Articles

« Back to Result | List

BOSTON : From BOSTON to the World

ในฐานะที่เป็นเมืองใหญ่ เป็นเขตการค้าและการเดินเรือ ซึ่งรุ่มรวยวัฒนธรรมและเป็นแหล่งรวมของนักคิดนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญในช่วงรอยต่อระหว่างยุคบุกเบิกดินแดนและยุคแห่งการสร้างชาติ บอสตัน (Boston) จึงถือเป็นเมืองต้นทางของกระแสความคิดและความเคลื่อนไหวหลายๆ ด้านทางประวัติศาสตร์และสังคมของสหรัฐอเมริกา โดยมีจุดตั้งต้นสำคัญคือความคิดอันก้าวหน้าของผู้คนและปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวย

ทุกวันนี้ บอสตันยังคงรักษาบทบาทและสถานภาพของการเป็นเมืองที่เหมาะต่อการเริ่มต้นธุรกิจ เมืองแห่งการศึกษา เมืองแห่งโอกาส เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ เมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี และอีกหลายๆ นิยามที่เป็นเหมือนแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดผู้คนและธุรกิจหลายแขนงให้เข้ามาลงหลักปักฐานและเจริญเติบโตที่นี่ พร้อมกับผลิตนักคิดและนักสร้างสรรค์ชั้นดีให้ออกไปเติบโตในพื้นที่อื่นๆ

            การเป็นเมืองตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับนักแสวงหาโอกาสทางความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นเพราะบอสตันมีความพร้อมในทุกด้านมากพอที่จะทำให้หลายคนให้ความไว้วางใจ และบริษัทชั้นนำด้านการออกแบบและสร้างสรรค์นวัตกรรมของโลก ไม่ว่าจะเป็น IDEO GamerDNA หรือ Quest Diagnostics ต่างก็เลือกดำเนินกิจการที่นี่ด้วยเหตุผลหลักๆ คือบอสตัน “ตอบโจทย์” ความต้องการของพวกเขาในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี (technology) ผู้คนที่มีหัวคิดก้าวหน้า (human) และระบบธุรกิจ (business) เมื่อองค์ประกอบหลักเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาก็คือนวัตกรรมทั้งทางความคิดและสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์ จึงไม่มีเหตุผลข้อใดที่จะมองข้ามบอสตันไปในฐานะที่ตั้งสำหรับการทำธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นหลายๆ สิ่งที่เป็น “แห่งแรกของอเมริกา” ก็เกิดขึ้นที่บอสตันเช่นกัน ทั้งโรงเรียนเอกชนแห่งแรก (ปี 1635) และระบบขนส่งมวลชนใต้ดิน (ปี 1897) ที่ได้กลายเป็นรากฐานในการพัฒนาเมืองของบอสตันมาจนวันนี้


© flickr/Zolk

เมืองสร้างสรรค์อันดับที่ 3 ของสหรัฐฯ
ริชาร์ด ฟลอริดา (Richard Florida) นักเศรษฐศาสตร์ผู้เขียนหนังสือ The Rise of the Creative Class, Revisited (2012) ได้จัดอันดับให้บอสตันเป็นเมืองสร้างสรรค์อันดับที่ 3 ของสหรัฐฯ รองจากโบลเดอร์ในรัฐโคโลราโด และซานฟรานซิสโกในรัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องด้วยปัจจัยสำคัญคือสิ่งแวดล้อมของเมือง การเป็นแหล่งรวมสถานศึกษาระดับโลก วัฒนธรรมแบบเปิดและสนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมถึงการมีชุมชนที่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานควบคู่กับเทคโนโลยี หรือหากมองในแง่ของตัวเลขทางเศรษฐกิจ การเติบโตของธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ในบอสตันนั้น ถือเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งมากในระดับโลกและยังเป็นสัดส่วนร้อยละ 7 ของตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจ (GDP) ของสหรัฐฯ

Athens of America
ในสมัยกรีกโบราณ กรุงเอเธนส์คลาคล่ำไปด้วยปราชญ์เมธี นักคิด นักค้นคว้าทดลอง ศาสตร์และศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ ตำราว่าด้วยองค์ความรู้ทางการเมือง วิทยาศาสตร์ การแพทย์ คณิตศาสตร์ ภูมิศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ปรัชญา และศาสนา บรรยากาศของความเป็นเมืองแห่งความรู้และผู้รู้นี้อาจต่างยุคต่างสมัยไปจากบอสตัน แต่มิติของการเป็นเมืองที่เป็นเบ้าหลอมความรู้และความคิดของเอเธนส์และบอสตันนั้นไม่แตกต่างกัน นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บอสตันมีสมญานามที่ดูยิ่งใหญ่และทรงฐานะว่าเป็นเสมือนดัง “Athens of America”  หรือ "กรุงเอเธนส์ของอเมริกา"

            บอสตันเป็นเมืองแห่งการศึกษา ศิลปะ ศาสนา การแพทย์ และวิทยาการสมัยใหม่ เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าของโลกรวมกันอยู่ที่นี่หลายแห่ง ได้แก่ Boston University, Cambridge College, Harvard University, Massachusetts Institute of Technology (MIT), Tufts University School of Medicine และ University of Massachusetts Boston เป็นต้น และเมื่อการเติบโตของผลผลิตใดๆ ย่อมต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่ง ลักษณะกายภาพของบอสตันที่ตอบรับกับความต้องการของผู้คน การเป็นเมืองที่ความเชื่อมั่นไม่เคยถูกสั่นคลอน ไม่เคยหยุดการพัฒนา และไม่เคยหยุดคิด จึงล้วนเป็นโมเดลสำคัญที่นำพาผู้คนเข้ามาสู่วงการการศึกษา พร้อมสร้างสรรค์บุคลากรชั้นเลิศจากทุกวงการรุ่นแล้วรุ่นเล่า


© flickr/CityRover

            หากใครสักคนเลือกที่จะมาศึกษาที่บอสตัน นั่นหมายความว่านอกจากเขาจะได้รับความรู้และประสบการณ์การเรียนที่มีคุณภาพระดับโลกแล้ว สิ่งที่บอสตันหยิบยื่นให้มากกว่านั้นก็คือโอกาส ตัวอย่างหนึ่งจากนับร้อยๆ โอกาสทางอาชีพและธุรกิจที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ที่บอสตันคือการเข้าร่วม 'Boston Urban Mechanics Program' โครงการที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐของเมือง โดยเปิดพื้นที่ประสบการณ์การทำงานในฐานะนักศึกษาฝึกงานในหน่วยงานทุกแห่งของรัฐประจำเมืองบอสตันให้แก่นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี เพื่อให้นักศึกษาเหล่านั้นได้นำวิชาความรู้มาปรับใช้ในการทำงานจริง และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน นับเป็นการนำพลังคนรุ่นใหม่มาขับเคลื่อนเมือง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ของการเป็นส่วนหนึ่งของเมืองระดับโลกไปพร้อมๆ กัน

            นอกจากนี้ หากใครต้องการเงินทุนหรือเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง ก็มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนคอยให้การสนับสนุนและคำปรึกษา จากการสำรวจของ New England Venture Capital Associationองค์กรที่ให้การสนับสนุนด้านจัดหาเงินทุน สนับสนุนวิชาการและเป็นเครือข่ายการประสานงานการเริ่มต้นทำธุรกิจ การจัดหาสถานที่ฝึกงานและการทำงานของนักศึกษา พบว่าร้อยละ 92 ของนักศึกษาจบใหม่และผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ เป็นนายตนเอง หรือมีกิจการส่วนตัว อยากจะเริ่มต้นอาชีพและธุรกิจของตัวเองที่บอสตัน

Kendall Square
การเป็นเมืองแห่งการศึกษาของบอสตันได้สร้างวัฒนธรรมอันดีงามที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้คนและสังคม ทั้งยังอาจขยายไปจนถึงระดับโลก นั่นคือ “วัฒนธรรมของการเปิดกว้างและสนับสนุน” ในย่าน Kendall Square จัตุรัสซึ่งเป็นแหล่งรวมความหลากหลาย ทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ลานสเก็ตน้ำแข็ง ตลาดสินค้าทางการเกษตร ร้านหนังสือชื่อดัง ที่ซึ่งนักศึกษา คนทำงาน ครอบครัว หรือนักท่องเที่ยว สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งได้ทุกเมื่อ เพราะพื้นที่ได้รับการจัดสรรให้เป็นเหมือนสังคมย่อยๆ ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และเล่น ไปพร้อมๆ กันได้ นอกจากนี้ Kendall Square ยังเป็นย่านที่ธุรกิจ วิทยาศาสตร์  ศิลปะและการออกแบบ สำนักงานการค้า และที่พักหลายระดับอยู่ร่วมกัน ที่น่าสนใจคืออาคารหลายแห่งในจัตุรัสแห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังผู้เป็นเจ้าของรางวัลด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย


© flickr/Massachusetts Energy and Environment Affair

Hub of the Universe
นี่คือสมญานามหนึ่งของบอสตันซึ่งดัดแปลงมาจาก “Hub of the Solar System” ชื่อเล่นของศาลาว่าการประจำเมืองที่สร้างขึ้นในปี 1858 แต่ถึงปี 2013 บอสตันก็ยังคงความเป็น “Hub of the Universe”  ในหลายๆ ด้าน บอสตัน เป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญของรัฐแมสซาชูเซตส์ มีประชากรหนาแน่นหลายล้านคนซึ่งล้วนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในระดับสูง โดยประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนและวัยทำงาน นอกจากบอสตันจะเป็นบ้านหลังใหญ่ของคนอเมริกันแล้ว ที่นี่ยังมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเยือนด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป

            ด้วยความที่บอสตันเป็นเมืองที่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งสาธารณูปโภคที่สะดวกสบาย สิ่งแวดล้อมที่สวยงามและสะอาด รวมถึงความสร้างสรรค์ เมื่อคุณภาพชีวิตได้รับการยกระดับให้ดีขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดเดาว่าคุณภาพของความคิดก็จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นไปด้วย และความเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลของบอสตันนั้นยังรายล้อมไปด้วยพิพิธภัณฑ์ศิลปะและพิพิธภัณฑ์ความรู้เฉพาะด้านหลายสิบแห่ง อาทิ Museum of Fine Arts, Institute of Contemporary Art,  Museum of Science, Harvard Museum of Natural History  รวมถึงย่านประวัติศาสตร์ ย่านสถาบันการศึกษา ย่านการค้าและแหล่งช้อปปิ้ง ย่านสุขภาพและโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ย่านธุรกิจการเงิน แหล่งพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาธรรมชาติ 


© flickr/Zolk

            เวลาคือปัจจัยสำคัญสำหรับการทำธุรกิจและบริหารความคิด เมื่อคาดการณ์เวลาได้ ก็ควบคุมสถานการณ์ได้ สิ่งเล็กๆ แต่สำคัญนี้เป็นประเด็นที่ผู้คนมักจะเชื่อมโยงเข้ากับบอสตัน และยกให้เป็นข้อได้เปรียบของบอสตันเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ การเดินทางในบอสตันนั้นสะดวกสบาย ประหยัดทั้งเวลาและค่าโดยสาร ระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ของที่นี่มีชื่อเรียกว่า Massachusetts Bay Transportation  Authority หรือ  "MBTA"  หรือที่สั้นไปกว่านั้นอีกคือ "The T"  ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสหรัฐฯ ถือเป็นเส้นเลือดสายใหญ่ใต้ดินที่นำพาและเชื่อมโยงการขนส่งทุกรูปแบบของทั้งเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน รสบัส รถไฟ และเรือเฟอร์รี่  ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ตลอดจนยังเชื่อมต่อไปยังเมืองใกล้เคียง เพียงใช้บัตรโดยสารที่ชื่อ CharlieCard ก็สามารถเดินทางด้วยการใช้บริการระบบขนส่งได้ทุกรูปแบบอย่างสะดวกสบาย

            และแม้ว่าในวันที่ 15 เมษายน 2013 เสียงระเบิดตูมใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันบอสตัน มาราธอน ที่สนามแข่งขันมาราธอนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จะสร้างความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นหลายๆ ด้านกับบอสตัน ถึงอย่างนั้นท่ามกลางความตื่นตระหนกต่อภัยคุกคามของการก่อการร้าย แต่ด้านหนึ่งบอสตันก็ยังคงแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ หนึ่งในคำมั่นสัญญาที่สร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนชาวบอสตันและผู้คนทั่วโลกก็คือสุนทรพจน์ของดีวาล แพทริก (Deval Patrick) ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่กล่าวไว้ว่า "การแข่งวิ่งมาราธอนในปีหน้าจะยิ่งใหญ่และดีกว่านี้แน่นอน” ซึ่งได้กลายเป็นคำกล่าวที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการเติบโตถึงแก่นแท้ของเมืองแห่งนี้ ที่พร้อมรับมือและเผชิญหน้ากับทุกการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

ที่มา :

บทความ “Boston” จาก en.wikipedia.org
บทความ “Boston” จาก wikitravel.org/en
บทความ “Boston Landmarks Tips” จาก boston.lifetips.com
บทความ “Boston Rated Third Most Creative City in the US” จาก bostinno.streetwise.com
บทความ “Fellowships” จาก cityofboston.gov
บทความ “Kendall Square” จาก en.wikipedia.org
บทความ “Mourning, Resolve and Quest for Answers after Deadly Boston Marathon Bombs” จาก edition.cnn.com
ideo.com/sg
newenglandvc.org

« Back to Result

  • Published Date: 2013-09-11
  • Resource: www.creativethailand.org