Creative Knowledge

« Back to Result | List

S-Oil HERE Balloon : ง่ายๆ โดนๆ กับงานออกแบบบริการช่วยชาติประหยัดน้ำมัน

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

soil_here-balloons.jpg

“การแก้ปัญหาที่โดนที่สุด...มักจะเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดเสมอ”

นี่คือความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นเมื่อเราเห็นแคมเปญ ช่วยประหยัดน้ำมันของบริษัท S-Oil ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าบริโภคน้ำมันกันอย่างหนักหน่วง (ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันก็ถีบสูงขึ้น ที่จอดรถก็หายากยิ่งกว่าทอง แต่คนเกาหลีเองก็ยังนิยมใช้รถส่วนตัวเพิ่มขึ้นอยู่ได้ - งง!)

แคมเปญการตลาดที่เราจะกล่าวถึงนี้มีชื่อเรียกง่ายๆ ว่า “HERE Balloon” เป็นแนวคิดบริการ (Service Concept) สำหรับผู้ใช้รถที่มักต้องวนหาที่จอดรถ (นานๆ) ตามลานจอดรถขนาดใหญ่ เห็นชัดว่าพฤติกรรมดังกล่าวนี้นำไปสู่การสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ และหากจะมองกันในภาพรวมแล้ว เรื่องน่ารำคาญเล็กๆ อันนี้นี่แหละ ที่สะสมเป็นตัวเลขการถลุงพลังงานชาติได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ไอเดียการแก้ไขปัญหาของ S-Oil HERE Balloon น่าประทับใจสุดๆ ตรงที่มัน “เข้าใจง่าย” “ใช้ได้ผล” และ “ไม่ต้องลงทุนมากมาย” (ทั้งในแง่เทคโนโลยี แรงงาน เม็ดเงิน) บริษัท Cheil Worldwide เอเจนซี่โฆษณาผู้ออกแบบแคมเปญนี้เพียงแค่ประดิษฐ์ชุดบอลลูนสีเหลืองเป็นรูปลูกศร พิมพ์คำว่า HERE ตัวใหญ่ๆ ลงไป และนำไปผูกติดไว้ ณ ช่องจอดรถ (ทุกช่อง) ของลานจอดรถขนาดใหญ่ในเมือง

here-balloon-soil-cheil-worldwide.jpg

โดยรูปแบบการใช้งานก็คือ เวลาที่รถแต่ละคันขับเข้ามาในช่องจอด กันชนของรถก็จะค่อยๆ ดึงเชือกของบอลลูน (ที่ลอยอยู่) ให้ลดต่ำลง (จนรถคันอื่นไม่สามารถมองเห็นได้อีก) ในขณะเดียวกัน เมื่อรถขยับออกจากช่องจอด ลูกโป่งอันเดียวกันนี้ก็จะค่อยๆ ลอยกลับขึ้นมาใหม่ เป็นการส่งสัญญาณให้รถคันอื่นมองเห็นจากระยะไกลว่า “ที่จอดนี้ได้ว่างลงแล้ว” ง่ายๆ แค่นี้เอง

ก่อนที่ทีมงาน Cheil Worldwide จะลงมือออกแบบแนวคิดนี้ บริษัท S-Oil เคยได้ทำการเก็บสถิติว่า ผู้ใช้รถในกรุงโซลต้องขับรถ “วนหาที่จอด” กันเป็นระยะทางอย่างน้อย “ครึ่งกิโล” ทุกวัน ดังนั้นแล้วถ้าตัวเลขนี้สะสมรวมกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ก็เท่ากับรถแต่ละคันต้องเผาน้ำมันทิ้งไปเปล่าๆ เปลี้ยๆ ถึง 15 กิโลเมตรต่อคัน! (ซึ่งสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ที่กินน้ำมันไม่เยอะ ก็เท่ากับเผาน้ำมันทิ้ง เดือนละลิตรเลยทีเดียว)

S-Oil-HERE-balloon-3.png S-Oil-HERE-balloon-1.png

อย่างไรก็ดี หลังจากที่พวกเขาทดลองใช้งาน HERE Balloon ในลานจอดรถแห่งหนึ่ง พวกเขาก็พบว่ารถยนต์จำนวน 700 คัน (ที่มาใช้บริการที่จอดรถในวันหนึ่งๆ) สามารถประหยัดน้ำมันรวมกันได้ถึงราว 23 ลิตร

...คุณๆ ลองบวกลบคูณหารกันดูเองว่ามันจะเป็นตัวเลขที่น่าชื่นใจขนาดไหน ถ้าที่จอดรถทุกแห่งของเมืองหันมาร่วมแรงร่วมใจช่วยลูกค้า “ประหยัดน้ำมัน” ด้วยแนวคิดง่ายๆ แค่นี้ 

สรุปภาพรวมแนวคิดบริการ :

ปัญหาและสาเหตุของปัญหา

แนวทางแก้ไข (แนวคิดบริการ)

ผลลัพธ์ที่ได้


-   กรุงโซลมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น (ราว 25% ของประชากรในประเทศ)

-  
จำนวนรถยนต์ต่อประชากรเท่ากับ 1 : 2.5

-   มีอัตราการบริโภคน้ำมันสูงระดับโลก

-   ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นมาก

-   ที่จอดรถในเมืองหายากมาก

-   ประชาชนผู้ใช้รถเกิดความเครียดในชีวิต


-   เริ่มจากการตั้งคำถาม เช่น มันจะดีมั้ยนะถ้ารถทุกคันไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดนานๆ

 -   ออกแบHERE Balloon สีสันสดใส เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนรู้ตำแหน่ง “ที่ว่าง” ตามลานจอดรถต่างๆ

 -   ใช้กลไกง่ายๆ ทำให้บอลลูนพวกนี้ ลดต่ำลงเมื่อมีรถเข้าจอดและ ลอยสูงขึ้นเองเมื่อรถแล่นออกไป

 -   คนขับรถสามารถมองเห็นบอลลูนเหล่านี้ได้ทันทีจากระยะไกล

 -   ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูงใดๆ ลงทุนต่ำ ดูแลรักษาง่าย

 -   ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานคนจำนวนมาก


-   เมื่อหาที่จอดได้เร็ว ผู้ใช้รถจึงประหยัดทั้งน้ำมัน เวลา และเงินในกระเป๋า 

-  
ทุกคนมีความสุขมากขึ้น หงุดหงิดน้อยลง

-   ถือเป็นการช่วยประหยัดพลังงานชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกทาง

-   บริษัท S-Oil ซื้อใจผู้บริโภคได้อยู่หมัดจากแคมเปญนี้ ประชาชนต่างมองว่า S-Oil คือแบรนด์ผู้ค้าน้ำมันที่เน้นเรื่องความประหยัดเป็นหลัก

-   ภาพลักษณ์องค์กรที่เกิดขึ้น : S-Oil Company = Save Oil. Save Time. Save Money. Save Earth.



« Back to Result

  • Published Date: 2013-10-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี