Creative Knowledge

« Back to Result | List

พูดถึง The Inclusive Design – แนวคิดการออกแบบที่ครอบคลุมความต้องการของมนุษย์ทุกแบบ

inclusive-design.jpg

โรเจอร์ โคลแมน (Roger Coleman) ศาสตราจารย์ด้าน Inclusive Design ของ Royal College of Art ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เคยกล่าวไว้ว่า Inclusive Design นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แกะกล่องถอดด้ามแต่อย่างใด มันคือ การนำเสนองานออกแบบในฐานะส่วนผสมสำคัญของกลยุทธ์การตลาดที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์สถาปัตยกรรมหรืองานออกแบบภายใน สามารถรองรับผู้ใช้ในวงกว้างได้

ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า งานออกแบบจำนวนมาก โดยเฉพาะงานด้านสถาปัตยกรรมนั้น พยายามพัฒนาแนวคิดการออกแบบมาในทิศทางนี้ อาคารใหม่ๆ ถูกออกแบบเพื่อที่จะรองรับคนทุกๆ กลุ่มที่อาจต้องการใช้พื้นที่ภายในนั้น ยกตัวอย่างเช่น การเทพื้นลาดเอียงบริเวณทางเข้าตึกเพื่อให้กับผู้พิการทางขาสามารถเข้า-ออกอาคารได้โดยง่าย อักษรเบรลล์ภายในลิฟท์ สำหรับผู้พิการทางสายตา หรือขั้นบันไดที่มีความสูงไม่มากเพื่อผู้สูงอายุสามารถเดินขึ้นลงได้สะดวก เหล่านี้เป็นต้น

จากข้อมูลการศึกษาที่จัดทำขึ้นโดย Design Council ประเทศอังกฤษ มีตัวเลขที่น่าสนใจว่า จำนวนของผู้สูงอายุในประเทศอังกฤษที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จะเพิ่มจำนวนเป็น 50% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในปี ค.ศ. 2020 ส่วนในประเทศญี่ปุ่นนั้น ราว 25% หรือ หนึ่งในสี่ของจำนวนประชากรทั้งหมดจะมีอายุมากกว่า 65 ปี

ตัวเลขของประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว กำลังบ่งบอกอะไร? ที่แน่ก็คือ สังคมโลกในอนาคตจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่ติดตัวมากับเหล่าผู้สูงอายุด้วย อาทิเช่น ปัญหาสายตายาว การได้ยิน การเดิน ความทรงจำ ฯลฯ การเติบโตของตัวเลขผู้สูงอายุอย่างก้าวกระโดดนี้ มีนัยสำคัญอย่างมากต่อทิศทางงานออกแบบ โดยเฉพาะกับงานด้าน Public Design หรืองานออกแบบสำหรับสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม Inclusive Design ที่เราพูดถึงนี้ไม่ใช่การออกแบบที่เจาะจงเฉพาะสำหรับผู้สูงวัยเท่านั้นนะครับ แต่จะต้องรองรับผู้พิการทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดีด้วย วันนี้ผมขอพูดถึงงานออกแบบสินค้ากลุ่มหนึ่งที่ได้พัฒนาขึ้นบนแนวคิดของ Inclusive Design นี้

oxo-good-grips.jpg

เริ่มต้นด้วยสินค้าภายใต้แบรนด์ OXO-Good Grips ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องครัว และอุปกรณ์ทำอาหาร OXO-Good Grips นำวิธีคิดแบบ Inclusive Design มาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ เพื่อรองรับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายที่กว้าง ไม่เจาะจงเฉพาะกลุ่มแม่บ้านเท่านั้น ที่สำคัญ ยังสามารถรองรับการใช้งานของผู้ที่มีปัญหาตามข้อนิ้วด้วย (เช่นผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ) โดยทีมงาน Smart Design ผู้ออกแบบสินค้า OXO-Good Grips ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ใช้สินค้า พวกเขาพยายามศึกษาความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก ทีมนักออกแบบกล่าวว่า งานออกแบบที่มุ่งโฟกัสเรื่องกายวิภาคที่วัดกันเป็นตัวเลขนั้นหมดยุคไปแล้ว งานออกแบบสมัยใหม่ จะต้องสร้างความรู้สึกที่ดีในการใช้งานผ่าน Emotional Experience ของผูู้บริโภค นั่นเป็นผลให้ OXO-Good Grips สร้างสรรค์สินค้าที่ผู้ใช้ทุกกลุ่มสามารถใช้งานได้ดีเท่าๆ กัน ด้ามอุปกรณ์เครื่องครัวของแบรนด์นี้มีพื้นผิวที่นุ่มแต่ไม่ลื่น จับได้สะดวกไม่ว่ามือจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะถนัดซ้ายหรือถนัดขวา เป็นต้น นี่คือผลงานที่ตอบโจทย์ของ Inclusive Design ได้เป็นอย่างดี

london-taxi1.jpg

อีกหนึ่งตัวอย่างก็คือ London Cab (รถแท็กซี่สีดำของกรุงลอนดอน) ที่ถูกออกแบบให้ผู้พิการที่นั่งรถเข็นสามารถใช้บริการได้โดยง่าย เช่น มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเลื่อนไหลของรถเข็นขณะที่รถวิ่ง

ส่วนตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในบ้านเราก็คือ ทางขึ้นลงสำหรับผู้พิการที่นั่งรถเข็นในระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน มีการออกแบบทางลาดเข้าในตัวสถานี ลิฟท์ที่รองรับการขึ้นลงระหว่างชั้น ช่องทางเข้าพิเศษที่มีพนักงานบริการ รวมไปถึงภายในรถไฟฟ้าทุกขบวนที่จัดสรรพื้นที่เฉพาะให้กับรถเข็น พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ล็อครถให้ด้วย

จะเห็นว่า Inclusive Design นั้นเริ่มเข้ามามีบทบาทที่สูงขึ้นในโลกของการออกแบบปัจจุบัน สืบเนื่องมาจากปัจจัยความเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้านในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฏหมายด้านสิทธิความเท่าเทียม จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นฯลฯ

สำหรับองค์กรที่สนใจจะนำ Inclusive Design มาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดนั้น มีขั้นตอนให้พิจารณาคร่าวๆ อยู่ 4 หัวข้อดังนี้

1. ตรวจสอบ (Design Audit) ตรวจดูสินค้าและงานบริการของเราว่า มีส่วนใดบ้างที่สามารถนำ Inclusive Design มาใช้ได้ เช่น การเพิ่มอักษรเบรลล์บนบรรจุภัณฑ์ การเตรียมพื้นที่ให้บริการพิเศษสำหรับผู้พิการ เป็นต้น

2. เข้าใจ (Understand) ต้องศึกษาถึงความพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้ทุกแบบอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางร่างกายหรือผู้สูงอายุก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อจะได้สร้างสรรค์สินค้าหรือบริการให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้ได้อย่างเหมาะสม

3. พัฒนาและปรับปรุง (Improve) ใช้กระบวนการออกแบบเป็นเครื่องมือสู่นวัตกรรมใหม่ อาจจะออกมาในรูปแบบของภาพลักษณ์สินค้า ลักษณะการบริการที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาต่อยอดได้ หรือแม้กระทั่งการเลือกวัสดุแบบใหม่ ที่เอื้อให้สินค้าหรือบริการนั้นสามารถตอบสนองการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้

4. สร้างนวัตกรรมใหม่ (Innovation) พยายามต่อยอดความคิดให้ได้มาซึ่งสินค้า หรืองานบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองกับพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ของมนุษย์ในแต่ละสังคม

Inclusive Design เป็นแนวทางการออกแบบที่น่าจับตามองอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับ Public Design ที่ภาครัฐน่าจะเป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ เพื่อพัฒนาบริการสาธารณะใหม่ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนได้ในวงกว้าง ส่วนในภาคเอกชน Inclusive Design ก็เป็นแนวคิดหนึ่งที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจได้ เหมือนกับสินค้าแบรนด์ OXO-Good Grips ที่ทำได้ดีจนโด่งดังเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เป็นต้น


« Back to Result

  • Published Date: 2008-12-08
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง