Creative Knowledge

« Back to Result | List

Kobe : โกเบ มรดกตะวันตกบนผืนแผ่นดินตะวันออก

เมื่อพูดถึงโกเบ เมืองหลวงของจังหวัดเฮียวโงะ (HyogoPrefecture) ของญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่มักนึกถึงสุดยอดเนื้อวัวเกรดเอ ที่เลี้ยงด้วยเบียร์และสาเก แต่เมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่นแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่เนื้อ แต่ยังขึ้นชื่อในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามทางธรรมชาติหรือวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก

กินที่โกเบ
โกเบนับเป็นสวรรค์ของนักกิน เพราะเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบชั้นเยี่ยมหลากหลายชนิด ที่ขึ้นชื่อที่สุดคงหนีไม่พ้นเนื้อโกเบ ที่ได้จากวัวพันธุ์วากิวที่ได้รับการเลี้ยงดูระดับห้าดาวด้วยธัญพืชชั้นดี ฟาร์มบางแห่งถึงขนาดนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แถมยังผสมเบียร์และสาเกลงไปในอาหารเพื่อให้วัวผ่อนคลายและไม่เครียดอีกด้วย โกเบมีฟาร์มวัวพันธุ์ดีมากมาย จึงไม่แปลกที่เมืองท่าแห่งนี้จะมีโรงงานผลิตชีสสไตล์ camembert รสชาติเข้มข้นจากนมวัว และมีเบเกอรี่หลายแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องชีสเค้กแสนอร่อย

                เนื่องจากเป็นเมืองที่มีดินดี น้ำสะอาด และมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม แถมยังเป็นแหล่งปลูกข้าวคุณภาพดี เขตนะดะในเมืองโกเบจึงเป็นแหล่งผลิตเหล้าสาเกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นและพิพิธภัณฑ์สาเก ที่จัดแสดงอุปกรณ์และกรรมวิธีการทำสาเกที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ศูนย์รวมวัฒนธรรมโกเบอาจจะไม่ใช่เมืองที่ตอบโจทย์ผู้มาเยือนที่ต้องการเสาะแสวงหาความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิม แต่สร้างความตรึงใจด้วยเอกลักษณ์ที่ผสมผสานภูมิสถาปัตย์ สไตล์พุทธผสมชินโต และวิถีชีวิตของชาวแดนอาทิตย์อุทัย เข้ากับสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมตะวันตกได้อย่างกลมกลืน

ศูนย์รวมวัฒนธรรม
                โกเบเริ่มรับอิทธิพลตะวันตกเป็นครั้งแรกในปี 1868 เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศเป็นครั้งแรก หลังจากใช้นโยบายโดดเดี่ยวตัวเองมาเป็นเวลากว่า 200 ปี บ้านสไตล์ตะวันตกถูกสร้างขึ้นกว่า 200 หลัง ในย่าน Kitano ถิ่นพำนักเก่าแก่ของชาวต่างชาติทางตอนเหนือของโกเบ แต่ด้วยสงครามและภัยธรรมชาติทำให้ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียง 60 หลัง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ Kitano เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของโกเบ โดยหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ Weathercock House สร้างโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ตัวบ้านและกำแพงก่อด้วยอิฐธรรมชาติ และบนยอดหลังคามีเข็มทิศวัดทิศทางลมรูปไก่ นับเป็นหนึ่งในบ้านสไตล์ตะวันตกที่ได้รับการบันทึกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของเมือง

                พ่อค้าชาวจีนก็เข้ามาค้าขายที่เมืองท่าแห่งนี้ด้วย โดยตั้งถิ่นฐานรวมกันอยู่บริเวณ Nankinmachi หรือไชน่าทาวน์ของโกเบ ที่ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและชิมอาหารนานาชนิดจากร้านค้าและภัตตาคารต่างๆ ที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใสทั้ง แดง น้ำเงิน เหลือง เขียว และทอง และประดับดวยโคมไฟสไตล์จีนที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน

สร้างเมืองอย่างมีสติ
ลักษณะทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศที่ติดทะเลทำให้เมืองท่าอันดับหนึ่งแห่งภูมิภาคคันไซแห่งนี้รุ่งเรืองตั้งแต่เปิดทำการค้ากับต่างชาติ และรองรับการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมหลากหลาย แต่โกเบก็ไม่ได้รับวัฒนธรรมต่างชาติอย่างไม่ลืมหูลืมตา แถมยังไม่ลืมที่จะอนุรักษ์และรักษามรดกทางธรรมชาติลและวัฒนธรรมของตนเองไว้ได้อย่างดี

                โกเบเป็นเมืองแรกของญี่ปุ่นที่ออกมาตรการทางกฏหมายเพื่อควบคุมภูมิทัศน์เมือง (Kobe City Landscape Ordinance) ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 1978 เพื่อรักษาสภาพเมืองและความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น เทือกเขาร็อคโคและทะเลเซโดะ และถึงแม้แผ่ดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 1995 จะสร้างความเสียหายให้กับโกเบอย่างมหาศาล แต่เมืองท่าแห่งนี้กลับสามารถฟื้นตัวได้อย่างเฟื่องฟู เพราะชาวเมืองร่วมมือร่วมใจกันบูรณะและพัฒนาเมืองอย่างขยันขันแข็ง โดยเน้นการสร้างเมืองอย่างสร้างสรรค์และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และออกแบบสถาปัตยกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งและสอดคล้องกับชีวิตประจำวันของชาวเมือง จนได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งการออกแบบ (City of Design)

ปารีสตะวันออก
โกเบยังใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมสมัยนิยมที่พัฒนามาจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง มาเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย จนกลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่น จนถึงกับมีการกล่าวขานว่า “หากคุณไม่สามารถเยือนปารีสได้ ไปที่โกเบแทน”เพราะโกเบจัดแฟชั่นวีคปีละสองครั้ง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมครั้งละกว่าหมื่นคน แถมยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการออกแบบชั้นนำมากมาย เช่น Kobe Design University ที่มีหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบกราฟฟิก แฟชั่น ผลิตภัณฑ์ และสถาปัตยกรรม เหล่าแฟชั่นนิสต้าพลาดไม่ได้กับพิพิธภัณฑ์แฟชั่นโกเบ อาคารทรงจานบินที่จัดแสดงนิทรรศการเจาะลึกเรื่องแฟชั่นและรวบรวมหนังสือแฟชั่นดีไซน์ไว้กว่า 28,000 เล่ม

                เมืองโกเบยังจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุกต่อมความคิดสร้างสรรค์ และกระตุ้นให้ชาวเมืองสนุกสนานไปกับการออกแบบและงานดีไซน์ อาทิ Kobe Biennale เทศกาลศิลปะที่จัดขึ้นทุกสองปี และโครงการฝึกอบรมนักออกแบบ Design Renaissance Kobe

                การเปิดใจให้กว้างของชาวโกเบ ทำให้โกเบมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก พร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะรักษาสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เห็นหรือยังว่าเมืองท่าแห่งนี้มีดีกว่าแค่เนื้อจริงๆ

                เนื้อโกเบเป็นอาหารสุดหรูที่มีราคาแพงที่สุดอย่างหนึ่งของโลก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมเนื้อวัวชนิดนี้ถึงมีราคาแพงระยับเฉลี่ยอยู่ถึงกิโลกรัมละ 18,000-26,000 บาท

                กรรมวิธีการเลี้ยงวัวเพื่อผลิตเนื้อโกเบแท้ตำรับญี่ปุ่นนั้นเข้ทงวดและเคร่งครัดมาก โดยเนื้อวัวโกเบแท้นั้นต้องมาจากวัวพันธุ์วากิว (Wagyu) สายพันธุ์ทาจิมะ ที่เลี้ยงในจังหวัดเฮียวโงะ ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชูเท่านั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวต้องดูแลวัวอย่างดี ให้อาหารคุณภาพสูง นวดตัวและแปรงขนอย่างสม่ำเสมอให้วัวไม่เครียด เนื้อวัวโกเบจึงนุ่มละลายในปาก และมีไขมันแทรก (marbling) สูง แต่มีคอลเรสเตอรอลต่ำ เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและโอเมก้ามากกว่าเนื้อวัวทั่วไป เนื้อวัวโกเบที่ได้คุณภาพต้องผ่านมาตรฐานการจัดระดับเนื้อของญี่ปุ่น หรือ BMS (Beef Marbling Standard) โดยมีไขมันแทรกระดับ 6 ขึ้นไป

                ความนิยมของเนื้อโกเบทำให้ฟาร์มในสหรัฐฯ และออสเตรเลียพยายามเลียนแบบ และผลิต “เนื้อสไตล์โกเบ”ขึ้น จากวัวลูกผสมระหว่างพันุ์วากิวกับแองกัส และอ้างว่าเนื้อสไตล์โกเบนั้นมีรสชาติเหมือนกันเนื้อโกเบต้นตำรับทุกประการ แถมยังมีราคาถูกกว่า แต่นักวิจารณ์อาหาร และนักชิมก็ยังแย้งว่าเนื้อโกเบจากญี่ปุ่นนั้นมีรสชาติดีและนุ่มลิ้นกว่า

Did you know?

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By hyougushi

Kobe Luminari
เป็นเทศกาลจัดแสดงไฟ ที่จัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1995


อาริมะออนเซ็น
เป็นแหล่งอาบน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น โดยอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 35-40 องศาเซลเซียส

Port Tower
อาคารสูง 108 เมตร สร้างจากแท่งเหล็กสีแดง รูปทรงเหมือนกลองยาวไทยขนาดยักษ์ นักท่องเที่ยวและคู่รักหนุ่มสาวมักมาชมวิวเมืองโกเบยามค่ำคืนกัีนที่นี่

 

สาเกเป็นเหล้าที่ต้องใช้ความพิถีพิถันในการผลิตเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมี “โทจิ” (Toji) ผู้เชี่ยวชาญด้านการหมักและกลั่นสาเกประจำแต่ละโรงกลั่น โทจินี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ และต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์สูง เพราะต้องดูแลตั้งแต่การเลือกข้าว อุณหภูมิและระยะเวลาในการหมัก ไปจนถึงจำนวนยีสต์ที่ต้องใช้ เพื่อให้ได้สาเกที่รสชาติดี แต่เดิมตำแหน่งนี้จะสืบทอดกันผ่านพ่อสู่ลูก แต่ปัจจุบันตามโรงกลั่นขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยก็มีคอร์สอบรมการเป็นโทจิบ้างแล้ว

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในเดือนมีนาคม ปี 1945 โกเบถูกถล่มด้วยระเบิดลูกใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80,000 คน และพื้นที่เมืองราว 21% ถูกทำลาย เหตุการณ์นี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง “สุสานหิ่งห้อย”หรือ Grave of Fireflies ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องดังของสตูดิโอจิบลี ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสืออัตชีวประวัติของอะคิยูกิ โนซากะ ผู้สูญเสียน้องสาวระหว่างสงคราม

เรื่องโดย BelleMac และ ณัฐพร ศรีศิริรังสิมากุล

« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-04
  • Resource: www.creativethailand.org
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง