Creative Knowledge

« Back to Result | List

TCDC SOCIAL CLUB #4 - Make Your Brand Stand Out ตอนที่ 4 : กฤษณ์ แสงวิเชียร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sukho Tea & Candle

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล
t2.jpg

ในฐานะนักธุรกิจหน้าใหม่ผู้กำลังปลุกปั้นแบรนด์ Sukho Tea & Candle คุณกฤษณ์ แสงวิเชียร เล่าว่าตัวเขาเองเริ่มต้นธุรกิจจากการทำดีไซน์สตูดิโอเล็กๆ ก่อน (รับทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานตกแต่งภายใน ฯลฯ) จนกระทั่งในปี 2009 จึงได้เริ่มคุยกับครอบครัวว่ามันน่าจะมีทางต่อยอดให้ “ทักษะการออกแบบ” พวกนี้สร้างผลกำไรให้ตัวเองได้ในระยะยาว คุณกฤษณ์มองว่าธุรกิจเดิมที่เขาทำอยู่นั้น (ดีไซน์สตูดิโอ) มีความเป็น Active Business แบบเต็มๆ (หมายถึงถ้าป่วยหรือถ้าหยุดงานก็ไม่มีรายได้เข้า) ดังนั้นเขาจึงอยากขยายช่องทางสร้างรายได้ที่เป็น Passive Business ดูบ้าง (ซึ่งนั่นก็หมายถึงการเป็น Investor หรือ Business Owner ที่มีคนอื่น Active แทนได้)

หลังจากนั้นคุณกฤษณ์ก็เริ่มค้นคว้าหาข้อมูลว่าธุรกิจแบบไหนบ้างที่จะสร้าง “Passive Income” ให้กับครอบครัวได้อย่างยั่งยืน จนในที่สุดเขาก็สรุปลักษณะของธุรกิจในฝันออกมา 4 ข้อ คือ

1) ต้องไม่มีกำแพงด้านวัฒนธรรมหรือศาสนา

2) ต้องเป็นของที่ใช้แล้วหมดไป ยิ่งหมดเร็วยิ่งดี

3) ต้องเป็นของที่ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นก็สามารถมีเงินเข้า

4) ต้องเป็นของที่มีดีไซน์เป็นตัวขับเคลื่อน เหมาะกับเทรนด์ความเป็นไปของโลก

ข้อคิดสี่ข้อข้างต้นได้นำไปสู่การก่อตั้งแบรนด์ “Sukho” (สุโข) ขึ้นในวันหนึ่ง โดยคุณกฤษณ์กล่าวว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่ดี มีความหมายว่า “ความสุข” (แถมตัวบริษัทเองก็ตั้งอยู่บนถนนสุโขทัยด้วย) นอกจากนั้นแล้ว Brand Promise (หรือคำมั่นสัญญา) ของแบรนด์ก็คือ “การทำให้สิ่งรอบตัวมีความสุข...เพื่อให้ตัวเรามีความสุขไปด้วย”

t1.jpg

คุณกฤษณ์เล่าว่าสินค้าตัวแรกของ Sukho คือ “ชา” ซึ่งเขาได้ไปค้นพบแปลงเกษตรอินทรีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของแปลงแห่งนี้ปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ไว้เต็มไปหมด ทั้งอัญชัน เก๊กฮวย หญ้าหวาน ฯลฯ หลังจากได้พูดคุย ศึกษา และทำความรู้จักกับวัตถุดิบประมาณหนึ่ง คุณกฤษณ์ก็เกิดไอเดียอยากทำ “ชาสีฟ้า” (Blue Tea) ขึ้นมา (เพื่อสร้างความแตกต่างให้ชาแบรนด์เล็กๆ ในตลาดที่เต็มไปด้วยชาเขียว) ซึ่งในกระบวนการพัฒนา Blue Tea นั้นก็ต้องผ่านการค้นคว้าทดลองและผสมสูตรต่างๆ มากมาย จนในที่สุดเขาก็ได้รสชาติชาจากดอกอันชัญที่อร่อยถูกใจ และพร้อมจัดจำหน่ายสู่ท้องตลาด

สไตล์การทำธุรกิจของเขานั้นจะเน้นเรื่อง “ความสัมพันธ์ใกล้ชิด” เป็นหลัก คือไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต คนทำแพคเกจจิ้ง ตัวแทนจำหน่าย ฯลฯ เขาจะหาเวลาไปเยี่ยมเยียน โทรหา หรือไปพูดคุยด้วยเสมอ (ไม่จำเป็นจะไม่ใช้อีเมลเลย) ทั้งนี้เพราะเขาเชื่อว่าการแสดงความจริงใจกับคู่ค้า จะทำให้เขาเก็บรายละเอียดต่างๆ ในธุรกิจได้ดีขึ้น ทุกวันนี้คุณกฤษณ์ยังคงนำชาไปส่งเองตามร้านค้า เพื่อจะได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน และรับฟังข้อติชมต่างๆ ได้โดยตรง

สินค้าอีกตัวที่คุณกฤษณ์เพิ่งจะพัฒนาขึ้นสำเร็จก็คือ “เทียนหอมธรรมชาติ” โดยเขาเล่าว่าไอเดียการทำเทียนนี้เกิดจากการที่ภรรยาของเขา (ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น) เป็นคนชอบจุดเทียนก่อนนอนมาก ทั้งสองจึงไปลงคอร์สการทำเทียนด้วยกัน ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง

เมื่อได้รับรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำเทียนแล้ว คุณกฤษณ์ก็มองเห็นช่องว่างในตลาดโดยเขารู้สึกว่าทุกวันนี้มีผู้ผลิตเทียนพาราฟินมากมายซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นเขาเองน่าจะลองคิดค้นเทียนที่เป็นธรรมชาติขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดใหม่

539142_10151417875244834_294339451_n.jpg

ณ ตอนนั้นเขานึกไปถึงตลาดญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นคนรักสุขภาพ มีรสนิยมคล้ายกัน และมีศักยภาพทางการเงินค่อนข้างสูง (สามารถใช้ภรรยาเป็น User Persona หรือผู้ใช้ทดลองได้ทันที) หลังจากนั้นเขาและภรรยาก็เริ่มนำแวกซ์จากธรรมชาติหลายๆ ชนิดมาทดลองผสมสูตรเทียน ลองผิดลองถูกกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งวันหนึ่งก็ได้สูตรเทียนชนิดพิเศษที่มีความน่าสนใจ นั่นก็คือตัวแวกซ์เทียนนี้เมื่อหลอมละลายแล้ว (ที่อุณหภูมิประมาณ 32 องศา) ก็จะมีคุณสมบัติเหมือน “มอยสเจอไรเซอร์บำรุงผิว” ไม่ต่างจากแฮนด์ครีมทั่วๆ ไป

ส่วนในเรื่ององค์ประกอบอื่น อาทิเช่น กลิ่นหอม ไส้เทียน บรรจุภัณฑ์ คุณกฤษณ์ได้เลือกใช้หัวน้ำหอมแบบ Essential ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตแบบธรรมชาติ เลือกใช้ไส้เทียนที่ทำจากคอตตอน 100% เลือกใช้กระดาษคราฟท์มาออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะตอบโจทย์ “ความเป็นมิตร” และ “ความพรีเมี่ยม” ในแบบที่แบรนด์ Sukho ต้องการนั่นเอง

อย่างไรก็ดี คุณกฤษณ์กล่าวปิดท้ายว่าแม้ผลิตภัณฑ์ของเขาจะมีความแตกต่างหรือมีคุณสมบัติน่าสนใจ  แต่หากขาดในเรื่องของ “การสื่อสาร” และ “การสร้างเรื่องราว” แล้ว มันก็ยากที่จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้  ธุรกิจของเขาเองได้เจอกับอุปสรรคข้อนี้ แต่ก็สามารถก้าวข้ามไปได้ด้วยการทำ “โบรชัวร์” บอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเมื่อผู้บริโภคได้เข้าใจแก่นแท้ของแบรนด์มากขึ้นแล้ว พวกเขาก็จะตัดสินใจซื้อได้ทันที ...นี่คือสิ่งที่แบรนด์เล็กๆ อย่าง Sukho Tea & Candle พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเอง

428320_10151376577119834_1477992044_n(1).jpg

426499_10150591439489834_2047794787_n.jpg

542357_10151118689539834_1390689229_n.jpg

 

ชมผลงานของ Sukho Tea & Candle

149852668822b189af6071262f9c8ab6.jpg 

 

« Back to Result

  • Published Date: 2014-03-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี