนในวงการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสถาปนิก วิศวกร รวมไปถึงคนที่ทำงาน NGO  วัชรพงษ์เล่าว่าผู้มาใช้บริการกลุ่มแรกๆ จะเข้ามาจากการแนะนำของเพื่อน แต่ต่อมาก็ค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปแบบปากต่อปาก

ประเภทงานบริการ
นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานอย่างอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โต๊ะนั่งทำงาน ห้องครัว และที่พักผ่อนส่วนกลางสำหรับปลีกวิเวกยามจิบกาแฟแล้ว Muchroom ยังได้แบ่งส่วนงานบริการหลักออกเป็น 3 ส่วน คือ

1) Hot desk พื้นที่ทำงานส่วนบุคคลที่รองรับได้ตั้งแต่คนที่อยากหาที่นั่งทำงานแบบวันเดียวจบ ไปจนถึงผู้ที่แวะเวียนมาใช้งานเป็นประจำ ส่วนนี้สามาถรองรับได้ประมาณ 40 คน

2) Mini Office เปิดให้บริการสำหรับกลุ่มคนที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ โดยทาง Muchroom ได้จัดเตรียมเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ตู้จดหมาย รวมทั้งมีพนักงานรับโทรศัพท์ (Operator) คอยให้บริการด้วย

3) Meeting Room พื้นที่จัดประชุมที่ทุกคนสามารถจองใช้งานได้ (ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือบุคคลภายนอกก็ตาม) โดยเฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จะถูกออกแบบให้เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะแก่การจัดเวิร์คชอปหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการพื้นที่โล่ง เช่น คลาสโยคะ ห้องสำหรับฝึกวาดภาพ ฯลฯ ในส่วนนี้ยังรวมไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้านที่ก็เปิดให้เช่าสำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ด้วย ยกอย่างเช่น การจัดอีเวนท์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

1382197_185094741678923_1914506302_n.jpg

เสน่ห์ของ Muchroom
นอกจากจะเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันแล้ว Muchroom ยังเป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนความคิดและศักยภาพที่แตกต่างกันด้วย  ยกตัวอย่างเช่น คุณ A มีความถนัดด้านงานออกแบบกราฟิก คุณ A ก็อาจเข้าไปช่วยงานคุณ B ที่กำลังมองหาคนทำโปสเตอร์โฆษณาอยู่พอดี หรือคุณ C ที่มีความสงสัยเรื่องการทำบัญชี ก็สามารถขอคำปรึกษาจากคุณวัชรพงษ์ (ผู้จัดการทั่วไป) ที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงก็ได้

โครงการในอนาคต
Muchroom กำลังวางแผนจะนำตู้คอนเทนเนอร์มาเสริมทัพในบริเวณสนามหญ้า โดยตั้งใจจะสร้างเป็นพื้นที่ทำงานส่วนต่อขยายเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนั้นยังเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อจะเปิด Coworking Space เพิ่มด้วย

Muchroom-6.jpg

Tips by Muchroom

- ให้เริ่มต้นธุรกิจจากสิ่งที่ตนเองรัก
- ปัญหาที่พบระหว่างการทำงานสามารถพลิกเป็นโอกาสได้เสมอ
- สำหรับผู้ที่คิดจะเปิดธุรกิจ Coworking Space เพื่อรอบรับลูกค้าประมาณ 40 คน ค่าเช่าพื้นที่คร่าวๆ ไม่ควรเกินหนึ่งแสนบาท
- บุคลิกของสถานที่เป็นเรื่องสำคัญ ต้องเห็นชัดเจนว่าเรากำลังจับกลุ่มเป้าหมายใดเป็นหลัก

อ้างอิง :  
Punspace
 
Muchroom Coworking Space

« Back to Result

  • Published Date: 2014-03-28
  • Resource: www.tcdcconnect.com