Creative Knowledge

« Back to Result | List

กรณีศึกษา : การพัฒนางานออกแบบให้ตรงใจตลาด - ผู้จัดการร้าน The Shop @ TCDC พบผู้ประกอบการและนักออกแบบ (ตอนที่ 1)

shop1_1.jpg

คำถามประจำสำหรับวงการออกแบบว่างานออกแบบที่ดีคืออะไร? ถ้านักออกแบบสร้างผลงานขึ้นด้วยแนวคิดสุดเจ๋ง รูปลักษณ์สวยงาม การใช้สอยลงตัว คุณสมบัติเหล่านี้พอแล้วหรือไม่ที่จะตัดสินว่ามันเป็นงานออกแบบที่ดี

คำตอบคือ “ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด” เพราะหากเราต้องการต่อยอดงานออกแบบให้เกิดเป็นธุรกิจขึ้นมา เราต้องคิดให้ยาวไปถึงการผลิตและขายด้วยว่า งานออกแบบชิ้นนี้ขายได้หรือไม่? ใครคือกลุ่มเป้าหมาย? ราคาขายอยู่ที่เท่าไร? ลูกค้าจะพึงพอใจกับสิ่งที่ได้รับรึเปล่า? ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว คำตอบของโจทย์เหล่านี้จะนำเราไปสู่วิธีการออกแบบสินค้าที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน

นักออกแบบมากมายมีไอเดียแต่ยังไม่รู้จักตลาด ไม่รู้ว่าจะเริ่มธุรกิจอย่างไร ผู้ประกอบการมากมายที่มีองค์ความรู้แต่ต้องการดีไซน์เข้ามาสร้างความแตกต่างให้สินค้า ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ดีไซน์อย่างไร
เวลาที่คุณเกิดข้อสงสัยหรือความต้องการในลักษณะนี้ขึ้น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (หรือ TCDC) สามารถช่วยคลี่คลายความสงสัยให้คุณได้ The Shop @ TCDC เป็นหน้าร้านต้นทางอีกแห่งที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบนำสินค้าไอเดียดีเข้ามาทดลองตลาดได้

คุณอ้อ ขวัญฤทัย ตัณฑ์เกยูร ผู้จัดการร้าน TCDC Shop มีประสบการณ์ทางด้านนี้มาหลายปี เคยผ่านงานในฐานะผู้จัดการร้านของแบรนด์หรูๆ ไปจนถึงฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศมาก่อน ปัจจุบันคุณอ้อทำหน้าที่ผู้จัดการร้านของ TCDC Shop สายตาของเธอต่อการคัดสรรสินค้าที่นำเข้ามาเสนอย่อมมีมุมมองที่น่าสนใจต่อข้อคำถามเหล่านั้น
โดยคุณอ้อกล่าวว่าเธอนั้นทำงานตามเป้าหมายของ TCDC คือเป็นตัวกลางให้คำปรึกษา เชื่อมโยงงานออกแบบและแนวโน้มความเป็นไปได้ทางธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจพื้นที่ขายสินค้า หรือต้องการปรับปรุงสินค้าให้ต้องตาต้องใจผู้บริโภค

TCDC Connect ได้มีโอกาสบันทึกการให้คำปรึกษาของคุณอ้อต่อนักออกแบบและผู้ประกอบการ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่ออีกหลายๆ ท่านในการมองสินค้าของตนเองให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเราขอจำแนกผู้ที่เข้ารับคำปรึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1) นักออกแบบที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว
2) ผู้ประกอบการที่มีองค์ความรู้ (โดยเฉพาะด้านการผลิต) ในสายงานของตัวเอง แต่ต้องการคำแนะนำในการพัฒนาสินค้า

CASE#1: PLAYPER
Who: คุณศิราพร พงศ์เพชรบัณฑิต บันฑิตคณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบเครื่องประดับ
What: โครงการออกแบบเครื่องประดับจากกระดาษกล่องลูกฟูก

คุณอ้อพบงานออกแบบของคุณศิราพรในงาน BIG & BIH ที่ผ่านมา เป็นงานเครื่องประดับที่ทำจากกระดาษลูกฟูก ซึ่งมีความโดดเด่นและมีศักยภาพในการต่อยอดทางธุรกิจ แต่แน่นอนว่ายังต้องการการพัฒนาอีกหลายอย่าง
เครื่องประดับกระดาษลูกฟูกนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดหลายประการ คือ
1) ต้องการใช้วัสดุเหลือใช้มาเป็นวัสดุหลัก (กระดาษกล่องลูกฟูก)
2) ต้องการสร้างเครื่องประดับที่มีลูกเล่นแบบทำเองได้
3) ต้องการสร้างความสะดุดตาจากวัสดุที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในการผลิตเครื่องประดับ

