Articles

« Back to Result | List

TCDC SOCIAL CLUB : ถึงคราวสมาชิกปล่อยของ

เรื่อง : กัญญานันท์ สังข์หล่อ

_MG_4533_resize.jpg

ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น สำหรับกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง TCDC Social Club ซึ่งเปิดให้สมาชิก TCDC ได้พูดคุยเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ของตนภายใต้หัวข้อที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน อีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับสมาชิกคนอื่นๆ 

นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อนที่สมาชิกของ TCDC ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์กันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง อีกทั้งยังนับเป็นครั้งแรกที่ TCDC เปิดเวทีให้เหล่าสมาชิกได้นำเสนอผลงานกับสาธารณะ ทั้งกับ buyer ที่ได้รับเชิญมาเป็นกรณีพิเศษ และผ่านงานแสดงผลงานบริเวณ Lobby TCDC เป็นเวลา 2 สัปดาห์

_MG_4114_resize.jpg

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาชิก TCDC พากันจับจองที่นั่งภายใน Member Lounge ตั้งแต่ยังไม่บ่ายสอง และเตรียมพร้อมรับฟังเพื่อนสมาชิก 7 คน นำเสนอผลงานในหัวข้อ "Design Goes Green" หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสิ่งของเหลือใช้หรือวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

คุณพรพรรณ เกียรติภาคภูมิ หรือ คุณปิ่น รับอาสาพูดเป็นคนแรก เธอเล่าให้ฟังว่าครอบครัวของเธอทำโรงงานเหล็ก และเธอก็รู้สึกรำคาญเสียงดังหนวกหูของโรงงานมาโดยตลอด เมื่อต้องทำศิลปนิพนธ์ คุณปิ่นจึงหยิบเรื่องใกล้ตัวมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้ “เห็นความสวยงามในความเสื่อมสลาย” ของเศษเหล็ก หลังจากเรียนจบ คุณปิ่นจึงเริ่มหยิบเศษเหล็กในโรงงานมาแปลงโฉม แม้ที่บ้านจะมองว่าเอา “เศษขยะมาทำอะไรก็ไม่รู้” ก็ตาม 

ปิ่น PIN_resize.jpg 

คุณปิ่นทยอยนำผลงานของตนเองไปประกวดตามที่ต่างๆ อยู่เป็นประจำ รวมถึงได้นำเชิงเทียนจากเศษเหล็กมาอวดในงาน “ปล่อยแสง ครั้งที่ 2” ของ TCDC ด้วย ซึ่งเป็นจุดหักเหสำคัญที่ทำให้คุณปิ่นหันมาโฟกัสกับของตกแต่งบ้านอย่างจริงจัง จนเกิดเป็นแบรนด์ PiN ที่มีผลงาน เช่น โคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะที่ผาแต้ม เก้าอี้รูปลูกยาง และคอลเล็กชั่นล่าสุด ที่มีทั้งโต๊ะกาแฟ กระจก ของประดับติด ผนัง ซึ่งนับว่าเป็นงานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา โดยเน้นการพับโค้งเหล็กและทำให้งานดูพลิ้วไหวมากกว่าเดิม 

pin2.gif

แต่การต้องสวมบทบาทเป็นทั้งนักออกแบบและผู้ประกอบการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การเจรจากับผู้ผลิตและการตลาด เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่คุณปิ่นต้องเรียนรู้ใหม่ อีกทั้งยืนยันว่า แม้หลายคนอาจจะมองว่าเธอมีทุนดี ในด้านวัตถุดิบจากทางบ้าน แต่เธอบอกว่า สิ่งที่สำคัญกว่าคือการพยายามคิดต่อยอดจากสิ่งที่มี “ปิ่นเคยคิดเล่นๆ ว่าถ้าที่บ้านไม่ทำโรงงานเหล็ก ปิ่นอาจจะไปขายน้ำเต้าหู้ในแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำก็ได้” 

carpenter.jpg 

งานสร้างสรรค์จากสองพี่น้องชาวเชียงใหม่ คุณนิด และ คุณแนน หรือ วรรณวิมล และ วีรดา ศิริพงษ์ ก็ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจครอบครัวที่น่าสนใจอีกงานหนึ่ง ทั้งสองเล่าให้ฟังว่า ที่บ้านเป็นโรงงานไม้ รับจ้างทำวงกบ ประตู และหน้าต่าง ทุกๆ วันจะมีเศษไม้เหลือทิ้งจำนวนมาก และที่บ้านจะขายให้ผู้รับเหมาก่อสร้างในราคากระสอบละ 5 บาท ซึ่งคุณนิดและคุณแนนก็มักจะบ่นเสียดายกันอยู่บ่อยๆ และคิดจะหยิบเศษไม้เหล่านั้นมาทำอะไรอยู่สักพักแล้ว

จนเมื่อปลายปีที่แล้ว คุณนิด เริ่มรู้สึกว่าการดูแลธุรกิจครอบครัวเป็นกิจวัตรที่จำเจ และอยากลองทำอะไรที่ต่างออกไปบ้าง ประกอบกับคุณแนน ที่เป็นสถาปนิก ชื่นชอบเครื่องเขียนไม้สไตล์ญี่ปุ่น จึงปรึกษากับเพื่อนสถาปนิก ซึ่งลงความเห็นว่าน่าจะทำสเกล เพราะเป็นเครื่องมือที่นักออกแบบใช้กันอยู่แล้ว แต่ที่ใช้กันอยู่เป็นพลาสติกและมักมีราคาแพง 

600222_195791697252127_276140708_n.jpg

หลังจากได้ไอเดีย ทั้งสองก็เริ่มทำของขึ้นมาชิ้นหนึ่ง และโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊ค โดยใช้ชื่อว่า ‘Carpenter ปรากฏว่าคนสั่งซื้อกันอย่างรวดเร็ว คุณนิดและคุณแนนจึงรีบสั่งของจากช่างที่บ้าน โดยดึงเอารูปทรงจากสเกลที่ใช้กันอยู่ทั่วไป และชวนกันไปสถานที่โปรดอย่างร้านกาแฟ เอากระดาษทรายขัดสเกลไม้สากๆ ที่ได้มาจนนุ่มมือ 

ผ่านไปสักพัก ทั้งสองยังเพิ่มความพิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยการสลักชื่อเจ้าของ ซึ่งก็ถูกใจลูกค้าอีกระลอก ชนิดที่คุณแนนบอกว่า “ยอดขายถล่มทลายจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน” แต่เธอย้ำว่า ไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าคนในแวดวงออกแบบมักจะแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องเขียนด้วยการเขียนชื่ออยู่แล้วเป็นทุนเดิม

_MG_4546_resize.jpg

ต่อมาถึงคิวของผลิตภัณฑ์กระดาษหัวใจรักษ์โลก จาก คุณหญิง และ คุณใหม่ หญิง อมรางค์กูร อดีตครูสอนศิลปะและ จรุงการ เพิ่มลาภ อดีตฝ่ายขายของโรงแรม แบรนด์ Give the Gift เกิดขึ้นเพราะทั้งสองให้ความสำคัญกับการให้ของขวัญ ส่วนคุณหญิงเองก็มักสอนเด็กๆ ให้พับกระดาษ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมือและสมองอยู่บ่อยๆ 

แต่แทนที่จะสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์กระดาษห่อของขวัญผ่านเพียงแค่ลายบนกระดาษ ทั้งสองเลือกที่จะสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยตั้งเป้าให้สินค้าของพวกเขาเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด คุณใหม่มองว่า ข้อเสียข้อใหญ่ของผลิตภัณฑ์กระดาษคือ มันมาจากการตัดต้นไม้ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกใช้กระดาษที่มาจากป่าไม้ในอินโดนีเซียที่ปลูกขึ้นเพื่อทำกระดาษโดยเฉพาะ รวมถึงใช้พลังงานไอน้ำและหมึกพิมพ์จากถั่วเหลืองอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น คุณหญิงและคุณใหม่ยังไม่เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นแกนกระดาษแข็งและถุงพลาสติก ดังเช่นกระดาษห่อของขวัญทั่วไป แต่นอกจากจะเพื่อคงคอนเซปต์ “กรีน” แล้ว ยังเป็นเพราะทั้งสองพบว่าวัสดุทั้งสองไม่ได้ช่วยป้องกันให้กระดาษห่อของขวัญไม่ยับเลย 
คุณใหม่อธิบายว่า “ผมเชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของทั้งนักออกแบบและผู้ประกอบการที่ต้องคิดให้มากกว่าเดิม” ดังนั้น คุณหญิงจึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ และเลือกใช้กระดาษรีไซเคิลและถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้แทน ซึ่งมีต้นทุนไม่ต่างกันกับแบบบรรจุภัณฑ์ปกติ 

ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ทำให้แบรนด์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งสองบอกว่าสิ่งที่ทำให้ภูมิใจจริงๆ คือการที่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจุดประกายให้หลายๆ บริษัทหันมาเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นต่างหาก

ป้อม-artwork.jpg

ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นต่อมา คือ กระเป๋าเท่ๆ จาก คุณสิริวรรณ ชิวารักษ์ อาร์ตไดเร็กเตอร์สาวของบริษัทโฆษณาที่มีหลงใหลกระเป๋าเป็นพิเศษ และสังเกตเห็นว่ากระเป๋า รวมถึงผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่จัดเป็นสินค้าที่รักสิ่งแวดล้อมมักจะใช้สีจืดๆ อยู่ตลอด กระเป๋าแบบกรีนๆ แต่สีสันจัดจ้าน ภายใต้แนวคิด “ศิลปะที่สวมใส่ได้” ในชื่อ Artwork จึงเกิดขึ้น 

เมื่อตั้งใจเช่นนั้น สิ่งแรกที่คุณสิริวรรณลงมือทำคือ การสรรหาวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ ซึ่งเธอใช้เวลาหาอยู่นานพอสมควร จนวันหนึ่งเธอจึงค้นพบวัสดุในฝัน คือ กระดาษหนังที่ใช้ทำป้ายกางเกงยีนส์ ที่น้ำหนักเบา (ไม่เหมือนวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าทั่วๆ ไปอย่างพีวีซีหรือผ้าใบ ซึ่งมีน้ำหนักมาก) เหนียว สามารถรับน้ำหนักของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คได้ และมีความยับ แบบที่เธอชอบ ที่สำคัญคุณสิริวรรณยังเลือกใช้สี รวมถึงเทคนิคการผลิตที่ไร้สารพิษและกันน้ำได้อีกด้วย

401958_551338664909230_1699954167_n.jpg

ผลิตภัณฑ์ของ Artwork แบ่งออกเป็น 3 คอลเล็กชั่น ได้แก่ Original (สีน้ำตาลและดำ), Two Tone (เล่นสีคอนทราสต์เจ็บๆ) และ Artist Series ที่โดดเด่นด้วยแพตเทิร์นเก๋ๆ โดยกราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณสิริวรรณเอง

the-remaker.jpg

คิวถัดมาคือ คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี และผลิตภัณฑ์กระเบื้อง Garmento Torzo ที่เกิดขึ้นจากความช่างสังเกตแบบเฉพาะตัว คุณยุทธนาเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นทั้งหมดว่า หลังจากทำงานในบริษัทนำเข้า-ส่งออกมาสิบกว่าปี ก็คิดอยากมีธุรกิจของตัวเอง เพียงแต่เขาไม่คิดว่างานอดิเรกอย่าง การนำของเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นสิ่งใหม่ จะเป็นอาชีพได้ จนกระทั่งได้พบกับชาวญี่ปุ่นซึ่งกำลังหาซื้อเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนใคร จึงรู้ว่าความบ้าของเขาพอมีที่ทางอยู่เหมือนกัน

หลังจากที่รับจ้างทำเสื้อผ้าอยู่สักพัก ทำตั้งแต่หมวกแก๊ปจากเสื้อยืด ไปจนถึงเข็มขัดจากเศษหนัง คุณยุทธนาก็หันมาสร้างแบรนด์ของตนเอง แต่เนื่องจากตลาดแฟชั่นแนวนี้ค่อนข้างแคบ เขาจึงโฟกัสไปที่กระเป๋าและเฟอร์นิเจอร์แทน

Untitled-1.jpg 

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งการมีแบรนด์เป็นของตัวเองไม่ได้แก้ไขอะไร ก็คือ เศษผ้าปริมาณมหาศาล ที่แม้จะนำไปสร้างงานชิ้นใหม่แล้ว ก็ยังกำจัดได้ไม่หมด แต่คุณยุทธนาก็ไม่ยอมทิ้ง ด้วยเชื่อว่ามัน “น่าจะทำอะไรได้อีก” จนวันหนึ่ง สุนัขจอมแทะของคุณยุทธนาดันไปกัดขาโต๊ะทีวีซึ่งเป็นไม้อัด จนขี้เลื่อยหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เขาจึงปิ๊งไอเดีย “ขนาดขี้เลื่อยยังเอาไปทำเป็นไม้ได้เลย แล้วผ้าก็น่าจะเอามาทำได้บ้าง” 
คุณยุทธนาจึงเดินดุ่มๆ เข้าไปปรึกษากับกรมป่าไม้ แต่กว่าจะได้รับความร่วมมือก็ต้อง “คอตก” กลับมาหลายรอบ จนได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จึงได้ลงมือสร้างสรรค์ Garmento Board หรือวัสดุทดแทนไม้ที่ทำจากเศษผ้า ใช้ทำได้ทั้งผนัง เฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่งภายใน และพัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถเข้าเลื่อย ตอกตะปู อัดกาวได้ โดนน้ำแล้วไม่พอง แข็งแรงกว่าไม้อัด มีความหน่วงไฟ ไม่เป็นเชื้อเพลิง และไม่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์อีกด้วย

แต่พลังสร้างสรรค์ยังไม่หมด เพราะคุณยุทธนาได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อจนเกิดเป็น Garmento Torzo หรือกระเบื้องที่ทำจาก Garmento Board อีกที ซึ่งใช้ปูพื้นและเคาน์เตอร์ได้ไม่ต่างกับหินแกรนิตหรือกระเบื้องทั่วไปเลย

_MG_4547_resize.JPG

อีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์จากสิ่งเหลือใช้คือ ผลงานจากน้องประกิจ ปะวะภูโต นิสิตปีห้า คณะสถาปัตย์ฯ จุฬาฯ น้องประกิตเล่าให้ฟังว่าเป็นคนชอบทำชองใช้เองมาแต่ไหนแต่ไร และมักจะคิดอยากเอาของใกล้ๆ ตัวมาประดิษฐ์เป็นของใหม่เสมอๆ แต่เริ่มลงมือทำจริงจังกับงานอดิเรกนี้เมื่อเพื่อนๆ เอ่ยปากชมและวานให้ทำให้บ้าง 

เนื่องจากมีทุนเป็นเพียงค่าขนมที่คุณแม่ส่งมาให้ น้องประกิตจึงเน้น “ทำเอามัน” ไว้ก่อน ออกแบบและสร้างสรรค์งานชิ้นเล็กๆ และโพสต์รูปผ่านเพจเฟซบุ๊คเป็นหลัก ผลงานของน้องประกิตจะเน้นการเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยของสิ่งของรอบๆ ตัว เช่น แจกันดอกไม้ที่ทำจากแก้วน้ำและกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าวางซ้อนๆ กัน, ที่ใส่กระดาษที่ทำจากตะแกรงสำหรับปิ้งย่าง หรือที่ใส่ดินสอจากกระดาษหนังสือพิมพ์ นับว่าเป็นงานชิ้นเล็กๆ ที่อัดแน่นด้วยมุมมองแปลกใหม่น่าสนใจ 

