Articles

« Back to Result | List

Brighter Berlin : อะไรที่เปลี่ยนซากประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นเมืองหลวงแห่งการสร้างสรรค์

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By rs-foto

การทลายกำแพงเบอร์ลินที่แบ่งแยกประเทศออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเมื่อปี ค.ศ. 1989 ไม่เพียงทำให้ชาวเยอรมันทั้งสองฝั่งสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างอิสระ แต่ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของคนเยอรมัน อันเนื่องมาจากรากฐานและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ผลพวงจากการเป็นผู้แพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และผลกระทบจากยุคสงครามเย็น

 

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By tochis, Daniel Sparing

เมื่อประเทศถูกรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว รัฐบาลเยอรมันนีประกาศให้เบอร์ลินเป็นเมืองหลวงของประเทศในปี ค.ศ. 1990 อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่ระหว่าง ค.ศ.1991 - 2001 เบอร์ลินกลับประสบปัญหาผู้ว่างงานสูงถึง 150,000 คน โดยมีปัจจัยสำคัญอยู่ที่ภาวะการถดถอยทางอุตสาหกรรมของอดีตเยอรมนีตะวันออก และการยกเลิกการให้เงินอุดหนุนด้านการผลิตของเยอรมนีตะวันตก โรงงานหลายแห่งต้องปิดตัวลงและย้ายไปตั้งโรงงานแห่งใหม่ในพื้นที่ที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าในเมืองหลวง ทำให้อัตราการจ้างงานในโรงงาน อุตสาหกรรมลดลงจาก 264,000 คนเมื่อปี 1991 เหลือเพียงแค่ 112,000 คนในปี 2001

มาตรการที่รัฐบาลเยอรมันยื่นมือเข้ามาฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของเบอร์ลินคือ การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการดำเนินธุรกิจในเมืองให้ตอบสนองกับความต้องการให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการขยายจำนวนพื้นที่ของสำนักงานแห่งใหม่ ด้วยอัตราการเก็บภาษีแบบพิเศษเพื่อรองรับกับการใช้งานและดึงดูดให้ผู้ประกอบการจากที่อื่นเข้ามาลงทุนในเบอร์ลินมากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ก็คือพื้นที่ออฟฟิศเพิ่มมากขึ้นถึง7 ล้านตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 8 ปี (ค.ศ. 1990-1998) นโยบายนี้ส่งผลให้อัตราค่าเช่าสำนักงานลดลงถึง 70% ตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา เช่นเดียวกับอัตราค่าครองชีพที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับมหานครอื่นๆ ในยุโรป ตัวอย่างเช่น จำนวนเงินที่เราต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์แบบสตูดิโอในลอนดอน สามารถเช่าอพาร์ตเมนต์สุดหรูแบบสี่ห้องนอนในเบอร์ลินได้

นอกจากนี้ การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสนามบินถึง 3 แห่ง และสถานีรถไฟที่เชื่อมโยงกับสถานีรถไฟอื่นๆ ทั่วยุโรป ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเข้าออกเบอร์ลินได้อย่างสะดวกสบาย ไม่เพียงเท่านั้น การพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตให้ทันสมัยและรองรับกับความต้องการ ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลและสภาเมืองเบอร์ลินให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จนทำให้เบอร์ลินกลายเป็นเมืองที่มีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเยอรมนี โดยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่าสองในสามของประชากรทั้งหมด   

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Rodon

การส่งเสริมด้านการศึกษาเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาอาศัยและทำงานในเบอร์ลิน สาเหตุสำคัญคือการสนับสนุนทุนการศึกษาทั้งหมดตลอดหลักสูตรให้กับทั้งคนเยอรมันและชาวต่างชาติ และความเชื่อถือในคุณภาพการศึกษาของเยอรมนี รวมถึงความหลากหลายของหลักสูตรที่มีให้เลือกศึกษา ซึ่งเมื่อนักศึกษาเหล่านี้สำเร็จการศึกษา ส่วนหนึ่งตัดสินใจสมัครงานหรือก่อตั้งบริษัทของตัวเองอยู่ที่เบอร์ลินเพื่อใช้ประโยชน์จากค่าเช่าสำนักงานและค่าครองชีพที่ต่ำ และเพื่อไขว่คว้าโอกาสในการทำงานหรือประกอบธุรกิจ

เบอร์ลินยังเป็นหนึ่งในจุดหมายการเดินทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปยุโรปเพราะอุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ และความบันเทิงหลากหลายไม่ว่า จะเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำชาติ 17 แห่ง แกลเลอรี่ 300 แห่ง (กว่า 200 แห่งดำเนินการโดยเอกชน) โรงละคร 150 แห่ง โรงละครโอเปร่า 3 แห่ง สถานที่จัดแสดง ดนตรีออร์เคสตร้า 8 แห่ง และสนามกีฬาโอลิมปิกซึ่งสามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 76,000 ที่นั่ง สำหรับการจัดงานและการแสดง ต่างๆ เบอร์ลินยังมีชื่อเสียงในด้านการจัดการประชุมและการจัดงานแสดงสินค้าในระดับนานาชาติ โดย ICCA หรือ The International Congress and Convention Association จัดลำดับให้เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีการจัดการประชุม สัมมนา งานแฟร์ และกิจกรรมต่างๆ มากเป็นอันดับ 4 ของโลก

 

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By bigarnex, cinematographer

เบอร์ลินยังเป็นเมืองซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ งานคาร์นิวัล แฟชั่นวีค และ “The Love Parade” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเต้นรำบนถนนในเมืองถึง 1.2 ล้านคนเมื่อปี 2006 สิ่งเหล่านี้ล้วนดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในมหานครเบอร์ลิน ขณะที่รัฐบาลและสภาเมืองเองก็หวังว่า กิจกรรมทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวตัดสินใจเข้ามาอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถาวรในเบอร์ลิน

ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่รัฐบาลพยายามผลักดันและส่งเสริมการเติบโตของเบอร์ลินตามแนวการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เบอร์ลินจึงได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นเมืองแห่งการดีไซน์ (City of Design) แห่งแรกของประเทศเยอรมนี โดยพิจารณาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประเพณีต่างๆทำให้เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีส่วนช่วยส่งเสริมจินตนาการและความคิดเชิงสร้างสรรค์ให้กับประชากรที่อยู่อาศัยในเมือง และกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในเรื่องการบริหารจัดการเมืองสร้างสรรค์

(ข้อมูลจาก Strategies for Creative Spaces, Berlin Case Study November 2006)

สถิติของมหานครเบอร์ลิน

• 160,500 คือจำนวนประชากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเบอร์ลิน
• 22,900 คือจำนวนผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ เกม และเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรทัศน์และภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ การออกแบบ โฆษณา สถาปัตยกรรม และศิลปะการแสดง ซึ่งรายได้ต่อปีรวมกัน 17.5 พันล้านยูโร (21% ของจีดีพี)
• อุตสาหกรรมเกมสร้างรายได้มากที่สุดถึง 6.7 พันล้านยูโร
• เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน (Berlinale) ซึ่งมีภาพยนตร์เข้าร่วมกว่า 400 เรื่อง จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 60 ในปี 2010
• Deutshces Theater ในเบอร์ลินได้รับการโหวตให้เป็นโรงละครแห่งปี 2008

(ที่มา GermanInformation Centre Pretoria State of Berlin)

« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-04
  • Resource: www.creativethailand.org