Articles

« Back to Result | List

Design Method และความอยู่รอดของโรงงานในสนามสงครามราคา: กรณีศึกษาจากบริษัท ศรีสำอางค์ ซัพพลายเออร์ จำกัด

ssa2.jpg

มีหลายปัจจัยในสภาพการณ์ปัจจุบันที่ทำให้โรงงานและธุรกิจไทยหลายแห่งต้องกุมขมับ หรืออย่างร้ายที่สุดก็ต้องปิดกิจการไป เช่น
1. ไทยเคยเป็นตลาดที่พึ่งพาธุรกิจโออีเอ็ม (OEM-Original Equipment Manufacturer) คือ ผู้รับจ้างผลิตโดยรับออเดอร์จากต่างประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าธุรกิจลักษณะนี้เคยทำรายได้มหาศาล แต่น่าเสียดายว่า ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้ว
2. ต่อเนื่องจากข้อ 1 ต้นทุนการผลิตและค่าแรงของต่างประเทศ เช่น จีนและเวียตนามนั้นถูกกว่าไทยมาก เจ้าของแบรนด์จากนานาประเทศที่เคยจ้างคนไทยผลิตในก็ย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น ทำให้หลายโรงงานที่มีรายได้หลักจากตรงนี้ตกที่นั่งลำบาก
3. การเป็นผู้รับจ้างผลิตนั้นมีสัญญาผูกมัดว่า โรงงานจะไม่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญใดๆ ทำให้เราไม่ได้ก้าวหน้าไปไกลกว่าการเป็น "แรงงานฝีมือดี"
4. ค่าเงินที่ผันผวน ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคส่งออก โรงงาน หลายแห่ง ที่พึ่งพาการส่งออกต้องเผชิญกับปัญหานี้
5. มาตรการกีดกันทางการค้า(ที่ไม่ใช่ภาษี) หลายประเทศใช้มาตรการกีดกันสินค้าส่งออก ทำให้โรงงานไทยต้องปรับตัวตามเงื่อนไขของต่างประเทศ ซึ่งบางเงื่อนไขทำให้โรงงานต้องลงทุนสูงขึ้นมาก โรงงานเล็กๆ ที่ไม่สามารถรับภาระได้ก็ต้องลาจากไป นี่ยังไม่รวมถึงปัจจัยลบอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทางแก้ไขของบางปัญหานั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล แต่สำหรับในบางกรณี ปัญหาก็แก้ไขได้ด้วย "กระบวนการออกแบบ" (Design Method)

ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส TCDCCONNECT และบริษัท ศรีสำอางค์ ซัพพลายเออร์ จำกัด ผู้ผลิตวัสดุเอทิลีนไวนิลอะซีเตดหรืออีวีเอ (EVA - Ethylene Vinyl Acetate) ได้ตัดสินใจร่วมมือกันหาทางออกให้กับปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ด้วยการใช้กระบวนการออกแบบ (Design Method) เป็นเครื่องมือหลักโดยบริษัทศรีสำอางค์ ซัพพลายเออร์ เปิดโอกาสให้ตัวแทนจาก TCDCCONNECT เข้าไปสังเกตุการณ์และบันทึกข้อมูลต่างๆไว้เป็นกรณีศึกษา ตลอดทั้งกระบวนการ

กรณีศึกษาของ บริษัท ศรีสำอางค์ ซัพพลายเออร์ จำกัด
บริษัท ศรีสำอางค์ ซัพพลายเออร์ จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อราว 20 ปีที่แล้ว ด้วยกิจการผลิตวัสดุ เอทิลีนไวนิลอะซีเตดหรืออีวีเอ (EVA - Ethylene Vinyl Acetate) และต่อมาก็ผลิตรองเท้าแตะจากวัสดุอีวีเอยี่ห้อ EVANI ซึ่งมีโรงงานผลิตของตัวเอง ทำตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงประกอบเป็นชิ้นงาน บริษัท ศรีสำอางค์ถือว่าเป็นโรงงานผู้ผลิตอีวีเออันดับต้นๆ ของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์และความครบครันของเครื่องมือ รองเท้าแตะ EVANI เองก็เป็นผู้นำในตลาดนี้ของเมืองไทยเช่นกัน

แต่ความพร้อมของโรงงานและความเป็นผู้นำตลาดในประเทศ ก็ยังไม่สามารถฝ่าสงครามราคาจากต้นทุนสินค้าที่ถูกกว่าของประเทศอื่นได้ (มีรองเท้าแตะจากจีนเข้ามาตีตลาด) ซึ่งแนวโน้มของสถานการณ์รายรับที่คงที่ แต่ต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับสงครามราคาจากสินค้าต่างประเทศ ดูจะนำพาบริษัทไปสุ่จุดวิกฤตในอนาคตเป็นแน่แท้ คุณสิริอร อิศรางกูร ณ อยุธยา Managing Director และทายาทผู้สืบทอดธุรกิจนี้จึงต้องหาทางออกเพื่อให้บริษัทและพนักงานกว่าพันคนอยู่รอดต่อไปได้

ตลาดของบริษัท ศรีสำอางค์ ซัพพลายเออร์
ตลาดของผลิตภัณฑ์อีวีเอค่อนข้างกว้าง มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับตลาดในประเทศ บริษัทนี้ขายอีวีเอเพื่อเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่น ทำโออีเอ็ม(รับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์อื่น) และยังเป็นโอบีเอ็ม(OBM - Original Brand Manufacturer) คือมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักก็คือ รองเท้าแตะ สำหรับรองเท้าแตะแบรนด์ EVANI บริษัทศรีสำอางค์เองก็คำนึงถึงการสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบ จึงได้ว่าจ้างนักออกแบบที่มีชื่อเสียงมาออกแบบลวดลายรองเท้า รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆด้วยเช่น ม่านแขวนฉลุลายสำหรับตกแต่งบ้าน (ขายในแบรนด์ของศิลปิน คือ สกุล อินทกุล)

ส่วนในตลาดต่างประเทศ บริษัทนี้รับทำผลิตภัณฑ์จากวัสดุอีวีเอ (ภายใต้แบรนด์จากต่างประเทศ ซึ่งมีแบบมาให้) รายได้จากส่วนนี้เคยทำกำไรให้บริษัทได้มาก แต่ด้วยสถานการณ์ค่าแรงของประเทศ เพื่อนบ้านที่ต่ำกว่าบวกกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้รายได้ในส่วนนี้ลดลง จนไม่อาจแขวนธุรกิจไว้กับการส่งออกเป็นหลักอย่างที่เคยได้

คุณสิริอร มองว่า ตลาดของวัสดุอีวีเอในประเทศไทยยังสามารถเติบโตและเพิ่มมูลค่าได้อีก คือ นอกจากการขายอีวีเอแบบแผ่นซึ่งมีราคาถูกแล้ว การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีสามารถเพิ่มมูลค่า ให้กับอีวีเอได้ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ทำม่านแขวนแต่งบ้าน แจกัน พวงกุญแจ เสื่อโยคะ แต่ก็ยังไม่มีสินค้าใดที่ทำรายได้ให้กับบริษัทได้เหมือนรองเท้าแตะ

ssa3.jpg

ในอดีตทางบริษัทเคยจัดโครงการร่วมกับอาจารย์และนักศึกษาวิชาการออกแบบของสถาบันแห่งหนึ่ง เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุอีวีเอ ผลลัพธ์คือเราได้ไอเดียสร้างสรรค์มากมาย เช่น ของเล่น ของแต่งบ้านและอื่นๆ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลักเพื่อจะขยายตลาดต่อไปได้

ปัญหาคืออะไร
เพื่อขยายตลาดต่อไปในอนาคต บริษัทมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่ใช่รองเท้าแตะ แต่สามารถขายได้ดีเหมือนกับที่รองเท้าแตะทำได้ และแน่นอนว่าต้องใช้อีวีเอเป็นวัสดุหลักในการผลิต อีวีเอนั้นเป็นวัสดุที่ใช้งานได้หลากหลายมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตีตลาดอื่นๆได้

คุณสิริอรดูจะตระหนักดีว่า ความสำเร็จในอดีตคงไม่สามารถสืบทอดต่อไปด้วยวิธีการเดิมๆ หรือในตลาดเดิมๆ ได้ ตอนนี้ธุรกิจจำต้องมองหาโอกาสใหม่ ในตลาดใหม่ด้วย ซึ่งหากทำได้ ก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่บริษัทศรีสำอางค์จะเพิ่มบทบาทสู่การเป็นโอดีเอ็ม (ODM - Original Design Manufacturer) เป็นแบรนด์ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่ยอมรับในตลาด

พบปะเพื่อแก้ปัญหา
วันแรกของการประชุม นักออกแบบสอบถามถึงปัญหาและความต้องการของบริษัท พบว่าบริษัท
"ต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่" หน้าที่ของนักออกแบบคือต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา

ขั้นตอนแรกในกระบวนการดังกล่าวคือ การทำความรู้จักกับคุณสมบัติต่างๆของอีวีเอ ซึ่งหมายถึงความเป็นไปได้ในการออกแบบทั้งหมด ในขั้นนี้นักออกแบบได้สอบถามผู้ผลิตอย่างละเอียดต่อความเป็นไปได้ต่างๆเช่น ความหนาหรือบางที่สุดที่อีวีเอจะทำได้, การสร้างสีในอีวีเอ, ความแข็งแรงของแผ่นอีวีเอที่ประกบด้วยกาว ฯลฯ

รู้จักกับอีวีเอในฐานะวัตถุดิบ
อีวีเอ คือโพลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการทำโพลิเมอไรเซชั่น (polymerization) ของสารเอทิลีนโมโนเมอร์ (ethylene monomer) กับสารไวนิลอะซีเตดโมโนเมอร์ (vinyl acetate monomer - VAM) เสร็จแล้วจึงฉีดออกมาเป็นแผ่นใหญ่และนำไปอบเพื่อให้ฟูหนาขึ้น อีวีเอแผ่นใหญ่นี้สามารถตัดประกบขึ้นรูปได้

ssa1.jpg

อีวีเอได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลายแขนง อาทิ การบรรจุหีบห่อ พื้นรองเท้า ของเล่นเด็กฉนวนหุ้มกันไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นต้น

ข้อดี: อีวีเอมีความนุ่ม น้ำหนักเบา ทนทาน สามารถปั๊มเป็นลวดลายต่างๆได้ด้วยระบบ Hot Press และ Cold Press ผสมทุกอย่างที่เป็นผงเพื่อเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ เช่น นุ่ม แข็งแรง ยืดหยุ่น มีสีสดใส

ข้อจำกัด: สำหรับการใช้งานภายนอก สีจะซีดก่อนที่วัสดุจะเสื่อมคุณภาพ และไม่สามารถเติมกลิ่นหอมได้

รู้จักการผลิตของโรงงาน
ภายในโรงงานของบริษัทศรีสำอางค์สามารถผลิตอีวีเอเองได้ตั้งแต่เริ่มต้น ปั๊มสกรีนลายอย่างง่ายๆ ตัดประกบ ประกอบ เกือบทั้งหมดสามารถทำเสร็จในโรงงานได้ อาจมีวัสดุที่ต้องสั่งเข้ามาเพิ่มเติมไม่กี่ประเภท เช่น หนังงา (สำหรับทำหูรองเท้า) ฝ่ายผลิตของโรงงานแห่งนี้มีทั้งหมด 2 อาคาร และแบ่งเป็น 3 ส่วน ใหญ่ๆ คือ

อาคารหลังแรก
ชั้นล่างเป็นพื้นที่สำหรับผลิตอีวีเอตั้งแต่การผสมวัตถุดิบ ฉีด อบ จนสำเร็จออกมาเป็นอีวีเอแผ่นใหญ่

ชั้นสองแบ่งเป็นส่วนสำนักงานและโรงงานประกอบรองเท้า ซึ่งนำแผ่นอีวีเอที่ตัดเป็นรูปรองเท้ามาปั๊มลายแล้ว ประกอบเข้าด้วยกัน โดยจะแยกเป็นแผนกต่างๆ เช่น แผนกพิมพ์ลายด้วยซิลค์สกรีน แผนกติดหูรองเท้าแผนกประกอบชิ้นงานด้วยกาว จนกระทั่งสำเร็จเป็นรองเท้าพร้อมขาย

ssa4.jpg

อาคารหลังที่สอง
เป็นอาคารชั้นเดียวกว้างใหญ่ สำหรับตัดแผ่นอีวีเอให้ได้ขนาด มีทั้งส่วนที่เป็นเครื่องตัดขนาดใหญ่ สำหรับตัดแผ่นอีวีเอแผ่นใหญ่ให้ได้ขนาดตามที่ลูกค้าต้องการ (ซึ่งจะมารับซื้อไปทั้งแผ่น) และส่วนที่เป็นเครื่องตัดขนาดเล็กสำหรับตัดเป็นรูปทรงรองเท้าด้วยแม่พิมพ์ที่มีรูปร่างและขนาดต่างๆกัน

โดยทางเชื่อมระหว่างอาคารหลังแรกกับอาคารหลังที่สองเป็นส่วนของเครื่องปั๊มลายในระบบ Hot Pressและ Cold Press ใช้ปั๊มชิ้นงานที่ต้องการลวดลาย ก่อนที่จะนำไปตัดเป็นขนาดและรูปร่างต่างๆ

เงื่อนไขของการออกแบบ
เงื่อนไข คือ จงออกแบบผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ที่ผลิตด้วยวัสดุอีวีเอเป็นหลัก นับเป็นเงื่อนไขที่กว้าง เปิดโอกาสให้คิดได้มาก แต่ก็เป็นความอิสระที่มาพร้อมกับความยาก ผู้ผลิตกำหนดระยะเวลาทั้งหมด ของโครงการไว้ที่ประมาณ 1 ปี โดยแบ่งเป็นช่วงของการพูดคุยรายละเอียด การเสนอแนวคิดและแบบร่าง การคัดเลือกมาสร้างต้นแบบ การทดลองใช้หาข้อดีข้อด้อย จนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการสร้างแบรนด์ ฯลฯ ต่อไป โดยทางบริษัทเน้นว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะต้องสามารถมีชีวิตอยู่ในตลาดได้เป็นเวลานานไม่ใช่สินค้าประเภทมาแรงเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็หมดอายุขัย

กำหนดทิศทางการออกแบบ
หน้าที่ลำดับต่อมาของนักออกแบบก็คือ การกำหนดทิศทางการออกแบบ โดยเริ่มกำหนดกลุ่มของผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มผู้ใช้ (Demographic) ซึ่งมีวิถีการใช้ชีวิตต่างๆกัน เช่น กลุ่มแม่บ้านกับสินค้าประเภทของใช้ในครัวเรือน กลุ่มไลฟ์สไตล์กับสินค้าประเภทของตกแต่ง กลุ่มนักกีฬาหรือกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้งกับสินค้าประเภทเอาท์ดอร์ (Outdoor) นักออกแบบตระเวนดูสินค้าต่างๆที่ผลิตด้วยวัสดุอีวีเอในหลายๆ ตลาด

(ติดตามตอนต่อไป)

บทความที่เกี่ยวข้อง
Bobles กับการพลิกโฉม EVA สร้างนวัตกรรมใหม่จากวัสดุเก่าๆ


« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com