Articles

« Back to Result | List

เมรัยดอกไม้ (Drunken flower) ความคิดสร้างสรรค์บรรจุขวด

เรื่อง รัฐสยาม ศีลคุณ

d-flower1.jpg

ชื่อ ‘เหล้าดอกไม้' อาจฟังดูหวานหูชวนชิมไม่น้อย แต่สุราสีใสในขวดแก้วที่มีโลโก้รูปหมาบ็อกเซอร์หน้าขมึงทึงบอกสรรพคุณความแรงให้บรรดานักดื่มทั้งหลายได้เตรียมพร้อมเมื่อเปิดเหล้าขวดนี้

สุราขาวในขวดใสภายใต้ยี่ห้อสะกิดหูว่า ‘หมาใจดำ' เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักดื่มชาวเชียงใหม่ ที่มีรสนิยมการดื่มเฉพาะตัวเป็นเวลาหนึ่งปีมาแล้ว เหล้าหมาใจดำได้แทรกตัวอยู่ตามชั้นวางสุราตามสถานที่สังสรรค์ต่าง ๆ ปะปนไปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ดังๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ

วิษณุ โพธิ์เกียรติกุล
หรือ ‘กุ้ง' วัย 41 ปี คือ ผู้ให้กำเนิดสุราท้องถิ่นตัวใหม่นี้ ด้วยรูปลักษณ์และชื่อที่ดึงดูดสายตาแก่ผู้พบเห็น

" มันเกิดจากความคับข้องใจที่ผมเป็นคนดื่มเหล้าไม่ได้เลย เพราะจะปวดหัวมาก จึงเกิดความคิดว่าสักวันหนึ่งอยากจะทำเหล้าที่มีคุณภาพดีที่ดื่มแล้วไม่ปวดหัว"

วิษณุเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการทำเหล้าของตนเองแบบขำๆ เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า โอกาสมีอยู่เสมอ สำหรับของคุณภาพดีมีเอกลักษณ์ เดิมทีวิษณุมีพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ในด้านวิศวะโยธา เคยผ่านการทำธุรกิจเทียนหอมและของตกแต่งบ้านร่วมกับเพื่อน ภายใต้ชื่อร้าน ‘แมวใจดี' ที่เป็นที่รู้จักกันดีในเชียงใหม่ ก่อนที่จะวางมือให้หุ้นส่วนดูแลธุรกิจนั้นต่อไป ส่วนเขาหันมาตั้งหน้าผลิตสินค้าตัวใหม่คือ สุรา ‘หมาใจดำ' อย่างจริงจัง

"พอทำเทียนแล้วอิ่มตัว ก็เลยคิดหาอะไรทำใหม่ ซึ่งผมสนใจเรื่องเหล้าชุมชนมานาน พอรัฐบาลอนุญาติให้ทำ สุราชุมชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในปี 2546 ผมก็ลองศึกษาจากการอ่านตำราและทดลองทำในจริงจัง ใน ปี 2548 จนกระทั่งสำเร็จ และสามารถขออนุญาติจดทะเบียน และวางขายเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2550 ที่ผ่านมา"

ชายหนุ่มอธิบายถึงคำเรียกขานของ ‘เหล้าดอกไม้' ซึ่งเป็นสุราขาว (White Spirit) ของเขาว่า มีที่มาจากวัตถุดิบซึ่งมาจากน้ำหวานของดอกของมะพร้าว หรือที่เรียกกันว่า "น้ำตาลสด" นำมาผ่านการหมักเพื่อให้ยีสต์กินน้ำตาลจนหมดก่อนแล้วคายแอลกอฮอล์ออกมา หลังจากนั้นจึงนำมากลั่นตามกรรมวิธี จนกลายเป็นเหล้าใสบรรจุขวดอย่างที่เห็น

"ถือเป็นเหล้าสกุลใหม่ที่ทำมาจากน้ำหวานดอกไม้ล้วนๆ มันจะมีกลิ่นหอมเฉพาะติดตัว หวานที่ปลายลิ้น เป็นสินค้าที่ขายตัวเองได้อย่างดี ที่ผ่านมามีลูกค้าติดใจตามมาซื้อถึงบ้านเลยก็มี"กว่าที่จะมาลงตัวอย่างที่เห็นในวันนี้นั้น วิษณุเผยว่า ได้ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ครั้งแรกทดลองใช้ผลไม้
เช่น ลิ้นจี่นำมาหมักเป็นเหล้าผลไม้ แต่พบว่าต้องใช้ปริมาณผลไม้มากและเป็นวัตถุดิบที่มีตามฤดูกาลเท่านั้นจึงนำไปสู่การคิดหาวัตถุดิบใหม่ที่ให้น้ำตาลเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มาลงตัวที่น้ำตาลสดจากดอกหรือจั่นมะพร้าวที่ออกตลอดทั้งปี

"เคยลองชิมสุราท้องถิ่นที่คนซื้อมาฝาก ปรากฏว่า ยังมีกลิ่นส่าเหล้ามาก เสียดายทรัพยากร ผมเลยลองซื้อน้ำตาลสดมาหมักแล้วนำไปกลั่นให้เพื่อนดื่ม ปรากฎว่า คนชอบในรสชาติและกลิ่น ที่สำคัญคือ ผมเองดื่มแล้วไม่ปวดหัว จึงภูมิใจว่าทำสำเร็จและคิดว่าจะทำเป็นอาชีพให้ได้ จากนั้นก็เริ่มทำจริงจัง ลงมือตั้งชื่อเอง เขียนโลโก้เองทั้งหมด ส่งไปขออนุญาตจากสรรพสามิตอย่างถูกต้อง ซึ่งคุณภาพที่ตรวจได้ก็ออกมาเกินมาตรฐาน"

วิษณุให้ความรู้ว่า โดยทั่วไปนั้น สุราหมัก เช่น ไวน์ สาเก หรือกระแช่ ที่หมักแล้วสามารถดื่มได้เลย มักมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินร้อยละ 15 ส่วนประเภทของสุรากลั่นซึ่งเอาเหล้าที่ผ่านการหมักแล้วไปกลั่นอีกทีก็จะได้ปริมาณแอลกอฮอล์มากขึ้น เช่น สุราหมาใจดำของเขา ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ถึงร้อยละ 40 ส่วนสุราบ่ม ซึ่งเป็นสุราที่มีสีเหลืองโดยทั่วไปนั้น มาจากการนำสุรากลั่นไปบ่มในถังไม้ จึงทำให้ได้สีและกลิ่นของถังไม้นั้นติดมา การผลิตแบบนี้รัฐบาลยังสงวนให้เฉพาะผู้ที่ได้รับสัมปทานรายใหญ่เท่านั้น

"สำหรับสุราบ่มนั้นในต่างประเทศนั้นนิยมบ่มในถังโอ๊ค เพราะเขามีไม้ไม่กี่ชนิด จึงติดเป็นภาพลักษณ์ไป ผมคิดว่าถ้าบ้านเราอนุญาติให้ทำอย่างแพร่หลายแล้ว เราสามารถจะเป็นมหาอำนาจทางนี้ เพราะเรามีไม้หลากหลายชนิด เช่น เหล้าที่บ่มในถังมะเกลือที่ให้สีดำ ก็อาจจะกลายเป็นเหล้าดำ นอกจากนี้ยังเรามีวัตถุดิบมากมาย เช่น ผลไม้ต่างๆ ที่อาจนำมาทำเป็นเหล้าสกุลใหม่ๆ ได้อีกมาก" ชายหนุ่มให้ความเห็นที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์อันไม่หยุดนิ่งของเขา

d_flower2.jpg

ในปัจจุบัน วิษณุทำตลาดเหล้าหมาใจดำของเขาเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยฝากขายตามร้านกินดื่มต่าง ๆ เนื่องจากยังสามารถผลิตได้ราว 1200 ขวดต่อเดือนเท่านั้น โดยเขาตั้งราคาขายปลีกไว้ที่ขวดละ360 บาท แต่ในอนาคต เขามีเป้าหมายในการสร้างโรงหมักและถังกลั่นขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้มากขึ้น โดยตั้งใจว่า จะเพิ่มจุดขายตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น ปาย สมุย หรือภูเก็ตด้วย ทั้งนี้เพื่อแนะนำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักเหล้าสัญชาติไทยกันมากขึ้น

"คนไทยดื่มหล้าฝรั่งมามากแล้ว ให้เขาดื่มเหล้าไทยบ้าง อนาคตถ้าเป็นไปได้จะส่งออกด้วยเลย"

ภายหลังจากที่เหล้าดอกไม้ได้รับการตอบรับอย่างดีมาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้วิษณุกำลังพัฒนาเหล้าตัวใหม่คือ หมาใจดำ ‘ลำก้า' ซึ่งเป็นเหล้าสกุลใหม่ที่เปรียบได้กับ "วอดก้า" ของไทย คือ ผลิตจากมันฝรั่งเช่นเดียวกับเหล้าตระกูลวอดก้าของต่างประเทศ

"ทุนเรามีจำกัด ต้องค่อยๆ ขยายไป ผมอยากทำโรงหมักให้ใหญ่ขึ้นและมีการควบคุมคงที่ รวมทั้งออกแบบทรงขวดที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง เหมือนอย่างที่ Absolute Vodka ทำ แต่ต้องใช้เงินอย่างต่ำอีก 3 ล้าน"

คำแนะนำของวิษณุเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจผลิตสุราชุมชน
1. ต้องขออนุญาตจากสรรพสามิตในพื้นที่ โดยผู้ขอต้องเป็นนิติบุคคลหรือวิสาหกิจชุมชน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. สถานที่ผลิตต้องห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะตามกำหนด และมีที่ตั้งที่เหมาะสม
3. ต้องส่งตัวอย่างสุราไปตรวจหาสารต้องห้าม สารอันตราย และตรวจมาตรฐานคุณภาพว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่
4. ต้องส่งฉลากพร้อมขวดบรรจุไปตรวจว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

สนใจติดต่อ "หมาใจดำ" โทร 081 993 0050 อีเมล maa_jai_dum@yahoo.com

‘Flowery Whisky' Idea in the bottle

d-flower1.jpg

Vishnu Bhokietikul, early 40s man in Chaingmai created the new unique Thai local
white spirit called flowery whiskey under the creative brand and package, Maa Jai
Dum , the black-hearted dog, which has been introduced to local drinker in Chiangmai
for already one year sharing the small corner of the same liqueur shelf with other
major Thai and foreign whiskey.

"It came from my frustration when drinking the poor quality whiskey always causing
me terrible headache afterward, therefore, I always want to make the better whiskey"

After running the decorating aromatic candle and decorative item shop for while,
he looked for new business opportunity. When Thai government issues the license
to local whiskey producer, in 2003, Vishnu started his dream by researching and
learning by him self. He finally found the way to make his ideal distilled alcoholic
beverage and launched it in August 2007.

Vishnu explains that Maa Jai Dum is the new whiskey category produced from the
flower nectar of coconut tree. This flowery whisky provides unique aromatic fragrance
and taste attract to the niche market of special taste drinker.

He only launches his flowery whiskey in Chaingmai since he can produce only 1200
bottles a monthly with selling prices at 360 baht per unit. He aims to build the bigger
and temperature control distillation house to increase the production capacity. In the
, he wants to launch this local whiskey in the tourist area in order to introduce to
foreign traveler.

Nowadays, Vishnu is developing new whiskey product expected to launch soon
called ‘ Maa Jai Dum LumKa\' made of potatoes similarly to imported Vodka category
including to making Schnapps, alcoholic beverage made form fruit, when he has a
dequate budget for expanding the line of his business.

"I have to wait for a while since we have limited financial resources. I have plan to
do many thing such as if I have 3 million baht now, I will design more unique bottle"
Vishnu added

In his opinion, Vishnu believes that Thailand could be the leading nation in term of
whiskey producer due to the fact that it has plentiful materials which can produce
different kinds of whiskey such as the variety of fruit or even woods that can be
made into the whiskey barrel which can create the innovative kinds of fragrance
and new delightful taste.

Contact "Maa Jai Dum" Tel 081 993 0050 email : maa_jai_dum@yahoo.com

« Back to Result

  • Published Date: 2008-09-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com