_MG_4539_resize.JPG

สุดท้ายคือ คุณธนวัติ มณีนาวา หรือ คุณเป๋ ครีเอทีฟอารมณ์ดี ซึ่งแวะมาอวดผลงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมองกวนๆ ภายใต้ชื่อแบรนด์ TAM: DA หรือ ทำดะ คุณเป๋อธิบายว่า งานสร้างสรรค์ของเขามาจากการ “ทำดะ” คือ เห็นของอะไรวางอยู่ก็หยิบมาพลิกแพลงให้กลายเป็นของชิ้นใหม่ นอกจากนี้ชื่อ TAM: DA ยังสามารถอ่านออกเสียงได้ว่า “ธรรมดา” ซึ่งสื่อถึงวัตถุดิบในการสร้างสรรค์งานของคุณเป๋ ซึ่งก็คือสิ่งของที่หาได้ทั่วไปนั่นเอง

คุณเป๋เล่าให้ฟังว่า เขามีนิสัยชอบหยิบนู่นมาทำนี่มาตั้งแต่ยังเด็ก “ผมชอบทำของเล่นเล่นเอง บางทีก็เอามะม่วงมาวาดหน้าวาดตา ทำเป็นหุ่นยนต์” และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ จินตนาการของคุณเป๋ก็ขยับขึ้นไปอีกขั้น หลังจากโคมไฟในสวนหล่นหลายรอบจนรำคาญ คุณเป๋ก็นำช้อนพรวนมาติดเป็นฐานโคมไฟและจับปักดินเสียเลย หรือนำไม้ค้ำมาต่อเป็นสกูตเตอร์ ไปจนถึงทำโคมไฟจากวุ้นเส้น ก่อนที่จะสร้างสรรค์ผลงานเพื่อวางขายอย่างจริงจัง โดยมีโคมไฟหมาพูดเดิ้ลที่เปลี่ยนรูปร่างได้ เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก

Untitled-1.gif

นอกจากสมาชิกทั้งเจ็ดท่านจะได้นำเสนอผลงานเจ๋งๆ กันถ้วนหน้าแล้ว เพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ ก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กันอย่างออกรส หลายคนได้ไอเดียใหม่ๆ  กลับไปพัฒนาธุรกิจของตนเอง ส่วนเหล่า buyer ที่มาร่วมฟังก็น่าจะได้เห็นศักยภาพของงานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบขึ้น ซึ่งเครือข่ายเล็กๆ นี้น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ ฝ่ายในอตุสาหกรรมสร้างสรรค์ไม่มากก็น้อย

เกร็ดน่ารู้ จากสมาชิกทั้งเจ็ด 

คุณปิ่น
- เหล็กเป็นวัสดุที่มีข้อเสียหลายด้าน แต่คุณปิ่นมองว่าหากทำความรู้จักกับมันอย่างถ่องแท้และเปิดหูเปิดตาให้กว้าง เราก็จะสามารถเอาชนะข้อเสียเหล่านั้นได้ เช่น เมื่อตระหนักว่าสนิมกับเหล็กเป็นของคู่กัน คุณปิ่นจึงเลือกเร่งปฏิกิริยาให้เกิดสนิมไปเลย และเลือกแก้ปัญหาความคมของเหล็กด้วยการใช้สี powder coat ซึ่งช่วยลบคมได้
- เมื่อผลิตภัณฑ์เริ่มหลากหลายขึ้น เช่น มีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก เราต้องสังเกตตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่าเราสามารถสร้างสรรค์งานแบบไหนได้มีประสิทธิภาพมากกว่ากัน
- การจัดการวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับธุรกิจ ซึ่งนักออกแบบที่เพิ่งสวมบทบาทผู้ประกอบการใหม่ๆ อาจมองข้ามไป คุณปิ่นเล่าว่า พอทำไปสักพักจึงตระหนักว่าเราต้องมั่นใจว่าเหล็กจากโรงงานจะไม่ขาด “เราต้องมีคู่ขนานที่ไปได้จริงๆ” ตอนนี้เหล็กที่คุณปิ่นใช้เป็นหลักคือ ขนาดยาว 1.2 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่โรงงานผลิตทุกวัน

คุณนิดและคุณแนน
- หากต้องการใช้วัตถุดิบซึ่งมีหลายขนาดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย ตอนนี้ทั้งสองก็พยายามคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยใช้เศษไม้หลากหลายขนาดกันอย่างขยันขันแข็ง
- การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากไม้ต้องพิถีพิถันกับการเลือกชนิดของไม้ให้เหมาะกับงานที่ทำ คุณนิด คุณแนนเลือกใช้ไม้ยาง เพราะทดลองดูแล้วพบว่า เมื่อยิงเลเซอร์ตัวเลขลงไปบนไม้ชนิดอื่นๆ แล้วจะเห็นลายไม่ชัด

คุณใหม่และคุณหญิง
- การตลาดเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้น ต้องพยายามศึกษาคู่แข่งให้มากและสร้างสรรค์งานให้แตกต่าง ต้อง “พยายามมองรอบๆ และก้าวออกมามองจากด้านนอก” ว่าจะทำยังไงให้คนอยากซื้อสินค้าของเรา 
- เราสามารถลดความเสี่ยงจากการผลิตสินค้าปริมาณมากในช่วงที่ธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นได้ โดยการวางแผนการตลาดให้ดี เช่น สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไปจนถึงการจัดโปรโมชั่น และมีข้อความอธิบายสินค้าอย่างชัดเจน
- ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีเมื่อเราสร้างงาน ถ้ามีคนลอกเลียนแบบ และเราสามารถพิสูจน์ได้ว่างานเป็นของเรา ก็ถือว่างานเป็นของเรา การไปจดลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นการทำให้ผลงานอยู่ในระบบเท่านั้น 
- การจดลิขสิทธิ์ใช้เวลาไม่นานและไม่ยากอย่างที่คิด เตรียมแค่เอกสารแสดงตน ตัวอย่างของ รูปถ่ายและแนวคิดของผลงานติดตัวไปด้วย

คุณสิริวรรณ
- ภาระทั้งงานประจำและธุรกิจส่วนตัวทำให้คุณสิริวรรณมีปัญหาเรื่องแบ่งเวลาพอสมควร “บางทีเหมือนทำงานตลอดเวลา มีคนล้อว่าเอาเงินเดือนมาทำกระเป๋าขายด้วย แต่เราก็สนุกกับมันนะ”
- แม้จะจ้างช่างเย็บกระเป๋า แต่ตัวคุณสิริวรรณเองก็ต้องเรียนรู้วิธีการเย็บทั้งหมดเช่นกัน

คุณยุทธนา
- การเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายเป็นข้อได้เปรียบ เศษผ้าก็หาได้ง่ายมาก เพราะไทยทำธุรกิจสิ่งทอเยอะ 
- คุณยุทธนารับซื้อเศษผ้าจากโรงงาน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาขยะจากผ้าได้แล้ว โรงงานก็มีรายได้เสริมด้วย
- ถ้ามีไอเดียแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน พยายามหาคนที่สอนเราได้ และศึกษาจากสิ่งที่ใกล้เคียงกับไอเดียของเรา 
- การนำผลิตภัณฑ์เข้าห้องทดลองเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ จะทำให้สามารถส่งออกได้สะดวกขึ้น 

คุณประกิจ
- โซนเครื่องครัวของตลาดนัดจตุจักรเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบเก๋ๆ ชั้นดี
- คุณอ้อ ผู้จัดการร้าน The Shop @ TCDC  แนะนำเพิ่มเติมว่า หากจะพัฒนาผลงานจากของเหลือใช้ไปอีกขั้น ต้องทำให้ภาพผลิตภัณฑ์ใหม่เด่นกว่าวัตถุดิบที่ใช้ และต้องทำให้ร่องรอยของการรีไซเคิลเหลืออยู่น้อยที่สุด

คุณเป๋
- จากประสบการณ์ของคุณเป๋พบว่าผู้ที่สนใจงานสร้างสรรค์จากของเหลือใช้ส่วนมากไม่ใช่คนไทย


« Back to Result

  • Published Date: 2013-08-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com