Creative Knowledge

« Back to Result | List

คุยกับนพชัย ภู่จิรเกษม ผู้ออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ลูกยาง นวัตกรรมที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับชีวิต

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

lookyangpix.jpg

ประเทศไทยมีสวนยางพารามากมายทั้งในภาคใต้และภาคตะวันออก ผู้ประกอบการส่วนมากส่งออกผลผลิตยางพารา ในฐานะน้ำยางแผ่นแปรรูป แต่คุณนพชัย ภู่จิรเกษม ลูกหลานเจ้าของสวนยางจังหวัดตรังรายนี้กลับคิดต่างไป เขาเล็งเห็นช่องทางที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งความยืดหยุ่นขึ้นเอง

เมื่อคุณนพชัยมาเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยรังสิต เขาเลือกวัสดุยางพาราขึ้นมาศึกษาเพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวที่เขาคลุกคลีมาแต่เด็ก เขาวิจัยวัสดุตัวนี้อยู่ 3 ปี ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้รับรางวัลเรื่อยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เขาได้รางวัล Innovation Award จากการออกแบบโดยใช้วัสดุชนิดนี้ และได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 ก็ได้รางวัลจากแมกกาซีน I - design มาในปีนี้เขาเพิ่งได้รับรางวัล Design Innovation Contest ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติอีกครั้งและปิดท้ายด้วยรางวัล Designer of the Year ของกรมศิลปากร

จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมลูกยาง
คุณนพชัยเริ่มต้นทำงานนี้เพราะอยากให้คนทั่วไปเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการเพิ่มมูลค่าวัสดุที่มีอยู่ สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ ลูกยางจากน้ำยางพารานี้ แนวคิดหลักของมันก็คือ "ความยืดหยุ่น" ในหลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ความยืดหยุ่นในตัววัสดุเพียงอย่างเดียว แต่รวมเอาความยืดหยุ่นของวิถีชีวิต และวิธีการแก้ปัญหาด้วยความยืดหยุ่นเข้าไปด้วย เขามองว่าในปัจจุบัน มนุษย์สร้างทรัพยากรใหม่ขึ้นไม่ได้แล้ว ดังนั้นจึงต้องสร้างวัสดุที่รักษาทรัพยากรที่มีอยู่

"การตัดป่าเพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุไม้ถือเป็นความสูญเสียเพราะการปลูกป่าใหม่ย่อมไม่ทันต่อการตัดอยู่แล้ว ไม้เศรษฐกิจต้องใช้พลังงานในการแปรรูป ซึ่งก็เป็นการสูญเสียอีกต่อ ส่วนกรณีของน้ำยางพารา เราไม่ได้ตัดไม้แต่เรากรีดยางออกจากต้น ซึ่งถ้าต่อไปเราใช้วัสดุตัวนี้มากขึ้นๆ แล้วต้นยางมีไม่พอ สิ่งที่เกิดตามมาคือเราก็ต้องทำสวนยางเพิ่มกลายเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่เพิ่มขึ้นไปในตัว ผมมองวัสดุนี้ตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำครับ"

สิ่งที่ค้นหาและสิ่งที่ได้มาจากงานวิจัย
คุณนพชัยเล่าให้ฟังต่อว่า ในช่วงที่ทำวิจัยน้ำยาง เขาค้นคว้าหาวิธีที่จะทำให้ยางคงรูปได้โดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งในที่สุดก็สำเร็จสามารถทำให้วัสดุยางคงทนได้ที่ 5 ปี ส่วนเรื่องสีหากใช้งานภายนอก ยางย่อมมีโอกาสซีดลง แต่ไม่เกิน 10 % โดยทั่วไปจะรับน้ำหนักได้ราว 100 กิโลกรัม (มากที่สุด 150 กิโลกรัม) และยังมีแบบพิเศษที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 200กิโลกรัมด้วยส่วนถ้าจะเติมกลิ่นหอมก็สามารถทำได้

จากนวัตกรรมสู่งานออกแบบ
หลังจากฝังตัวเองอยู่กับงานวิจัยเพื่อพัฒนาให้วัสดุนี้มีความเสถียรเพียงพอในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ คุณนพชัยก็เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์ยางพาราขึ้นในปี ค.ศ. 2008 ภายใต้ชื่อ "ลูกยางดีไซน์" (
www.lookyangdesign.com) โดยคอลเล็กชั่นแรกของเขาคือ เก้าอี้ลูกยางที่ประยุกต์รูปทรงมาจากลูกยางจริงๆ และเก้าอี้รุ่น Spider, Webber และตอยาง ที่เน้นยางพาราเป็นตัวรับน้ำหนัก และให้ความยืดหยุ่นอยู่บนโครงสร้างสแตนเลสไม่นานเก้าอี้เหล่านี้ก็ กลายเป็นดาวเด่นของวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ทั้งในงานแสดงและตามหน้านิตยสาร

lookyangpix21.jpg

แนวคิดหลักของลูกยางดีไซน์
ด้วยแนวคิดหลักคือความยืดหยุ่น คุณนพชัยเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แสดงและใช้ความยืดหยุ่นอย่างชัดเจน อาทิ เก้าอี้ที่ขายความยืดหยุ่นเต็มที่ เมื่อนั่งแล้วสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสรีระของผู้นั่งหรือของแต่งบ้านอื่นๆที่สามารถยืดได้ในองศาที่อิสระ

สร้างแบรนด์ ลุยตลาด
คุณนพชัยยอมรับว่า ตนยังมีประสบการณ์ด้านการตลาดน้อย เพราะเดิมขลุกอยู่แต่กับงานวิจัยและออกแบบ "ก็ต้องเรียนรู้กันไปครับ แต่โชคดีที่สินค้านี้ได้รับรางวัลต่างๆ มามาก รวมถึงมีความสะดุดตา ทั้งในด้านดีไซน์และการใช้วัสดุที่แปลกใหม่ ตอนนี้ผมมีกลุ่มลูกค้าอยู่แถวสแกนดิเนเวีย และกำลังขยายตลาดเพิ่มไปทางดูไบกับตุรกีด้วย ผมจะเจาะตลาดที่มีลักษณะเฉพาะ (Niche market) ไม่ใช่ตลาดแมสครับเพราะจุดขายของเราชัดที่น้ำยางธรรมชาติไม่มีสารเคมี"

ในส่วนของการออกคอลเล็กชั่นใหม่และเพิ่มไลน์สินค้า คุณนพชัยบอกว่าตอนนี้เขาลุยเต็มที่ เพราะประสิทธิภาพของวัสดุยางพาราทำมาได้ถึงจุดที่น่าพอใจแล้ว เขาได้เตรียมออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านชุดใหม่ไว้สำหรับปีหน้าเป็นที่เรียบร้อย รอแค่เข้าไลน์ผลิตจริงเท่านั้น

"วัสดุตัวนี้มีศักยภาพสูงมากสำหรับงานอีกหลายประเภท แต่ผมขอเริ่มต้นที่เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านก่อนครับ" คุณนพชัยกล่าวทิ้งท้ายไว้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบและผูู้ประกอบการหัวก้าวหน้าท่านอื่นๆ


« Back to Result

  • Published Date: 2008-12-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง