Creative Knowledge

« Back to Result | List

รู้ทันความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้บริโภค ตอนที่ 1 (THE EXPECTATION ECONOMY)

eco_banner.jpg
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ฉลาดขึ้น รู้เยอะขึ้น ทำให้มีความต้องการมากขึ้น และมีการคาดหวังสูงขึ้น ครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเทรนด์แกนนำที่อธิบายทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี...

EXPECTATION ECONOMY คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคมีประสบการณ์และข้อมูลความรู้มากขึ้น ทำให้มีการคาดหวังสูงต่อตัวสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งเกิดจากปัจจัยที่เพิ่มขึ้น ทั้งในประสบการณ์การบริโภคอันยาวนาน ตัวเลือกใหม่ๆ แหล่งข้อมูลที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีผู้คัดเลือกและกรั่นกรองข้อมูลต่างๆให้ก่อนตัดสินใจ วันนี้ผู้บริโภคจึงไม่ได้คาดหวังให้สินค้าที่ตนซื้อ เป็นเพียงสิ่งที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานทั่วไป แต่คาดหวังว่าเขาจะได้รับใน "สิ่งที่ดีที่สุด"

eco_2.jpg

ยุคนี้ข้อมูลข่าวสารต่างๆแพร่กระจายได้ไวปานจรวด แบรนด์ใหม่ๆ มีโอกาสเปิดตัวและเกิดในตลาดได้รวดเร็ว ...
ถ้าดีจริง และที่สำคัญ ผู้บริโภคมีความฉลาดรอบรู้ว่าสินค้าอะไรดีที่สุด ถูกที่สุด หรือใช่ที่สุด และยังเพลิดเพลินกับการสืบเสาะแสวงหาข้อมูลต่างๆ แถมนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกันอย่างเอาจริงเอาจัง โดยอาศัยข้อมูลจากเว็บไซต์ บล๊อก และแม๊กกาซีนแขนงต่างๆ เหล่านี้

ผลกระทบในแง่ความรู้สึกของผู้บริโภคที่รู้มาก หวังสูง แต่ตลาดสินค้าไม่ตอบสนอง ทำให้ผู้บริโภคเกิดภาวะเบื่อหน่ายและหงุดหงิดรำคาญใจ อาการเบื่อหน่ายมักเกิดขึ้นกับสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคมองว่ายังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด และสามารถเลี่ยงไปใช้ตัวเลือกอื่นๆที่คิดว่าดีกว่าได้ เลยคิดเสียว่า "ช่างมันฉันไม่แคร์" เมื่อใช้สินค้าแล้วไม่ชอบก็เลิกใช้ ไม่คิดหวนกลับไปใช้อีก และไม่บอกด้วยว่า "เพราะอะไร"

แต่ในกรณีที่ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก ก็เป็นเหตุสร้างความหงุดหงิดใจให้ต้องจำใจใช้สินค้า หรือบริการนั้นต่อไป ณ จุดนี้ผู้บริโภคก็มีสองทางออกให้กับตัวเอง ซึ่งนักธุรกิจไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ทางแรกก็คือ "ทนใช้" แสร้งมอบความจงรักภักดีไป จนกว่าจะมีทางเลือกที่ลงตัวกว่า จึงค่อยเลิกใช้ บางทีทำให้บริษัทต่างๆหลงเข้าใจไปว่าลูกค้าซื้อสินค้าเพราะชอบ แต่จริงๆแล้วที่ซื้อเพราะไม่มีทางเลือกต่างหาก

eco_1.jpg

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ธุรกิจกลุ่มสายการบิน เพราะจากข้อมูลที่ผู้โดยสารทั่วโลกรอยู่แก่ใจ ว่า สามสายการบินที่เป็นที่สุดด้านการบริการก็คือ สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก, สิงคโปร์แอร์ไลน์ และเอมิเรตต์ แต่ด้วยข้อจำกัด เรื่องเส้นทางการบินที่อาจยังไม่ครอบคลุม ทำให้ผู้โดยสารต้องเลือกใช้บริการสายการบินอื่นที่มีอยู่ แต่เมื่อใดที่มีโอกาส สามสายการบินนี้ก็จะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆที่ผู้โดยสารเทใจให้เสมอแม้ว่าบางคนอาจไม่เคยบินกับสายการบินเหล่านี้มาก่อนเลยก็ตาม

สำหรับทางที่สองก็คือใช้วิธี "ทนรอ" ชะลอการซื้อจนกว่าของที่ดีที่สุดจะออกวางตลาด แล้วค่อยตัดสินใจซื้อตัวอย่างเช่น ตอนบริษัท Apple ประกาศเปิดตัวสินค้า iPhone และ MacBook Air ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอ การซื้อมือถือและคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เพื่อรอให้สินค้าจากแบรนด์ที่ตนชื่นชอบออกวางจำหน่าย พอวางปุ๊บก็แล่นไปซื้อทันที

ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เขาฉลาดขึ้น และคาดหวังสิ่งที่ดีสุดจากสินค้าและบริการ (โดยเฉพาะในเจเนอเรชั่นถัดไป) ผู้บริโภคไม่ใช่ทาสของการผลิตและการโฆษณาแบบ Mass อีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่แบรนด์สินค้าจะทำได้ในวันนี้ก็คือ "ต้องปรับตัวตามความคาดหวังให้ทัน"

อ่านต่อ ตอน2

ที่มา: trendwacthing.com

« Back to Result

  • Published Date: 2008-10-01
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี