Articles

« Back to Result | List

ทำในสิ่งที่รักใครว่าจะเลี้ยงตัวไม่ได้ วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์ กับร้านแกลเลอรี่ออนไลน์

เรื่อง : อศิรา พนาราม

v.jpg

ทำในสิ่งที่รักใครว่าจะเลี้ยงตัวไม่ได้: วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์ กับร้านแกลเลอรี่ออนไลน์ ศิลปิน นักแปล ล่าม นางแบบ ดีไซเนอร์ "วี วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์" สวมบทบาททั้งหมดเหล่านั้น ในเวลาและสถานการณ์ที่ต่างกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ปริญญาตรี ปัจจุบันเธอเลือกทำในสิ่งที่รัก ที่มาพร้อมกับรายได้อันสม่ำเสมอ โดยเปิดเว็บไซต์แกเลอรี่ออนไลน์ tamariba ร่วมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น

ทามาริบะ (tamariba) แปลว่า "ที่ที่ใครๆ ก็ชอบไปใช้เวลาเล่นเพลิดเพลิน" (อาจแปลได้ว่า แหล่งมั่วสุมในแง่บวก) เป็นเว็บไซต์ขายสินค้าที่เป็นผลงานของศิลปินไทยและศิลปินญี่ปุ่น เจาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นที่ชอบงานศิลปะและงานสร้างสรรค์ สำหรับตัววชิราภรณ์เอง เธอมีสินค้าประเภทเสื้อผ้า กระเป๋า และแอคเซสซอรี่ขายบนเว็บไซต์นี้ด้วย ภายใต้ชื่อ แบรนด์ VL. ในวันนี้ เราจะคุยกับวชิราภรณ์ถึง "ทามาริบะ" และ "วีแอล" ของเธอ

เล่าถึงเว็บไซท์ทามาริบะทามาริบะ
เป็นเว็บที่รวมสินค้าของศิลปินหลายๆ คน มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือ เป็นเว็บที่ขายสินค้าของศิลปินไทย (เช่นงานของม.ล.จิราธร จิรประวัติ, วิศุทธิ์ พรนิมิต, ไต้ฝุ่น สตูดิโอ) และขายของของศิลปินญี่ปุ่นด้วย โดยเราจะเน้นคนที่เป็นหน้าใหม่ และมีงานสร้างสรรค์กับคนไทยเราก็ชวนเพื่อนๆ ที่มีงานน่าสนใจมาทำด้วยกัน ทามาริบะก็คล้ายๆกับร้านค้าของแกลเลอรี่น่ะ เว็บนี้เราทำกับหุ้นส่วนชาวญี่ปุ่นอีกคนหนึ่ง ทำกัน 2 คน ลงทุนกันคนละครึ่ง เขาก็จะเป็นทุกเดือนเราก็จะส่งของไป เขาก็จะรับออเดอร์ทางโน้น แล้วจัดการเรื่องเงินกับเรื่องส่งของให้สินค้าของศิลปินต่างๆ ก็อยู่ในระบบฝากขาย

กลุ่มลูกค้าของทามาริบะคือใคร
คนญี่ปุ่นที่สนใจงานศิลปะและงานสร้างสรรค์ สินค้าในทามาริบะนั้นจะไม่ใช่งานศิลปะโดยตรง แต่เป็นสินค้าเชิงสร้างสรรค์มากกว่า มีทั้งหนังสือ เสื้อผ้า ดนตรี มีทุกอย่าง คือ เราอยากจะแนะนำผลงาของศิลปินไทยให้คนญี่ปุ่นรู้จักซึ่งลูกค้าของทามาริบะก็มีทั่วญี่ปุ่นเลย แต่ส่วนมากจะอยู่ในโตเกียวกับโกเบ

รสนิยมของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร
คนญี่ปุ่นจะชอบของโบราณ ชอบของละเอียด ชอบของทำมือ ทุกคนจะดูงานเก่ง ส่วนมากจะชอบงานที่อารมณ์เบาๆ ไม่ค่อยแรง ไม่เหมือนคนไทย อย่างเสื้อสีแดงสดนี่ แทบจะขายไม่ได้เลยนะ แต่ถ้าเป็นสีแดงเบรคๆ หน่อยก็จะโอเคส่วนเสื้อสีครีม สีเทา สีเบจ พวกนี้ขายได้แน่ๆ คือ เขาจะคิดเรื่องรายละเอียดเยอะ และไม่ชอบอะไรที่เปิดเผยหรือออก นอกหน้ามากไป

มีร้านบนอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว ทำการตลาดอย่างไร
ที่เลือกขายทางอินเทอร์เน็ต เพราะไม่ต้องลงทุนค่าที่ตัวเราเองมีคอนเน็กชั่นที่ญี่ปุ่นเยอะพอสมควร และรู้จักหลายคน ที่ทำงานในด้านนี้ เราก็ใช้คอนเน็กชั่นให้เป็นประโยชน์ ไปแปะลิงค์ไว้ในเว็บของหลายๆ ที่ คนที่สนใจงานของเว็บนั้นก็ จะได้รู้จักเราและเข้ามาดูงานของเราด้วย นอกจากนั้น เราก็วางพวกฟรีเปเปอร์ไว้ตามร้านต่างๆในญี่ปุ่น เช่น คาเฟ่ น่ารักๆ แกลเลอรี่ หรือที่ที่กลุ่มเป้าหมายของเราจะไปกัน

การเติบโตใน 1 ปีที่ทำมา
ถ้าเทียบจากตอนแรกเริ่ม ก็โตขึ้นประมาณ 3 เท่าได้ มีขึ้นๆ มีลงๆ แรกๆ มีคนเข้ามาประมาณ 100 คนต่อวัน แล้วก็เริ่ม เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนบางช่วงก็ถึง 700 คนต่อวัน ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 300 - 400 คน คือ ตัวเลขขั้นต่ำเราพอจะรู้แล้ว แต่ถ้าอยากได้ตัวเลขสูงกว่านั้น เราก็ต้องขยันให้มากขึ้น เพราะจริงๆ มีคนรอของทุกเดือน ลูกค้าเขาจะรู้กันว่าพอต้นเดือน เราก็จะมีของใหม่เข้ามา แต่ถ้าเราไม่ขยันทำงานใหม่ๆออกมา เราก็เสียโอกาสทำรายได้ตรงนั้น

tamaribagoods.jpg

ทำธุรกิจออนไลน์ต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง
ปัญหาหลักของการขายของออนไลน์คือ ถ้าเป็นของที่ต้องใส่กับตัวจะค่อนข้างขายยาก เพราะลูกค้าไม่ได้ลอง ไม่ได้จับเนื้อผ้า เราก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการถ่ายรูปให้ดีขึ้น และทำเสื้อฟรีไซส์ ยูนิเซ็กซ์ เสียเป็นส่วนมาก แต่ถ้าเป็น กระเป๋า กางเกง กระโปรง จะไม่ค่อยมีปัญหา

เทรนด์หรือกระแสโลกมีผลกับธุรกิจนี้หรือไม่ อย่างไร
มีผลคือ เดี๋ยวนี้คนซื้อของในอินเตอร์เน็ตเยอะ เพราะคนไม่ค่อยมีเวลา แต่ในเมืองไทยก็ยังไม่เป็นแบบนั้น ลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นคนโตเกียวที่ไม่มีเวลาออกไปซื้อของ กับคนต่างจังหวัดที่ไม่มีทางหาซื้อของแบบนี้ได้ ก็จะมีลูกค้า จากจังหวัดไกลๆ (ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ) เข้ามาในเว็บเยอะเหมือนกัน

พูดถึงงานของ VL. กันบ้างสไตล์งานเป็นอย่างไร
ส่วนใหญ่จะเป็นของชิ้นเดียว เป็นงานรีเมค ไม่ได้ตามเทรนด์หรือแฟชั่นมาก ออกแบบอย่างที่ตัวเองชอบ เน้นใส่สบาย เราจะมีสินค้าออกใหม่ทุกเดือน แต่ทำแค่เดือนละ 3-4 ชิ้น ถ้าเป็นของทำมือ อย่างพวกเสื้อที่วาดลายลงไปเอง ก็จะมีแบบเดียวตัวเดียว เสื้อส่วนมากเป็นงานรีเมค ซื้อมาแล้วมาวาดหรือปักลายเพิ่มลงไป แต่ ถ้าเป็นกระเป๋าหรือกางเกงจะทำหลายตัวออกแบบแล้วไปจ้างเขาเย็บ พวกนี้ก็จะทำได้เรื่อยๆ หมดก็ทำใหม่

อะไรคือสิ่งที่กังวลในการประกอบอาชีพกังวลที่สุด
เรื่อง "ช่างเย็บผ้า" เพราะเขาจะไม่ค่อยมีวินัย ไม่ทำงานให้ทันตามกำหนด แต่ก็ต้องทำใจ หรือไม่ก็สั่ง
ล่วงหน้าไว้เดือนหนึ่งเลย คือ เรารู้ว่าเราเปลี่ยนเขาไม่ได้ ฉะนั้น ก็ต้องเปลี่ยนที่ตัวเรา วางแผนการทำงานใหม่ เผื่อเวลาไว้เยอะๆ

เคยเปลี่ยนไปจ้างโรงงานเย็บนะ เพราะเขาทำได้ปริมาณมากในเวลาอันสั้น แต่ทำงานเสียเยอะมาก ซึ่งอันนั้นแย่ยิ่งกว่า เพราะการขายของในเว็บนี่ ถ้าสินค้ามีตำหนิลูกค้าก็จะส่งคืน แล้วคนที่จ่ายค่าส่งของคืนก็คือเรา ฉะนั้น เราจำเป็นจะต้องเช็คงานอย่างละเอียดก่อนส่งไปญี่ปุ่น ตะเข็บต้องดี ไม่มีรอยตำหนิ ถ้ามีเราจะไม่ส่งไป สุดท้ายก็เลย ยอมทำงานกับช่างที่ใช้เวลานานมาก แต่ฝีมือมั่นใจได้ดีกว่า

ความใฝ่ฝันในอาชีพทามาริบะ
เราทำเพื่อรายได้ที่จะเข้ามาดูแลตัวเอง เพราะเราไม่ได้ทำงานประจำ เราก็ตั้งระบบขึ้นมาเองว่าใน 1 เดือนเราต้องทำรายได้เข้ามาให้ได้เท่านี้ ต้องทำงานเท่านี้ถึงจะอยู่ได้ ส่วนความใฝ่ฝันจริงๆ แล้ว เราอยากทอผ้า หรือวาดภาพ
อยู่บ้านมากกว่า ซึ่งก็ไม่อยากให้เรื่องนี้มาปนกับเรื่องเงิน

มองทามาริบะในอีก 10 ปีข้างหน้า
เราคาดว่าร้านจะใหญ่ขึ้น ของเยอะขึ้น แต่ไม่อยากให้ใหญ่เกินไป เพราะมันจะไม่มีใจ ไม่มีสปิริตแบบตอนนี้ ปัจจุบันคนที่เข้ามาซื้อของใน tamariba ส่วนหนึ่ง เพราะเจ้าของร้านใจดี คือ คุยกันได้ มีอะไรก็เข้ามาถามได้ ไม่เกี่ยวกับสินค้าเราก็ช่วยตอบเช่น บางคนอยากได้ข้อมูลเมืองไทย จะมาเที่ยวเมืองไทยเดือนหน้า ก็ถามเข้ามาว่าเมืองไทยมีแกลเลอรี่ช็อปที่ไหนบ้าง เขาอยากมาซื้อของของศิลปินไทย คือ เราพยายามจะรักษาความอบอุ่นแบบนั้นไว้

ท้ายสุด ในฐานะนักออกแบบ อยากได้การสนับสนุนอะไรจากภาครัฐ เอกชน หรือชุมชนบ้าง
ในเมืองไทยมีการประกวดออกแบบน้อยมาก อยากให้มีเยอะๆ กว่านี้ มีแบบเฉพาะทางไปเลย ตอนเราอยู่ที่ญี่ปุ่น
ถ้ามีโอกาสเราจะส่งผลงานเข้าประกวดทุกครั้ง ซึ่งแค่ในสาขา textile ก็มีงานประกวดปีละสองสามงานแล้ว ถ้าได้เข้ารอบก็จะได้แสดงนิทรรศการ และถ้าได้รางวัลก็จะได้เงินรางวัล ซึ่งมันทำให้มีกำลังใจ และมีไฟในการทำงานต่อไป ที่ญี่ปุ่น เราเห็นงานประกวดบางสาขา คนที่ได้ที่หนึ่งจะได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยนะ เราว่า ถ้าเมืองไทยมีแบบนี้บ้างก็จะดีมากเลย เพราะเมื่อมีการแข่งขันที่สูงขึ้น คุณภาพของงานจะดีขึ้นด้วย นอกจากนั้นอยากให้มีหน่วยงานช่วยสนับสนุนด้านเงินทุน ให้นักออกแบบได้แสดงงานและขายของไปด้วย มีพื้นที่ที่เป็นประตูให้คนต่างชาติให้ได้เห็นงานของคนไทยมากขึ้น

เกี่ยวกับ วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์
วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์ เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เกิดและโตที่ประเทศญี่ปุ่น แต่มาจบปริญญาตรีที่เมืองไทย ก่อนจะกลับไปเรียนต่อปริญญาโทที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง ในสาขา Integrated Design ที่ Kobe Design University เมืองโกเบ เมื่อกลับมาเมืองไทย วชิราภรณ์สานต่องานทั้งหลายข้างต้นแทนที่งานประจำ ถ้าจะบอกว่า เธอรักศิลปะเหนือสิ่งอื่นใด ก็คงไม่ผิด เธอได้เข้าร่วมแสดงงานศิลป์ในนิทรรศการชุด "ต้มยำปลาดิบ" ที่พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันด้วย

« Back to Result

  • Published Date: 2008-11-06
  • Resource: www.tcdcconnect.com