Articles

« Back to Result | List

แปซิฟิก ฟลาวเวอร์ (Pacific Flower) ผู้ผลิตของตกแต่งต้นคริสต์มาส กับธุรกิจที่ผ่านพ้นวิกฤตด้วยดีไซน์

pf2copy.jpg

ธุรกิจที่ดำเนินกิจการมานานกว่า 20 ปี ย่อมเคยผ่านจุดสูงและต่ำตามทิศทางของตลาดในแต่ละช่วงเวลา แปซิฟิคฟลาวเวอร์ (Pacific Flower) (http://www.pacificflowers.co.th) บริษัทและโรงงานผลิตดอกไม้ประดิษฐ์ส่งออกเจ้านี้ก็เช่นกัน พวกเขารู้ว่าการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายสิ่ง จากที่เคยพึ่งพาฝีมือแรงงานที่มีทักษะและค่าแรงที่ถูก มาถึงวันที่ประเทศคู่แข่งอื่นๆ พัฒนาฝีมือการผลิตขึ้นจนทัดเทียม แถมทำได้ในราคาที่ต่ำกว่า

...ธุรกิจของแปซิฟิก ฟลาวเวอร์กำลังตกที่นั่งลำบาก
หากวันนั้นพวกเขาเลือกที่จะเล่นบท "นักรับจ้างผลิต" เพียงอย่างเดียว ธุรกิจคงไม่ได้อยู่รอดมาจนทุกวันนี้ คงต้องยกเครดิตให้กับผู้บริหารที่มองการณ์ไกลว่า "การเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบ" เท่านั้น ที่จะช่วยแก้ปัญหาในระยะ
ยาวได้

จุดเริ่มของแปซิฟิคฟลาวเวอร์กับบทบาทของ OEM
เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เกรียงชัย เจียมจิตรักษ์ วิศวกรหนุ่มได้รับการชักชวนเข้าสู่ธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ เขาตั้งต้นสร้างบริษัทกับหุ้นส่วนซึ่งในระยะแรกยังไม่ประสบความสำเร็จนัก ต่อมาเกรียงชัยจึงแยกตัวออกมาทำเองในนามของบริษัทแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ รับผลิตดอกไม้ประดิษฐ์แบบเหมือนจริง

ช่วงนั้นแหล่งผลิตดอกไม้ประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกอยู่ที่ไต้หวัน แต่ด้วยค่าเงินไต้หวันที่แข็งขึ้น ค่าแรงผลิตก็สูงตาม ฐานการผลิตจึงย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทย ในยุคนั้นนับเป็นช่วงที่ไทย (รวมถึงหลายประเทศในอาเซียน) ผุดโรงงานขึ้นรองรับการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ของต่างประเทศ โดยทางโรงงานเป็นเจ้าของฝีมือการผลิต แต่อยู่ภายใต้การออกแบบของบริษัทผู้ว่าจ้าง OEM (Original Equipment Manufacturer) แปซิฟิค ฟลาวเวอร์เองก็เช่นกัน ยุคนั้นนับเป็นยุคทองช่วงแรกของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ทีเดียว

"ลูกค้าที่ต่างประเทศขอให้เราผลิตให้เขาเจ้าเดียวเท่านั้น เขาป้อนงานให้เราไม่ขาด เรียกว่ามีงานจากเจ้าเดียวก็อยู่ได้ โดยเขาเป็นฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เองทั้งหมด และนำตัวอย่างมาให้ทางเราผลิตเราไม่ต้องออกแบบอะไรเลย ในช่วงนั้นก็ยอมรับว่ามีความสุข กำไรดี งานก็ง่าย ไม่ต้องคิดอะไร" คุณเกรียงชัยเล่าถึงอดีตอันแสนสุข

เมื่อยุคทองของ OEM ไทยร่วงโรยในวันที่จีนเปิดประเทศ
แต่หลังจากนั้นราวสิบปี จีนก็เปิดประเทศ ซึ่งค่าแรงการผลิตเขาถูกกว่ามาก ประเทศไทยเจอวิกฤตเรื่องค่าแรงทันที ไม่มีใครเตรียมการรับมือเรื่องนี้ ฐานการผลิตเริ่มย้ายไปที่จีน แรกๆ ลูกค้าของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ก็ยังส่งงานให้ทำอยู่ แต่พอถึงจุดหนึ่งเขาก็ไม่ไหวและย้ายฐานไปเช่นกัน ช่วงนั้นถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดจุดหนึ่งของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ ซึ่งเกรียงชัยถามตัวเองว่า จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร...

ก้าวสู่ ODM ออกสินค้าใหม่และพัฒนาดีไซน์ด้วยตัวเอง
เกรียงชัยมองว่า หนทางที่จะต่อสู้วิกฤตครั้งนี้คือ การสร้างตลาดใหม่ด้วยดีไซน์ของตัวเอง ช่วงนั้นเขาได้พูดคุยกับรอน ดอคเตอร์ (Ron Doctor) นักออกแบบชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับบริษัทลูกค้าไต้หวันของเกรียงชัย โดยรอนได้เล่าถึงอดีตและถามคำถามที่ทำให้เกรียงชัยฉุกคิด

"ตอนที่ผมเปิดร้านขายของตกแต่งสมัยก่อน 70% ของรายได้มาจากของตกแต่งคริสต์มาส อีก 30% เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ ทำไมคุณถึงไม่ทำสินค้าที่ขายได้ 70% นี้ล่ะ"

คำถามง่ายๆ ของรอน ดอคเตอร์ในวันนั้นทำให้แปซิฟิค ฟลาวเวอร์ผันตัวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่พัฒนารูปแบบสินค้าด้วยตัวเอง ซึ่งต่อมารอนก็ได้มารับหน้าที่ดีไซเนอร์คนแรกที่ช่วยออกแบบสินค้าประดับต้นคริสต์มาสให้กับเกรียงชัย

pf3.jpg

คิดค้นวิธีผลิตควบคู่กับการออกแบบ
ของประดับต้นคริสต์มาสแบบดั้งเดิมนั้นผลิตจากแก้วเคลือบปรอท (แบบเดียวกับแก้วที่อยู่ในกระติกน้ำร้อน) เมื่อเคลือบสีอีกชั้นก็จะได้สีสะท้อนแวววาว แต่โจทย์ของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ คือ เขาต้องหาวิธีการผลิตที่ได้คุณภาพมีต้นทุนต่ำ และใช้วัสดุที่มีในเมืองไทยเอง

นอกจากงานดีไซน์แล้ว รอนได้เข้ามาช่วยคิดค้นวิธีการผลิตด้วย เกรียงชัยเผยถึงเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

"เราเริ่มจากการนำโฟมมาทาสีตะกั่ว และทาสีน้ำทับลงไปบนลูกโฟม แล้วค่อยวาดลวดลายต่างๆ ลงไปอีกที นั่นคือ จุดเริ่มต้น ซึ่งในยุคต่อมาเราก็เปลี่ยนอีก จากเดิมที่ใช้สีน้ำทึบแสง (แสงไม่ผ่าน) เคลือบสีตะกั่ว ทำให้ผิวที่ได้ไม่แวววาวเหมือนแก้ว ก็เปลี่ยนมาใช้สีน้ำโปร่งแสง เคลือบตะกั่ว ทำให้แสงผ่านชั้นสีเข้าไปกระทบตะกั่วและสะท้อนออกมาได้ ทำให้เกิดความแวววาว ผลงานของเราในยุคนี้จึงมีความวาวมากขึ้นอีก 30% แต่ก็ยังสู้แก้วไม่ได้นะ สุดท้ายเราลองใช้พลาสติกผลิตเป็นลูกบอล เคลือบอะลูมิเนียม ซึ่งให้ผลลัพธ์แวววาวเหมือนโลหะ และใกล้เคียงแก้วมากขึ้น นี่คือการพัฒนาขั้นสุดยอดที่เราคิดค้นกันขึ้น"

ตัวเกรียงชัยเองเรียนมาทางสายวิศวกรรม เขายอมรับว่าตนเองไม่มีความเข้าใจพื้นฐานด้านศิลปะการออกแบบแต่อาศัยว่าเขาศึกษาจากหนังสือหลายเล่ม โดยบอกว่าหนังสือที่ให้แรงบันดาลใจกับเขามากที่สุดก็คือ หนังสือของฟาร์ เบอเจ้ (Far berge') ศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่ทำไข่ประดิษฐ์ลวดลายวิจิตร

"เราสร้างลวดลายเป็นหมื่นๆ ลาย ด้วยวัสดุประดับนานาชนิด อาทิ กากเพชรมาวาดเป็นลวดลาย โฟมเม็ดมาเคลือบสีและติดประดับกระจกชิ้นเล็กๆ เป็นต้น เราก็พัฒนาไปเรื่อยๆ จากการผลิตแบบดั้งเดิม กลายเป็นลวดลายใหม่ๆ รูปทรงใหม่ๆ ขึ้นมา"

