Articles

« Back to Result | List

POP TALK : “สูตรลับเปิดร้านไม่มีวันเจ๊ง” โดย อภิรดี ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการโครงการจริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

_MG_8743_resize.jpg

แม้ว่ามนตราเรื่อง Location, Location, Location” จะยังเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินความอยู่รอดของร้านค้า แต่แนวคิด LocationX3 นี้ก็ไม่ได้การันตีเสมอไปว่าธุรกิจของคุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน อภิรดี ตันติเวชกุล ผู้คว่ำหวอดในวงการธุรกิจค้าปลีก (Retail business) ได้นำประสบการณ์กว่าเจ็ดปีของเธอมาถ่ายทอดให้กับผู้ฟังงาน POP Talk

อภิรดีเล่าว่าตนเองนั้นเริ่มต้นชีวิตนักบริหารการค้าปลีกตั้งแต่วันที่เธอเข้าไปทำงาน (ฝ่ายจัดซื้อ) ให้กับห้าง ZEN ในช่วงเปิดตัว จนกระทั่งปัจจุบันนี้เธอได้ผันตัวออกจากเมืองกรุง เพื่อไปดูแลโครงการจริงใจมาร์เก็ต” (จังหวัดเชียงใหม่) ให้กับกลุ่มเซ็นทรัล และในงานนี้เธอก็อยากจะนำเสนอกลเม็ดและเกร็ดความคิดบางอย่างที่จะทำให้ พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่”​สามารถบริหารจัดการร้านค้าได้แบบยั่งยืนมากขึ้น

ในช่วงต้นของการเปิดตัวเราตั้งใจจะทำให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งงานหัตถกรรมและงานดีไซน์พื้นเมืองของภาคเหนือ แต่แนวคิดนี้กลับล้มไม่เป็นท่า ทั้งๆ ที่เราอยู่ในทำเลที่ดีมาก…” อภิรดีเล่าย้อนถึงอดีตอันลุ่มๆ ดอนๆ ของจริงใจมาร์เก็ต ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้กลับไปตกตะกอนความคิดใหม่ว่า หัวใจที่สำคัญของธุรกิจค้าปลีก ก็คือ การศึกษาว่าทำเลที่ตั้งตรงนั้นมันเหมาะจะขายอะไรกันแน่ จะขายใคร และจุดยืนของเราควรจะอยู่ตรงไหน เช่น จะเรียบง่ายแต่แพงแบบ MUJI จะหรูหราและแพงด้วยแบบ SODA หรือจะเรียบง่ายและราคาถูกเหมือนของในจตุจักร ฯลฯ

ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในโครงการก็เป็นเสมือนอวัยวะสำคัญ พวกเขาจะต้องแข็งแรงไปกับเราด้วย เช่น เขาต้องรู้จักการคำนวณกำไรขาดทุนเพื่อวางแผนในส่วนงานขาย ต้องรู้จักการเตรียมสต็อกสินค้าให้เหมาะสม และอื่นๆ อีกหลายอย่าง

ด้วยเชื่อเช่นนี้ อภิรดีจึงคิดค้นสูตรลับเปิดร้านไม่มีวันเจ๊งขึ้นมา เพื่อมอบเป็นเข็มทิศให้กับเหล่าร้านค้าที่เข้ามาเช่าพื้นที่ในโครงการของเธอ เพราะถ้าเขาอยู่ได้นั่นหมายถึงโครงการก็จะเติบโตได้เช่นกันปัจจุบันโครงการจริงใจมาร์เก็ตแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลัก อันได้แก่ 1. Good Taste Market  2. Pub & Restaurant และ 3. Hobby Market

bl_hobby.jpg

คร่าวๆ กับสูตรลับ เปิดร้านไม่มีวันเจ๊ง

1. วางแผนตั้งเป้ายอดขาย เพื่อให้เราสามารถบริหารจัดการในส่วนของต้นทุนสินค้าได้อย่างเหมาะสม และทราบว่ากำไรในแต่ละเดือนก่อนการหักภาษีจะอยู่ที่เท่าใด โดยคำนวณจากต้นทุน ค่าเช่า เงินเดือน สาธารณูปโภค ค่าหีบห่อ ค่าโฆษณา ค่าลงทุนตกแต่ง ค่าเดินทาง เบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้

2. วางแผนจัดกลุ่มสินค้า การจัดสัดส่วนการขาย และการตั้งราคาปลีกที่เหมาะสม เพื่อวางเป้าให้พนักงานขายสามารถประเมินการทำงานได้อย่างคร่าวๆ เช่น การแบ่งช่วงราคาของสินค้าออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ สินค้าซื้อง่าย (ราคาถูก), สินค้าชิ้นเล็ก (ราคาปานกลาง), และสินค้าชิ้นใหญ่ (ราคาสูง) การวางเป้าหมายตามกลุ่มสินค้านี้จะช่วยให้พนักงานขายทราบว่าในแต่ละเดือนควรต้องขายสินค้าให้ได้กี่ชิ้นในแต่ละช่วงราคา (เพื่อให้ร้านค้าอยู่ได้) เช่น สินค้าซื้อง่าย 200 ชิ้น สินค้าชิ้นเล็ก 70 ชิ้น และสินค้าชิ้นใหญ่ 20 ชิ้น เป็นต้น ทั้งนี้ในแต่ละสัปดาห์ควรมีการตรวจสอบยอดขายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะเตรียมปรับกลยุทธ์ในกรณีที่สินค้าขายไม่ได้ หรือขายดีจนสินค้าหมดสต็อก ฯลฯ

3. เตรียมสต็อกสินค้าให้เหมาะสมต่อการขาย โดยปกติสินค้าอุปโภคไม่ควรเก็บสตอกเกิน 3 เท่าของปริมาณที่ขายตามปกติ เช่น ในกลุ่มสินค้าที่ขายดีอาจจัดสต็อกไว้แค่ 1.3 เท่าก็ได้ การบริหารจัดการสต็อกนี้ถือเป็นหัวใจที่สำคัญต่อความอยู่รอดของธุรกิจ เพราะถ้าเราประเมินสถานการณ์ผิดพลาด เก็บสินค้าไว้ในสต็อกน้อยเกินไป เราก็อาจเสียโอกาสในการขายไปได้อย่างมหาศาล เหมือนดั่งเช่นที่อภิรดีเคยเจอกับตัวมาแล้วในช่วงเทศกาลคริสตมาสและปีใหม่ โดยในครั้งนั้นเนื่องจากทีมงานของเธอยืนยันว่าสินค้าสำหรับตกแต่งในช่วงเทศกาล (เช่น ต้นคริสตมาส โมบาย ฯลฯ) จะมีเพียงพอต่อการขายตลอดช่วงปีใหม่แน่นอน แต่พอเอาเข้าจริงปรากฏว่าสินค้าในสต็อกถูกขายจนเกลี้ยงตั้งแต่ก่อนวันที่ 15 ธันวาคม อีกทั้งยังไม่สามารถสั่งซื้อเพิ่มได้ (เพราะโรงงานผู้ผลิตปิดทำการไปตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมแล้ว) เหตุการณ์นี้ทำให้ทางห้างฯ ไม่มีสินค้าคริสตมาสเหลือจำหน่ายไปจนถึงสิ้นปี ส่งผลให้ธุรกิจสูญเสียรายได้ไปกว่า 2 ล้านบาท

ท่านสามารถดาวน์โหลดสูตรลับเปิดร้านไม่มีวันเจ๊งได้ ที่นี่

อ้างอิง : จริงใจมาร์เก็ต

 

 

« Back to Result

  • Published Date: 2014-03-20
  • Resource: www.tcdcconnect.com