Articles

« Back to Result | List

POP TALK : “พัฒนาสินค้าอย่างไรให้ตรงใจตลาด” โดย ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก TCDC

เรื่อง : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

poptalk1.jpg


ด้วยความอยากรู้ว่า “ขายอะไร และ ขายอย่างไร ถึงได้เงินล้าน” ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร จึงตัดสินใจทำงานให้กับลักชัวรี่แบรนด์ระดับโลกหลายแห่ง (อาทิ Hermes, Louis Vuitton, Fendi ฯลฯ) ซึ่งในช่วงเวลาหลายปีนั้นเธอก็ได้เรียนรู้ถึงแนวคิดและได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มามากมาย ทั้งในด้านการออกแบบ การผลิต เทคนิคการนำเสนอสินค้า การขาย การจัดหน้าร้าน รวมไปถึงแนวทางการทำมาร์เก็ตติ้งให้ “โดนใจ” ลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด

หลายปีต่อจากนั้น เมื่อขวัญหทัยตบเท้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ TCDC (ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์ และผู้จัดการร้าน The Shop@TCDC) เธอก็ได้นำองค์ความรู้เหล่านั้นมา “ปรับใช้” ให้สอดคล้องกับผู้ประกอบการ SME ไทย โดยเธอตั้งเป้าหมายในการทำงานไว้ว่า “จะร่วมค้นหาและผลักดันศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจ และตอบโจทย์ตลาดบริโภคร่วมสมัยได้ดีขึ้น”

ตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยที่ขวัญหทัยได้ร่วมผลักดันภายใต้โครงการต่างๆ ก็มีอาทิเช่น

ครองแครง “เล็กจนโต”

จากจุดเริ่มต้นที่เจ้าของธุรกิจต้องการจะทำแค่ บรรจุภัณฑ์ใหม่” ให้กับครองแครง ขวัญหทัยได้แนะนำให้ผู้ประกอบการรายนี้ลองค้นหา “สาเหตุ” ที่คนทั่วไปชอบกินครองแครง พร้อมทั้งขบคิดถึงหนทางใหม่ๆ ที่จะจับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ชอบกินครองแครงด้วย ทั้งนี้เธอมองว่าก่อนที่จะเริ่มต้นพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ ผู้ประกอบการควรจะสร้างสรรค์ “ผลิตภัณฑ์ตั้งต้น” ให้แข็งแกร่งดีเสียก่อน รวมทั้งควรวางแผนขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เพื่อจะสร้างความคุ้มทุนให้กับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในอนาคตด้วย

ผลลัพธ์ก็คือจากครองแครงที่เคยมีเพียงรสชาติเดียวคือรสพริกไทย ครองแครงเล็กจนโตสามารถพัฒนาไลน์สินค้าเพิ่มขึ้นได้อีกหลายอย่าง มีทั้งรสชีส รสช็อคโกแลต รสสาหร่าย รสสตรอเบอรี่ ฯลฯ ซึ่งทำให้ธุรกิจเล็กๆ นี้สามารถสร้างโอกาสการขายได้ในตลาดที่กว้างขึ้น (เข้าถึงคนรุ่นใหม่และตอบโจทย์วัฒนธรรมร่วมสมัยได้ดีขึ้น) ในกรณีนี้ต้องถือว่าเป็นการดึงศักยภาพที่มีอยู่เดิมของผู้ประกอบการมาต่อยอดเป็นธุรกิจได้อย่างสูงสุด (โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก) ที่สำคัญยังทำให้การลงทุนด้านบรรจุภัณฑ์มีความคุ้มค่ามากขึ้นและเร็วขึ้นด้วย

เล็กจนโต.jpg


ถ้วยชามเบญจรงค์

จากจุดเริ่มต้นที่เจ้าของธุรกิจประสบปัญหาเรื่องการขายสินค้าและปัญหาแรงงาน ขวัญหทัยได้แนะนำให้ผู้ประกอบการรายนี้ลองเปลี่ยนแนวคิดการนำเสนอสินค้าดู เช่น จากเครื่องเคลือบเบญจรงค์ที่ขาวเงาหรูหราและต้องลงสีวิจิตรตระการตาถึงห้าสี (ซึ่งดูแล้วยังไงๆ ก็เหมาะเป็นของโชว์ในตู้มากกว่าของใช้) ก็ให้ผู้ประกอบการลองเปลี่ยนมาสู่การวาดลายที่ง่ายขึ้น ลดทอนรายละเอียดยิบย่อยลง และให้ลองจับคู่สีใหม่เพียงแค่ 2 หรือ 3 สี เพื่อวาดลงบนพื้นกระเบื้อง “สีดำด้าน” แทน

ทั้งนี้ขวัญหทัยมองว่าหากผู้ประกอบการรายนี้ต้องการจะขายสินค้าให้มากขึ้นภายใต้กำลังการผลิตที่ลงลง ผู้ประกอบการก็จำเป็นที่จะต้องวางตำแหน่งสินค้าใหม่ คือหยุดทำสินค้าที่ต้นทุนแพงและคนไม่กล้าใช้ และหันมาทำสินค้าเป็น Everyday product (ที่ผู้บริโภคใช้งานได้จริงๆ) เสียที

ซึ่งหลังจากได้รับคำแนะนำอย่างต่อเนื่องจากขวัญหทัย ในที่สุดผู้ประกอบการรายนี้ก็สามารถสร้างสรรค์ “ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่” ที่ผลิตเองได้ในครัวเรือน (ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานเพิ่มเติม) และจากเดิมที่เคยทำเครื่องเบญจรงค์ได้วันละน้อยชิ้น แถมขายยาก ปัจจุบันนี้ก็สามารถสร้างชิ้นงานแบบ Everyday use ได้ในจำนวนมากขึ้น ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น นับเป็นการ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” ครั้งสำคัญของเจ้าของธุรกิจเลยทีเดียว

1.png

2.jpg                                                                                                                                                             

น้ำอบไทย “แจ่มกมล”

ปัจจุบัน “น้ำอบไทย” ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาววัง จะขายกันได้ก็เฉพาะแต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือในพิธีสรงน้ำพระเท่านั้น เจ้าของธุรกิจน้ำอบรายนี้ประสบปัญหาทั้งในด้านการตลาดและการขาย จึงได้เข้ามาขอคำปรึกษาจากขวัญหทัย ซึ่งเธอก็ได้แนะนำไปว่าควรพลิกรูปแบบของตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สำคัญคือต้องเปลี่ยนภาพของ “น้ำอบ” ที่ใช้เฉพาะเทศกาล ให้กลายมาเป็น “น้ำหอม” ที่ใช้กันทุกวันให้ได้

โดยในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์รอบใหม่นี้ ขวัญหทัยแนะนำว่าผู้ประกอบการควรต้องเพิ่มคุณสมบัติด้านการบำรุงผิว และพัฒนากลิ่นหอมเพิ่มเติมเพื่อสร้างเป็นจุดขายใหม่ (ผสมผสานองค์ความรู้เรื่องดอกไม้ที่มีอยู่เดิม เช่น กลิ่นมินท์ กลิ่นกุหลาบ กลิ่นชำมะนาด ฯลฯ) พร้อมทั้งควรออกแบบบรจุภัณฑ์ใหม่ให้เป็นแบบขวดสเปรย์ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้งานง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น นอกจากนั้น ในส่วนของการตลาดเธอยังได้แนะนำให้ผู้ประกอบการทำสินค้าชุดพิเศษออกมาขายบ้างเป็นครั้งคราว เช่น ทำชุดเครื่องหอมแบบ DIY ที่ให้ลูกค้าเลือกปรุงกลิ่นได้เอง (ถือเป็นลูกเล่นให้คนได้สนุกกับตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น)

5.jpg

 

นอกจากทั้งสามกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้างต้นแล้ว ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ไทยอีกนับไม่ถ้วน อาทิเช่น แบรนด์ PIN ที่พลิกเศษเหล็กจากกระบวนการผลิตมาสร้างสรรค์เป็นสินค้าของแต่งบ้าน เช่น โคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ, แบรนด์ Re+Pair ที่เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้มาเป็นผลิตภัณฑ์แนวไลฟ์สไตล์ เช่น พวงกุญแจ กระเป๋า ลำโพง ฯลฯ, แบรนด์ Re-Paper Bag ที่ผลิตกระเป๋าหลากหลายไซส์ขึ้นจากวัสดุกระดาษ นำหนังจริงมาทำเป็นหูหิ้วทำให้ใช้งานง่าย ฯลฯ


ส่วนเคล็ดลับของขวัญหทัยในการให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการรายย่อย ก็คือ เธอจะดูบุคลิกของผู้ประกอบการแต่ละคนและพยายามส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับ “ตัวตน” ของคนๆ นั้นมากที่สุด นอกจากนั้นเธอจะให้ความสำคัญอย่างมากกับคนที่มีความตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่ดี และจะพยายามดึงเอาศักยภาพ (ที่คนๆ นั้นมี) ออกมาใช้อย่างสูงสุด โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ไม่ลงทุนเกินตัว


สรุป 6 แนวคิดสำคัญในการพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์ไทย

1. เป้าหมายในการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องมีความชัดเจน

2. หาจุดขายของผลิตภัณฑ์ที่กำลังออกแบบให้ได้

3. คำนึงถึงความเป็นได้ในกระบวนการผลิตเสมอ (ตามศักยภาพของผู้ประกอบการแต่ละราย)

4. เข้าใจตลาดก่อนการลงทุน

5. ตั้งใจทำสินค้าดีๆ ให้กับผู้บริโภค

6. คิดให้ต่างและมองหาแง่มุมใหม่ๆ (ในตัวผลิตภัณฑ์) เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์

« Back to Result

  • Published Date: 2014-03-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com