Articles

« Back to Result | List

Brand Destination สร้างข้อได้เปรียบเชิงพาณิชย์จากความพิเศษในชุมชน : กรณีศึกษาประเพณีผีตาโขนและดินเผาด่านเกวียน

brand-destination.jpg

เมื่อเช้าผมได้รับโทรศัพท์จากทีมบรรณาธิการ ทวงถามถึงบทความที่ผมไม่ได้เขียนฝากไว้ให้กับ TCDC Connectมานานแสนนาน Creative Society คือ หัวข้อที่บรรณาธิการฝากไว้ให้ผมช่วยใช้มุมมองหลายๆมุม ตีความ แล้วพ่นออกมาเป็นตัวหนังสือด้วย ส่วนตัวกะไว้ว่าจะเขียนในช่วงหยุดยาวปลายสัปดาห์ แต่พอวางสายปุ๊บ ความคิดก็โลดแล่นเข้ามาในหัว เลยขอหยุดงานที่ทำอยู่หน้าจอ มาเขียนเรื่อง Creative Society ดีกว่า

วันนี้ขอหยิบยกเรื่อง Community หรือ Society ในระดับชุมชนมาแบ่งปันให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ถึงพลังอำนาจของการออกแบบ ที่สามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Brand Destination" ให้เกิดขึ้นกับชุมชนได้

ผมของยกตัวอย่างเรื่องที่คุ้นเคยกันดี เช่น โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (หรือ OTOP) ในการผลักดันสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของภาครัฐนั้น หากขาดซึ่งความเอาใจใส่ในการพัฒนาตัวสินค้า หรืองานบริการที่ "ถูกต้องและเหมาะสม" กับท้องถิ่นแล้ว ต่อให้คุณมีสินค้ามากมายเป็นหลักล้าน ก็ไม่สามารถหาความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์เพื่อสร้าง Brand Destination ที่ดีได้

หัวใจหลักที่ผมขอพูดถึงในวันนี้ก็คือ "Roots" รากเหง้าภูมิปัญญาของสินค้าหรือบริการ อันเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลักดันให้ Brand Destination ที่ต้องการสร้างขึ้นนั้นมีความแข็งแกร่ง รากเหง้าภูมิปัญญาสามารถถูกถ่ายทอดผ่านรูปแบบสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ เพื่อสร้างความแตกต่าง ในแบบที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้นับเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนหนึ่งๆ ที่ชุมชนอื่นยากจะเลียนแบบรากเหง้าที่ว่านี้ หมายรวมถึงขั้นตอนขบวนการผลิตที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ ประเพณี วัฒนธรรมประจำท้องถิ่นประวัติความเป็นมาของชุมชน ผลิต
ผลทางการเกษตรที่ผลิตได้จากชุมชนนั้นๆ ฯลฯ พูดง่ายๆว่ามันคือความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ที่ชุมชนหนึ่งๆ มีเป็นของตนเองอยู่แล้ว เพียงแค่นำมันมาขัดเกลา วางระเบียบ จัดระบบพร้อมกับนำการออกแบบที่เหมาะสมมาแต่งแต้มชุมชนนั้นๆก็สามารถมี Brand ที่ยั่งยืนได้

brand-destination1.jpg

ตัวอย่างเช่น ประเพณีการละเล่นผีตาโขนของชาวจังหวัดเลย ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ - อาทิตย์หลังวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่จัดขึ้นในอำเภอด่านซ้าย และอำเภอนาแห้ว โดยมีการแห่ผีตาโขนในงานบุญหลวงเดิมเชื่อว่าการแห่ผีตาโขนนี้เกิดขึ้นในสมัยเมื่อครั้งพระเวสสันดร และนางมัทรีกำลังจะออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดาผีป่าและสัตว์นานาชนิดมีความอาลัยจึงแฝงตนมากับชาวบ้านเพื่อมาส่งเสด็จพระเวสสันดรและนางมัทรี ซึ่งเรียกกันว่าผีตามคน หรือ ผีตาโขน

brand-destination2.jpg

ปัจจุบันชุดผีตาโขนขนาดใหญ่ทำขึ้นจากไม้ไผ่ แล้วประดับตกแต่งหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น มีขนาดประมาณ 2 เท่าของคน ส่วนผีตาโขนขนาดเล็กจะใช้ที่นึ่งข้าวเหนียวมาทำเป็นโครงสร้าง และใส่หน้ากากที่ทำจากกากมะพร้าวแกะสลักพร้อมลงสี ตรงนี้เองจัดได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ภูมิภาค อื่นๆไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

สิ่งที่แตกหน่อต่อยอดออกไปจากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลก็คือ ทางชุมชนมีสินค้าพื้นเมือง เช่น พวกตุ๊กตาผีตาโขนหรือพวงกุญแจที่ทำจากเซรามิคลายผีตาโขน ออกมาวางขายได้ตลอดปี จุดนี้เองถือได้ว่าเป็นการนำรากเหง้าทางด้านประเพณีมาสานต่อเป็น Brand Destination ที่ผู้คนจากต่างถิ่นสามารถจับต้องได้

brand-destination3.jpg

อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ กรณีเครื่องปั้นดินเผาของชาวด่านเกวียน โดยเริ่มแรกชุมชนในหมู่บ้านนี้ได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมกันนั้นก็นำเสนอภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับการผลิต "เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน" งานศิลปะที่เป็นมรดกตกทอดกันมายาวนาน ให้กับนักท่องเที่ยวไปด้วย

โดยในขบวนการผลิตจะใช้วัตถุดิบหลักเป็นดินจากแหล่งแม่น้ำมูล ซึ่งดินนี้มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สูง เมื่อถูกเผาด้วยความร้อน แร่เหล็กจะหลอมละลายให้ผิวสัมผัสด้านนอกที่มันวาว รวมทั้ง เมื่อเคาะตัวผลิตภัณฑ์ ก็จะได้ยินเสียงกังวานใส บวกกับสไตล์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของด่านกวียนด้วยแล้ว งานศิลปะดินเผาของที่นี่จึงกลายเป็นงานที่ภูมิภาคอื่นลอกเลียนแบบได้ยาก

พลังของชาวชุมชนด่านเกวียนนับเป็นการสร้าง Brand Destination ที่ประสบความสำเร็จ เพราะนอกเหนือจากธุรกิจท่องเที่ยวที่ไปได้ดีแล้ว ชุมชนยังสามารถสร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผานี้ได้ด้วย

งานสร้างสรรค์ของชุมชน (Community product) ถือเป็นหัวใจหลักหนึ่งในการผลักดันให้ชุมชนเหล่านั้นมีความเข้มแข็ง สามารถสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นให้กับท้องถิ่นของตนเองได้ ความเอาใจใส่ในการพัฒนาสินค้าและบริการรวมทั้งการใช้ช่องทางสื่อสารที่เหมาะสม จะเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนเป็นเจ้าของ Brand Destination ที่สามารถสร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นกับชุมชนนั้นในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ต้องขอปรบมือให้กับชาวอำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้ว และชาวด่านเกวียนด้วย

ครั้งหน้าผมจะหยิบยกประเด็น Creative Society ในมุมมองอื่นๆมาฝากคุณผู้อ่านนะครับ ถ้ามีข้อคิดเห็นเพื่อเติมรบกวนฝากข้อความไว้ในเว็บไซต์นะครับ ความคิดเห็นของท่านอาจเป็นเครื่องจุดประกายให้กับคุณผู้อ่านท่านอื่นๆที่ผ่านเข้ามาครับผม


« Back to Result

  • Published Date: 2008-08-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com