Articles

« Back to Result | List

จงมองเรื่องธรรมดาแบบไม่ธรรมดา - จุดเริ่มต้นของการคิดอย่างสร้างสรรค์

เรื่อง : อนันตา อินทรอักษร

bl_sheep.jpg

สาระจากการบรรยายในหัวข้อ “แกะดำทำธุรกิจ” โดยคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์
นักคิดนักทำที่อดีตเคยเป็นแกะขาวในบริษัทโฆษณา แต่วันหนึ่งเขาเลือกที่จะเปลี่ยนสีตัวเองเป็นแกะดำ โดยการลาออกและเปิดบริษัทของตนเองขึ้น เพื่อนำเสนอความแตกต่างทั้งต่อธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว

อิทธิพลที่ทำให้คุณประเสริฐอยากเป็นแกะดำเกิดจากความเชื่อส่วนตัว เขาเรียกมันว่า “Fair Process” - Life is unfair, but process can be fair เขาพูดเปรียบเปรยถึงลักษณะชีวิตการทำงานของคนในองค์กรรัฐ ที่ไม่ว่าใครจะทำดีทำห่วย ทำมากทำน้อย ท้ายสุดก็แบ่งผลประโยชน์กันไปตามน้ำคนละนิดคนละหน่อย (อันนี้คือ Life is unfair) แต่สำหรับกระบวนการที่ยุติธรรม (Process can be fair) โมเดลควรจะเป็นแบบ ทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็ไม่ได้ นี่คือแรงผลักดันให้คนมีความคิดที่แตกต่างได้

ลักษณะของแกะดำตามธรรมชาติ
1. มีความเป็นผู้นำ - แต่ต้องนำแบบมีคุณธรรม มีจริยธรรมด้วย
2. ต้องการความเป็นเลิศ - ต้องมีความหลงใหลใฝ่ฝันในสิ่งที่ทำ คิดอยู่เสมอว่ายังทำได้ไม่ดีพอ
3. รู้สมดุลในชีวิต - มนุษย์ในสังคมมีหมวกหลายใบ เป็นผู้นำองค์กร เป็นพ่อของลูก เป็นลูกของพ่อ เป็นผู้รู้ เป็นผู้เรียน ในแต่ละช่วงเวลาหมวกแต่ละใบอาจเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน
4. คิดต่าง - จริงอยู่ที่การอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีทำให้มนุษย์มีความสุข แต่กระนั้นก็ตาม ความคิดที่แตกต่างไม่ควรทำให้ใครกลายเป็นคนนอกคอก ทุกสังคมควรมีคนที่เป็น Change Agent (หรือพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง) อาทิ นายดาบตำรวจวิชัย สุริยุทธ ที่ปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้นในภาคอีสานได้ในเวลาไม่กี่ปี
5. มีความเป็นปัจเจก - รักอิสระในการใช้ชีวิต รักเสรีภาพที่จะอ่านและเรียนรู้
6. รู้จักตัวเอง - ปัจเจกชนมักเลือกอยู่ในสังคมที่ให้แรงบันดาลใจ เอื้อต่อการทำความเข้าใจตนเอง และสร้างตัวตนขึ้นได้

อยากเป็นแกะดำต้องทำอย่างไร
1. ชอบสังเกตุ ยกตัวอย่างเช่น ถามตัวเองว่าสิ่งที่เราเห็นเวลาขับรถเข้าที่จอดรถคืออะไรบ้าง เช่น เจอ ร.ป.ภ. ตาเบ๊ะ ตามมาด้วยบัตรจอดรถ การบันทึกเวลา หรือการเก็บค่าจอดรถ เป็นต้น
2. ช่างสงสัย ต้องกล้าตั้งคำถาม โลกทัศน์ที่กว้างสำคัญต่อธุรกิจและชีวิตที่มีความสุข
3. กล้าปฏิเสธ ยกตัวอย่างเช่น มินิบาร์ในห้องพักโรงแรมที่อัพราคาแพงกว่าปกติ โรงแรมทุกแห่งทำแบบนี้เหมือนกันจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แกะดำต้องกล้าปฏิเสธ คิดใหม่ทำใหม่ได้
4. รักความท้าทาย อย่ากลัวที่จะเสี่ยงถ้ามันเป็นความเสี่ยงที่ผ่านการคิดคำนวณแล้ว (ไม่ใช่ Open Risk)
5. คิดไม่เป็นเส้นตรง เดินออกนอกเส้นไปบ้างก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเรายังคงมุ่งสู่เป้าหมายเดิม
6. คิดอย่างสร้างสรรค์ ใช้ความสร้างสรรค์เป็นตัวนำ ให้ตรรกะและเหตุผลเป็นตัวตาม เราสามารถนำองค์ความรู้ในบริบท หนึ่งไปประยุกต์ใช้กับบริบทอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น เพลง Eight Days A week ของวง The Beatle เกิดขึ้นจากตอนที่ Paul McCartney กับ John Lennon ขึ้นแท็กซี่ที่ New York แล้วเจอรถติด พวกเขาถามคนขับว่ามันเป็นแบบนี้บ่อยมั้ย คำตอบที่ได้คือ “8 days a week” ประโยคเด็ดนี้ก็คือที่มาของเพลงฮิตดังกล่าว

แกะดำ.jpg

เทคนิคการคิดอย่างสร้างสรรค์
1. มองสิ่งที่คุ้ยเคยให้เป็นเรื่องไม่ปกติ
2. ประมวลผลข้อมูล - วิเคราะห์ ตีความ
3. อย่ามีอคติ - อคติเกิดจากระบบการศึกษาของไทยที่สอนให้เชื่อธรรมเนียมประเพณีแบบไม่มีเหตุผล
4. ลืมสิ่งที่เรียนหรือรู้มา - จงเรียนให้รู้ เปิดรับสิ่งใหม่ที่ดีๆ พยายามลืมของเก่าที่ไม่จำเป็นไปบ้าง
5. ไม่ใส่ใจข้อจำกัด
6. เปิดตากว้างและสังเกตจนเป็นนิสัย - ปลูกฝังนิสัยการจดบันทึก สร้างองค์ความรู้ของตัวเอง
7. ไม่ใช้สูตรตายตัว - ให้สังเกตว่าช่วง Improvisation คือช่วงจังหวะที่ดีที่สุดของดนตรีแจ๊ซ
8. คิดต่างให้เป็นนิสัย - พฤติกรรมมนุษย์มักทำอะไรเป็น pattern ซึ่งจริงๆ เป็นอันตรายต่อความสร้างสรรค์ แต่ถ้าเราฝึกคิดให้แตกต่างได้ทุกๆ วัน มันก็จะกลายเป็นข้อดี
9. ผสานจินตนาการกับเหตุผล - Use lateral logic because vertical logic is not applicable for creativity ให้หัดคิดแบบเอียงๆ เพื่อเลี่ยงข้อจำกัด จงอย่าคิดเป็นเส้นตรงเสมอไป เช่น ถ้าอยากเปิดบริษัทเองก็เอาเลย คิดเสียว่าถ้าทำไม่รอดก็กลับไปเป็นลูกจ้างได้

พฤติกรรมแกะดำในการทำธุรกิจ
กระบวนการเติบโตแบบกบกระโดดของแกะดำมี 4 ขั้นตอน
1. ลูกค้าคือหัวใจของธุรกิจ
2. หาจุดอ่อนในธุรกิจแล้วนำเสนอสิ่งใหม่ - หา convention ของธุรกิจแกะขาว (convention = สิ่งที่ทำตามๆ กันโดยไม่มีเหตุผล)
3. ออกแบบโมเดลธุรกิจในรูปแบบของแกะดำให้เข้ากับผู้บริโภค - รับฟังปัญหาแล้วเอามาแก้ไขในธุรกิจของเรา ง่ายที่สุดคือสวนทางกับ convention เช่น อู่ซ่อมรถที่เปิดให้บริการวันเสาร์-อาทิตย์
4. สร้างความเป็นเลิศในการส่งมอบงาน - บริการต้องครบถ้วน

พฤติกรรมแกะดำในการใช้ชีวิตส่วนตัว “How to” ของการมีความสุขแบบยั่งยืนและเป็นตัวของตัวเอง
1. ค้นหาจิตวิญญาณ หาความเป็นตัวเอง เราชอบหรือไม่ชอบอะไร
2. บริหารจัดการชีวิตให้ดี ถ้าฝึกฝนและทำสม่ำเสมอได้ ชีวิตก็จะมีความสุข
2a. เป็นนายของเวลา - ต้องรู้ว่าเราอยากทำอะไร วางแผนล่วงหน้า แล้วชีวิตจะไม่เดือดร้อน
2b. คิดแล้วทำเลย - เราจะมีเวลาเหลือ ได้พบปะผู้คน ได้มีเวลาเป็นส่วนตัว
2c. แก้ปัญหาทีละเรื่อง - ปัญหาไม่เคยหมดไปจากโลก ฉะนั้นทำทีละอย่างจะได้คำตอบที่ดีที่สุด
2d. ทำตัวเรียบง่าย - ถ้าไม่สนใจพิธีรีตองเกินไป เราก็ไม่สร้างภาระให้ชีวิต
3. ทำดีต่อตัวเอง
3a. เติมอาหารสมองทุกวัน หมั่นหาความรู้ใส่สมองตัวเองก่อน
3b. รักษาสุขภาพ ฟังเสียงเตือนจากร่างกายบ้าง
3c. คิดแบบนักสุขนิยม ซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่การชอบเสพสุข แต่หมายรวมถึงการเปิดตัวเองกับหลายๆ เรื่องในชีวิต ยินดีที่จะลองของใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
4. ทำดีต่อผู้อื่น
4a. ใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น
4b. ทำดีกับคนที่สมควร โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังผล ไม่คิดในกรอบผลประโยชน์ และจงทำให้เสมอต้นเสมอปลาย
4c. คบคนชั่วชีวิต ถ้าเจอคนดีจงสร้างสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน ไม่เอาเปรียบกัน
4d. ให้เวลาว่างกับชีวิต ความว่างคือความสุขอย่างหนึ่ง

ความสามารถแบบแกะดำ หากเราสามารถรับเอาความเป็นแกะดำไว้ในจิตวิญญาณได้แล้ว เราจะเป็นคนที่
1. ร่ำรวยสามัญสำนึก (common-sense)
2. เห็นเรื่องต่างๆ เป็นภาพใหญ่
3. คาดเดาอนาคตได้แม่นยำ
4. คิดได้ด้วยสมองทั้ง 2 ข้าง - สมองซ้ายคือตรรกะ มุ่งรายละเอียด ข้อเท็จจริง อยู่ในอดีตและปัจจุบัน สร้างยุทธศาสตร์ คำพูด และมองหาความปลอดภัย ส่วนสมองขวาคือความรู้สึก คิดเป็นภาพ จินตนาการ อยู่ในปัจจุบันและอนาคต เสนอความเป็นไปได้ และชอบความเสี่ยง แต่จงจำไว้เสมอว่าการฝึกฝนเท่านั้นจะช่วยให้เราใช้สมองขวานำพาความคิดได้มากขึ้น

วิธีคิดแบบแกะดำมีประโยชน์กับใคร
1. มนุษย์ทุกคนที่มีสมองและต้องการพัฒนาตนเอง - ถามตัวเองดูว่า "When was the last time that I do thing for the first time? คำตอบที่ได้ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร แล้วคุณอยากจะทำอะไรกับมัน
2. SME พันธุ์ใหม่ - SME จะไปได้ดีต้องไม่ทำธุรกิจในบริบทของผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่ต้องรักการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำพาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในตลาด เล็กกว่าไม่ได้แปลว่าด้อยกว่าเสมอไป

คุณประเสริฐแนะในช่วงท้ายว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นเหมือนน้ำที่มักไหลเข้าหาที่ต่ำ (ความง่าย) แต่การเป็นแกะดำต้องใช้แรงต้านและความกล้าหาญ (ก็คือความแตกต่าง) ซึ่งแม้จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคม แต่แกะดำก็จะมีที่อยู่ของมันเสมอ ที่สำคัญคือต้องหาพรรคพวกเพื่อนฝูงคอเดียวกันที่เดินไปด้วยกันด้วยความจริงใจได้

ช่วง Q & A หลังการบรรยาย (คุณประเสริฐตอบข้อซักถาม)

Q: อยากทราบว่า เราจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรในสภาวะสังคมแกะขาว
A: ผมว่าสังคมมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ผมก็อยู่แบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แค่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น อย่างตอนเด็กผมเรียนแบบท่องจำลูกเดียว แถมเรียนไม่เก่ง วิชาวาดรูปก็ตก วิชาท่องจำก็แค่พอเอาตัวรอด ชีวิตผมเป็นทางตีบมาตลอดแต่ก็ต้องอดทน เอาตัวให้รอดแบบนับวันถอยหลังครับ รอวันที่จะได้รู้จักกับตัวเองซึ่งก็คือวันที่ผมเปิดไพ่มาเป็น A

Q: วิชาชีพของผมคือเรื่องการแพทย์ซึ่งต้องใช้สมองซ้ายมากๆ เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด คุณคิดอย่างไรกับระบบการแพทย์ที่ผู้คนมักเป็นแต่แกะขาวกันหมด
A: ขออนุญาตตอบไม่ตรงคำถาม ผมเคยถามเพื่อนที่เป็นหมอสูติว่าผ่าตัดทั้งวันไม่เบื่อบ้างหรือ เพื่อนตอบว่ามีความสุขมากเลย แถมทำได้ดีขึ้นทุกวัน... คือผมว่าไม่ว่าคุณจะขายขนมครกหรือจะบริหารประเทศ ทุกคนก็ต้องใช้การพัฒนาทั้งนั้น ต้องคิดจะทำให้ทุกๆ วันมันดีกว่าเดิม คิดใหม่ทำใหม่ไปเรื่อย พัฒนาการจะเกิดขึ้นจากตรงนั้น ห้ามใช้ชีวิตแบบ Auto Pilot เพราะผมมั่นใจว่าทุกวิชาชีพมีพัฒนาการ

Q: จะเริ่มฝึกการใช้สมองซีกขวาอย่างไร
A: อันนี้เป็นคำถามพบบ่อย ส่วนตัวผมไม่ชอบหนังสือ How to เพราะด้วยความที่คนเราไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะใช้สูตรเหมือนกันไม่ได้ และทุกคนก็ไม่ควรเป็นเหมือนผมด้วย แต่ผมเชื่อว่าความแร้นแค้นคือทรัพยากรครับ

« Back to Result

  • Published Date: 2009-02-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com