Articles

« Back to Result | List

Free Love : รักแจกฟรี มีแต่ให้กับให้

fr.jpg

ขึ้นชื่อว่า "ของฟรี" มีใครไม่อยากได้ เทรนด์ Free Love (รักนี้มีแต่ให้กับให้) ก็เป็นกระแสหนึ่งที่ฮอตฮิตน่าจับตาซึ่งก็น่าคิดว่าของฟรีแบบนี้มันมาจากไหน และมีอะไรแอบแฝงอยู่ภายใต้ความเย้ายวนใจอันนี้บ้างลองมาดูประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลให้เทรนด์ Free Love เติบโตเบ่งบานอยู่ในขณะนี้

free2.jpg

1. ของฟรี = ข้ออ้างของการโฆษณา
โฆษณาเป็นนายทุนหลัก หลายธุรกิจที่เติบโตขึ้นจากการนำเสนอสินค้าและบริการแจกฟรีนั้น หาเงินเข้ากระเป๋าด้วยการขายพื้นที่โฆษณาล้วนๆ ยกตัวอย่างเช่น บรรดาหนังสือพิมพ์และนิตยสารแจกฟรีต่างๆ หรือเที่ยวบินฟรีที่ได้โฆษณามาเป็นสปอนเซอร์ (ปะอยู่ตามพนักพิงเก้าอี้ หรือบนกระดาษรองถาดอาหาร) เพราะตราบใดที่บรรดาแบรนด์สินค้ายังพยายามหาช่องทางเจาะใจผู้บริโภค ยุคของฟรีแบบนี้ก็ไม่มีทางหยุดโต

ของฟรียังรวมไปถึงกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มแจกฟรี โทรศัพท์ฟรีเช่าฟรี ตำราเรียนฟรี หนังสือนำเที่ยวฟรี จักรยานเช่าฟรี สมุดโน้ตฟรี บริการถ่ายเอกสารฟรี วิดีโอเกมฟรี เพลงดาวน์โหลดฟรี ซอฟท์แวร์ฟรี และอีกมากมายสารพัดล้วนแล้วแต่ได้รับการสนับสนุน(อย่างไม่เป็นทางการ)จาก "งบโฆษณา" ทั้งสิ้น2. เทคนิคล่อใจผู้บริโภค

jetblue.jpg

Tryvertising & Trysumers: เป็นกลยุทธ์ลูกผสม ผสานแนวคิดโฆษณายุคดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดยุค Free Love วันนี้เราไม่ได้พูดถึงแค่การแจกตัวอย่างสินค้า แต่เรากำลังหาวิธีสอดแทรกสินค้าและบริการเข้าไปในชีวิตของผู้บริโภคอย่างเนียนๆ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินจากประสบการณ์ร่วม ไม่ใช่จากการอ่านข้อความเชิญชวนเพียงอย่างเดียว อาทิเช่น ไอเดีย "อาหารเช้าจากสวรรค์" ของผลิตภัณฑ์ครีมชีสฟิลาดาเฟีย เขายกทีมนางฟ้าในชุดขาวมาบริการเสริฟครีมชีสกับขนมปังเบเกิลให้กับผู้โดยสารของสายการบิน JetBlue กันแบบฟรีๆ

free3.jpg

Brand Butlers: อีกหนึ่งกลยุทธ์ของฟรีที่ดึงจุดขายของสินค้าและบริการมาใช้ได้อย่างสร้างสรรค์กว่า ตัวอย่าง เช่น เครื่องซักผ้ายี่ห้อ Zanussi-Electrolux ให้บริการซักเสื้อผ้าฟรีในเทศกาลดนตรี Rock Otocec พิสูจน์พลังซักสะอาด ขจับคราบดินโคลนให้เห็นกันจะๆไปเลย

free4.jpg

ACCE$$: กลยุทธ์ที่เข้าใจถึงวัฒนธรรมความคิดยุคใหม่ที่ว่าด้วยการสร้างเอกลักษณ์ ต้องการความโดดเด่นไม่ต้องการเหมือนใคร มีอภิสิทธิ์ในกลุ่มเฉพาะในวงจำกัด ข้อนี้จะเห็นได้ชัดในกลุ่มธุรกิจดนตรีและความบันเทิงที่มักมีการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตแบบเอ็กคลูซีฟ หรือการจัดจำหน่ายสินค้าที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ มอบให้เฉพาะแฟนเพลงเป็นต้น

PREMIUMIZATION: เป็นกลยุทธ์ขั้นจีบติด หลังจากใช้วิธีต่างๆล่อใจห้ผู้บริโภคตกหลุมรักของฟรีของคุณแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะโน้มน้าวให้ผู้บริโภคจ่ายเงินซื้อสินค้าต่อไป ตัวอย่างชัดๆคือ กลยุทธ์ของเว็บไซต์ Trenwatching.com นี่เอง ที่มีทั้งเวอร์ชั่นฟรี และเวอร์ชั่นพาวเวอร์พอยท์ฉบับรายปีเต็มรูปแบบ ที่ต้องเสียเงินซื้อด้วย

free5.jpg

CUNNING CARTRIDGES: กลยุทธ์หัวใสที่ตอบรับกระแสผู้บริโภคที่นิยมความคล่องตัวและความสะดวกสบาย ในชีวิต เบื่อหน่ายความวุ่นวายและภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตจากวิถีชีวิตเดิมๆ โดยกลยุทธ์ที่ว่าใช้วิธีการจ่ายแจก อุปกรณ์เครื่องใช้ให้เอาไปใช้กันฟรีๆ ซึ่งผู้บริโภคเองก็ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสอดใส้ที่มาในรูปของค่าดูแลรักษา อาทิเช่น ค่าเปลี่ยนชิ้นอะไหล่ แบตเตอรี่ หลอดไฟ เติมหมึก เติมไส้ ต่างๆนานา

3. การตลาดแบบ C2C หากนิยามใหม่ของคำว่า "ได้รับ" คือ "ต้องรู้จักให้" เจเนเรชั่นออนไลน์เอื้ออาทร
ก็คือแนวทางที่ใช่เลย ผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังสนุกกับการแจกจ่ายคอนเทนต์กันแบบระเบิดเถิดเทิง อินเตอร์เน็ต คือ ช่องทางเสรีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เล่นเป็นผู้ให้ ได้สร้างสรรค์ ได้แสดงออก ได้มีส่วนร่วม

ไม่ว่าผลงานจะออกมาในรูปของการแชร์ไอเดีย ความรู้ หนังสือ ตำรา รูปภาพ หนัง เพลง ข้อแนะนำ กลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ หรือการปิดทองหลังพระอย่างในสารานุกรมออนไลน์ (wikipedia.com) ก็ตาม มันมีข้อคิดที่น่าสนใจติดตามมาด้วย นั่นก็คือยุคนี้เป็นยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ผลิต และสร้างพฤติกรรมชอบของแจกของฟรีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็คาดหวังว่าตนเองจะต้องได้บางอย่างตอบแทน จากแบรนด์สินค้าด้วย

free6.jpg

4. พฤติกรรมการแลกเปลี่ยนแทนการจับจ่าย
คือแนวความคิดที่ผู้บริโภคหัวการค้าใช้ข้อดีของ Free Love และอินเทอร์เน็ต แลกเปลี่ยนทรัพย์สมบัติที่แต่ละคนมีอยู่ในครอบครอง ทั้งแบบถาวรหรือชั่วคราว ตั้งแต่บ้าน รถยนต์ ไปจนถึงหนังสือ หรือแม้กระทั่งแผ่นดีวีดีซึ่งนับวันตลาดการแลกเปลี่ยนสินค้าแบบนี้ดูจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ก็มันประหยัดเงินดีนี่จ๊ะ)

free7.jpg

5. Less is more
น้อยลงคือมากขึ้น อีกหนึ่งไอเดียเล็กๆที่สนับสนุนการให้ด้วยการมอบข้าวของเครื่องใช้ที่ตนไม่ต้องการแล้วให้กับผู้ที่ขาดแคลนหรือด้อยโอกาส อย่างเช่น
Freecycle.org หรือการออกร้านแจกจ่ายสินค้าฟรี (ที่ได้รับบริจาคมาอีกที) นับเป็นการแสดงน้ำใจต่อสังคมที่ต่อยอดไปถึงวัฒนธรรมการรีไซเคิลอีกด้วย

ท้ายที่สุด เชื่อว่าในอนาคตพวกเราน่าจะได้เห็นการเติบโตของกระแส Free love ที่ถูกพัฒนาเป็นไอเดียทางธุรกิจหรือเป็นเครื่องมือใหม่ทางการตลาดเพิ่มเติมขึ้นอีก โดยเฉพาะการตลาดเชิงกายภาพ มีแนวโน้มที่เราจะเห็นผู้บริโภคเจเนเรชั่นใหม่เติบโตขึ้นพร้อมกับความเชื่อที่ว่าสินค้าและบริการควรมีราคาไม่แพง หรือควรแจกฟรีด้วยซ้ำไป! (หรือคุณว่าไง)


« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-30
  • Resource: www.tcdcconnect.com