ผู้นำตลาดของประดับต้นคริสต์มาสของโลก
รอน ดอคเตอร์ มาเป็นดีไซเนอร์ให้อยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็ลาออกด้วยปัญหาด้านสุขภาพ คุณเกรียงชัยจึงสร้างงานออกแบบต่อเอง โดยให้ช่างฝีมือที่ทำงานอยู่มาฝึกออกแบบภายใต้คำแนะนำของเขา จากแนวคิดเริ่มต้นของคนสองคน(เกรียงชัยและรอน) ในวันนั้น แปซิฟิค ฟลาวเวอร์ ในวันนี้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดโลกด้านการผลิตของตกแต่งคริสต์มาสเลยทีเดียว

"ในช่วงที่เราค้นพบโอกาสเติบโตของตลาดนี้ เราเป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกการทำลวดลายใหม่ๆ และเราก็มีช่างที่ฝีมือละเอียดสวยงาม เป็นเจ้าเดียวที่วาดลายกากเพชรได้สวยมากในราคาเท่านี้ แน่นอนว่ายังมีผู้ผลิตอื่นที่ฝีมือประณีตแต่เขาก็ทำในราคาสูง งานของเราจึงเป็นที่ต้องการมาก โดยเฉพาะในอเมริกาที่งานของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ถูกจัดอยู่ที่ดิสเพลย์ด้านหน้าทั้งหมดเลย"

ตั้งแผนกออกแบบประจำบริษัท
สองสามปีให้หลังจากที่รอนเลิกทำงาน และเกรียงชัยไม่มีนักออกแบบมืออาชีพในบริษัทดีไซน์ของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ก็เริ่มมาถึงทางตัน เกรียงชัยจึงตัดสินใจจ้างนักออกแบบคนไทยเข้ามาช่วย เริ่มจาก 1 คน และกลายเป็น 3 คนในเวลาต่อมา

"ผมเองบอกไม่ถูกว่าสิ่งที่นักออกแบบทำต่างออกไปอย่างไร รู้แต่ว่างานที่นักออกแบบทำมาดูดีขึ้น ด้วยการให้สีที่ดูดี เล่นสีได้มากขึ้น เป็นสีที่ต่างประเทศชอบ ไม่ใช่สีแบบคนไทยชอบ และลักษณะของลายก็เป็นลายแนวยุโรปที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งมีผลไปถึงการควบคุมต้นทุนผลิตด้วย แต่เดิมที่เราอยากทำให้ดูดี ดูแพง ก็ใส่รายละเอียดเข้าไปมากๆ กลับออกมาไม่ดีอย่างที่คิด แถมทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอีก แต่นักออกแบบเขารู้จักวางลวดลายให้พอเหมาะ ไม่มากเกินไป และออกมาดูดี ต้นทุนก็น้อยลง แผนกออกแบบช่วยได้เยอะครับ ตัวผมเป็นวิศวกรก็ไม่ค่อยรู้ทางนี้ ไม่สามารถครีเอทงานขึ้นมาเองได้ ผมจะใช้วิธีเลียนแบบของเดิมแล้วค่อยต่อยอดไป แต่นักออกแบบเขาทำขึ้นใหม่ได้เลย"

"อีกอย่างคือเรามีดีที่ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ นักออกแบบเขาก็ไปศึกษาจากของเดิมว่ามีอะไรอยู่บ้าง ตัวไหนขายดี ตัวไหนขายไม่ดี สีไหนขายดี เขาก็ศึกษาต่อจากตรงนั้น และมองออกว่าดีไซน์ควรจะเป็นไปในรูปแบบใด"

ลูกค้าของแปซิค ฟลาวเวอร์
คุณเมย์ ไวกิตติพงษ์ ผู้ดูแลประสานงานต่างๆ ของที่นี่เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าเป็นแบรนด์จากต่างประเทศ ตลาดใหญ่อยู่ที่อเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ตามลำดับ สินค้าของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์จะผลิตขึ้นตามดีไซน์ของตัวเอง ในรูปแบบสี และวัสดุหลากหลาย ลูกค้าที่เข้ามาก็จะมีทั้งที่รับดีไซน์ของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์เลย ในกรณีที่ดีไซน์ของนักออกแบบโดดเด่นมาก (ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย) หรือลูกค้าอาจมีแบบที่ต้องการอยู่ในใจ นำมาผสมผสานกับดีไซน์และเทคนิคของแปซิฟิค ฟลาวเวอร์

pf1-copy.jpg

"เทรนด์" ในธุรกิจของตกแต่งคริสต์มาส
คุณเมย์เผยว่า ส่วนมากแปซิฟิค ฟลาวเวอร์เป็นคนกำหนดทิศทางการออกแบบเอง

"เราเป็นเหมือนเป็นผู้นำตลาด คือ เราออกแบบ มีลูกค้าซื้อไปขาย สักพักก็มีของเลียนแบบออกมาขายเต็มไปหมด เราก็ต้องหนีออกไปเรื่อยๆ ทุกปี แต่ละปีลูกค้าก็ตั้งใจมาดูเลยว่าเรามีอะไรใหม่ เราต้องออกแบบลายใหม่ๆ ทุกปีของเดิมก็คละเคล้ากันไป บางทีก็นำลายเก่ามาใช้กับเทคนิคใหม่ ที่นี่มีวัสดุให้เลือกมากขึ้น แล้วแต่นักออกแบบจะเลือกมาใช้ ถ้าเป็นทรงลูกบอลก็ใช้พลาสติก ถ้าไม่เน้นความเงาเหมือนแก้วก็จะใช้โฟม หรือต้องการรูปทรงอื่น เช่น
ผลไม้ สัตว์ ของเล่น ก็จะทำจากเซรามิคหรือเรซิน ลูกค้าบางคนระวังเรื่องขอบ ก็ต้องทำด้วยเซรามิค ส่วนวัสดุตกแต่ง หลักๆ ก็จะมีกากเพชร เลื่อม กระจก เม็ดโฟมขนาดต่างๆ กำมะหยี่"

แปซิฟิค ฟลาวเวอร์ในวันนี้
กลับมาคุยกับเกรียงชัยกันต่อถึงความเป็นไปของธุรกิจในวันนี้

"ตอนนี้ที่โรงงานมีพนักงานราว 300 คน จะว่าไปโรงงานเคยรุ่งเรืองกว่านี้มาก มีพนักงานเป็นพันคน แต่เพราะเจอวิกฤตจีนเราจึงต้องลดขนาดลง แต่มาถึงวันนี้เรื่องราคาก็เริ่มสูสี ทางจีนก็แพงขึ้น ผมคิดว่าจากนี้ไปเราก็น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการตลาดเราได้ลูกค้าจากงานแฟร์ครับ เช่น งาน BIG&BIH งานแฟร์ต่างประเทศก็เคยไปแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร ส่วนมากเรามีลูกค้าเก่าที่กลับมาเรื่อยๆ"

การสนับสนุนจากภาครัฐในมุมมองของเจ้าของธุรกิจ
"ผมไม่เคยคิดเลยนะครับ เพราะคนที่จะเข้ามาช่วยก็ต้องเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งก็ต้องเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยกันเอง แต่ถ้ารัฐบาลจะหาคนที่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆ เข้ามาช่วย เราก็อยากได้นะ แต่คนคนนั้นต้องเข้ามาคลุกคลีและเข้ามาต่อยอดให้เป็น"

"อีกอย่างคือ ถ้ารัฐบาลไม่กวนเรื่องภาษีมากเกินไปก็จะดี แปซิฟิค ฟลาวเวอร์สร้างงานให้ชาวบ้านตั้งเยอะ หาเงินเข้าจังหวัดพะเยา (ที่ตั้งโรงงาน) ปีหนึ่งร่วมสิบล้าน ผมว่าน่าจะมีการลดหย่อนภาษีให้บ้าง หากธุรกิจเข้าไปมีส่วนช่วยสร้างงานในชุมชนครับ" เกรียงชัยเผยทัศนะของเขาต่อนโยบายภาครัฐ

สุดท้าย เราลองถามถึงความเป็นไปได้หากแปซิฟิค ฟลาวเวอร์ตจะก้าวต่อไป โดยเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเอง แต่เกรียงชัยบอกว่า ยังมีข้อจำกัดอีกหลายประการในตลาดอาจเป็นด้วยภาพลักษณ์ที่เจ้าของแบรนด์ควรต้องเป็นผู้ที่เข้าใจวัฒนธรรมคริสต์มาสได้ดี (คนไทยและวัฒนธรรมไทยไม่ได้อยู่รงจุดนั้น)

แต่ถ้ามีใครจะนำองค์ความรู้ของเขาไปทำต่อ เกรียงชัยก็ยินดีอย่างยิ่งเขาปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจสมัยใหม่ว่า"ผมบอกกับรุ่นลูก บอกกับนักศึกษาเสมอว่า ถ้าใครสนใจก็เข้ามาดูเข้ามาศึกษาได้เลย เอาความรู้ไปทำต่อได้เลยไม่มีปิดบัง เอาไปสร้างธุรกิจหาเงินเข้าประเทศกัน สมมติได้ปีละ 40 ล้าน คิดดูว่านั่นจะสร้างงานได้เยอะแค่ไหน"


« Back to Result

  • Published Date: 2008-12-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com