คุณอ้อมองว่า กระดาษลูกฟูกที่นำมาทำเครื่องประดับนี้เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน คือ สวยแปลกตาจริง แต่ชำรุดเสียหายง่าย (เช่น โดนน้ำไม่ได้) การนำเสนอผลงานเป็นแผ่นปรุให้ผู้ซื้อนำไปพับประกอบเองเป็นข้อดี คือ ทำให้เกิดการ “เล่น” กับเครื่องประดับ และสร้างความผูกพันกับผู้ซื้อ (จากการประกอบชิ้นงานขึ้นเอง) แต่ก็ยังมีจุดอ่อนที่กระดาษเนื้อแข็งพับยาก และวิธีการค่อนข้างซับซ้อน

Solution: คุณอ้อแนะนำให้หาวิธีพับที่ง่ายขึ้นหรือลองเปลี่ยนวัสดุ ถ้าคุณศิราพรยังต้องการใช้วัสดุเหลือใช้ อาจมองไปที่แผ่นอะคริลิกที่เหลือเป็นชิ้นเล็กๆ แทน และให้คงข้อดีที่ผู้ซื้อสามารถ “เล่น” กับสินค้าเอาไว้

Development: คุณศิราพรกลับมาพบคุณอ้ออีกครั้งพร้อมตัวอย่างชิ้นงานที่เธอทดลองออกแบบกับวัสดุใหม่ คือ อะคริลิก เธอลองออกแบบแหวนทรงเพชร (และรูปทรงอื่นๆ อีกในเวลาต่อมา) ที่เกิดจากอะคริลิกตัดเป็นชิ้นๆ และประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งผลงานออกมาน่าสนใจมาก แต่ยังติดปัญหาในด้านการผลิต เช่น การใช้แสงเลเซอร์ตัดอะคริลิกนั้นต้องการความเร็วที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้ขอบเรียบ (ค่าจ้างตัดอะคริลิกจะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ใช้), อะคริลิกเหลือใช้มีความหนาไม่เท่ากัน ทำให้ประกอบกันไม่แน่น, รูปทรงบางอย่างต้องทำในขนาดใหญ่จึงจะดูออกว่าเป็นรูปอะไร ซึ่งทำให้แหวนมีขนาดใหญ่เกินไป เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างการทดลองทำงานซึ่งคุณศิราพรต้องเรียนรู้และแก้ปัญหาไปทีละขั้น เธอหมั่นเอาชิ้นงานที่พัฒนาขึ้นตามคำแนะนำมาให้คุณอ้อดู ในแต่ละครั้งเราก็จะเห็นว่าเครื่องประดับนั้นดูดีเข้าตากรรมการขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความคิดสร้างสรรค์ประกอบกับการทำงานหนักของคุณศิราพร เราเชื่อว่าอีกไม่นาน เราจะได้เห็นเครื่องประดับที่เธอพัฒนาจนสมบูรณ์มาวางขายใน The Shop @ TCDC แน่

CASE#2: สยาม ไบน์ดิ้ง (Siam Binding)
Who: คุณสมศักดิ์ สุขธนกิจ เจ้าของธุรกิจสยาม ไบน์ดิ้ง
What: รับเย็บเล่มและซ่อมหนังสือ หุ้มปกด้วยหนัง ผลิตสมุดโน้ตปกหนัง

จากองค์ความรู้ด้านการเย็บเล่ม ทำสมุด ที่พี่สาวของคุณสมศักดิ์ได้รับการถ่ายทอดจากบาทหลวงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเธอเคยทำงานด้วยในโบสถ์อัสสัมชัญตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 กลายมาเป็นกิจการรับซ่อมหนังสือเก่า ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 15 ปีก่อน แต่เดิมงานเย็บเล่มและซ่อมหนังสือเป็นงานทำมือทั้งหมด แต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรทำ

ลูกค้าของสยาม ไบน์ดิ้ง เริ่มจากพนักงานในสถานทูตที่นำหนังสือเก่ามาให้เข้าเล่ม หุ้มหนัง ซ่อมแซม และลูกค้าก็บอกต่อกันไปปากต่อปากจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้กันว่า “ถ้าจะซ่อมหนังสือหรือเข้าเล่มดีๆ ต้องมาที่สยาม ไบน์ดิ้ง”
จากนั้นในปีพ.ศ. 2546 คุณสมศักดิ์ก็ขยายบริการมาเป็นบริษัททำสมุดบันทึกปกหนัง ทำฮอตสแตมป์ปิง (Hot Stamping) บนปกแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสีเงินหรือทอง ลวดลายวิจิตรตามสั่ง การทำสมุดนี้ไม่มีหน้าร้าน แต่ติดต่อโดยตรงกับลูกค้าตามงานแฟร์ต่างๆ รับทำสมุดบันทึกตามใบสั่งจากลูกค้า ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ งานของสยาม ไบน์ดิ้ง มีจุดแข็งคือองค์ความรู้ด้านการเย็บเล่มคุณภาพสูง เลือกใช้วัสดุคุณภาพดี เช่น ปกหนังแท้ กระดาษปอนด์ร้อยกรัมเนื้อดี จึงมีลูกค้าอยู่เรื่อยๆ

มาถึงปัจจุบันคุณสมศักดิ์มีความคิดอยากขยายกิจการด้วยการทำสมุดบันทึกดีไซน์ใหม่กับแบรนด์ใหม่ในชื่อ Venire ที่เน้นรูปแบบโมเดิร์น เจาะตลาดกลุ่มใหม่ เขาและทีมงานได้พยายามทดลองผลิตด้วยตัวเอง โดยไม่ได้จ้างนักออกแบบเข้ามาช่วยโดยเฉพาะ จึงมองว่า TCDC น่าจะช่วยขยายความรู้ด้านการออกแบบเพิ่มเติมให้ได้

Solution: คุณสมศักดิ์มาพบกับคุณอ้อพร้อมตัวอย่างสมุดที่เขาและทีมได้ทดลองทำ คุณอ้อแนะนำให้ทดลองทำงานกับวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ใช่หนัง และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจับคู่สี การปรับขนาด รวมถึงการเพิ่มฟังก์ชั่นต่างๆ เข้าไปในสมุดบันทึก
โดยข้อแนะนำดังกล่าวจากคุณอ้อมิใช่เพื่อให้สร้างสินค้าที่ดูแหวกแนวเท่านั้น แต่เพราะตลาดของสมุดบันทึกมีผู้ประกอบการและนักออกแบบทั้งรายใหญ่รายย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์โดยมีพื้นฐานขององค์ความรู้เดิมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น และสามารถใช้เป็นจุดแข็งของธุรกิจในระยะยาวได้

“ไหนๆ คุณก็จะสร้างแบรนด์ใหม่แล้ว ก็ฉีกตัวเองออกไปเลย โดยอาศัยความดั้งเดิมนี่แหละ แต่ทำให้มันสนุกสนานขึ้นด้วยสีสัน แต่ยังคงความเนี้ยบในการเย็บเล่มและการเลือกสรรวัสดุชั้นดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สยาม ไบน์ดิ้งมีอยู่แล้ว”

นอกจากนั้นคุณอ้อยังแนะนำให้คุณสมศักดิ์เปลี่ยนแปลงลวดลายการทำ Hot Stamping ที่ประทับลงบนปก จากแบบวิจิตรดั้งเดิมมากเป็นลายสนุก ๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้กับสมุดของสยาม ไบน์ดิ้งมาก่อน เช่น รูปหัวกะโหลก เป็นต้น ส่วนสีหนังก็อยากให้ลองใช้สีสดๆ จัดๆ ซึ่งเมื่อคุณสมชายทำต้นแบบตามคำแนะนำของคุณอ้อได้สำเร็จ การทดลองตลาดแรกของ Venire ก็อยู่ที่ The Shop @ TCDC นั่นเอง (แน่นอนว่าคุณอ้อไม่ลืมที่จะถามถึงราคาขายที่ผู้ประกอบการพอใจ และลูกค้าน่าจะยินดีซื้อด้วย)

คุณอ้อทิ้งทายว่า สยาม ไบน์ดิ้งเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพด้านองค์ความรู้และการผลิต ขาดแต่เพียงแนวทางการพัฒนาสินค้าที่ถูกต้องเท่านั้น ฉะนั้นเธอจึงแนะนำแบบให้ทำเต็มที่ไปเลย ต่างจากการแนะนำนักออกแบบที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งยังไม่มีกำลังการผลิตพร้อม ในกรณีนั้นเธอจะแนะนำในเชิงการพัฒนาแนวคิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ผลักดันรวดเร็วเท่าผู้ประกอบการ


« Back to Result

  • Published Date: 2009-01-13
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง