Creative Knowledge

« Back to Result | List

นิยามใหม่ของเครื่องเงินแห่งบ้านวัวลาย

เรื่อง : รัฐสยาม ศีลคุณ

bann_wau1.jpg

บ้านวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งช่างทำเครื่องเงินมานับแต่อดีต บรรพบุรุษแห่งชุมชนวัวลาย คือ เหล่าช่างเงินที่ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากดินแดนแถบสิบสองปันนานับตั้งแต่ยุคฟื้นฟู เมืองเชียงใหม่และตั้งรกรากอยู่ทางด้านทิศใต้ของประตูเชียงใหม่เมื่อสองร้อยกว่าปีมาแล้ว หลายครัวเรือนในปัจจุบันได้สืบทอดฝีมือและภูมิปัญญาในการทำเครื่องเงินมาจากบรรพบุรุษ สร้างชื่อให้วัวลายเป็นที่รู้จักในฐานะถนนสายเครื่องเงิน และเป็นหมู่บ้านหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทหัตถกรรมเครืองเงินที่เลื่องลือของเชียงใหม่

ทุกวันนี้ คนรุ่นลูกรุ่นหลานแห่งบ้านวัวลายได้ลุกขึ้นมาปรับปรุงรูปแบบของผลิตภัณฑ์และธุรกิจที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยนำทักษะโบราณของเครื่องเงินอันปราณีตมาผสานกับแนวคิดการพัฒนาสมัยใหม่ กลายเป็นเครื่องประดับและของตกแต่งที่มีรูปลักษณ์สวยงามเข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันเป็นการปลุกสีสันของเครื่องเงินบนถนนวัวลายให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในขณะเดียวกันก็รักษารากเหง้าของการทำเครื่องเงินดั้งเดิมไว้ไม่ให้สาบสูญไปด้วย

"ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นคุณปู่ตอกลายเงินดังป็อกแป๊กๆอยู่ใต้ถุนบ้าน ตอนปิดภาคเรียนก็เริ่มช่วยที่บ้านทำเครื่องเงินแล้ว พอโตขึ้นก็ช่วยคุณแม่วิ่งทำตลาดเครื่องเงินตามจังหวัดต่างๆ" คุณสมศรี ผิวอ่อน เล่าถึงความหลังของครอบครัวสล่าเงินในชุมชนบ้านวัวลายนี้ เธอเองเป็นคนรุ่นที่สามแห่งตระกูลช่างเงินที่ได้สืบสานการทำเครื่องเงินมาจากบรรพบุรุษ โดยคุณปู่และคุณพ่อของเธอซึ่งเป็นสล่าดุนลายเงินผู้เลื่องฝีมือในอดีต

ปัจจุบัน สมศรีและวิชาญ ผิวอ่อน คู่ชีวิตของเธอได้ร่วมกันดำเนินธุรกิจของตนเองด้วยการจัดรูปแบบการจัดการสมัยใหม่ โดยเปิดร้าน "เอส.ชาญ จิวเวอร์รี่" ขึ้นบนถนนวัวลายมาเนินนานกว่ายี่สิบปีแล้ว

"เริ่มจากซื้อเม็ดเงินมาให้ช่างทำแล้วก็เอาไปขายตามจังหวัดต่างๆ เราเริ่มจากการเป็นนายทุนเล็กๆ โดยตั้งโรงงานย่อมๆ ขึ้น และใช้ช่างที่รู้จักหรือเคยทำงานให้กับพ่อมาช่วย พอดีคุณวิชาญมีหัวทางนี้ก็เลยช่วยกันทำทำโรงงานได้สักห้าปีก็เปิดร้านทำเครื่องประดับเงิน กำไร แหวน เข็มขัด ต่างหูขึ้นที่นี่" คุณสมศรีกล่าว

ปัจจุบันร้านเครื่องเงินของสองสามีภรรยาถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักบนถนนวัวลาย ในฐานะของผู้ผลิตเครื่องเงินที่มีเอกลักษณ์ ทั้งที่เป็นเครื่องประดับไปจนถึงของตกแต่งบ้านที่งดงามทรงคุณค่า โดดเด่นด้วยฝีมือการทำเงินแบบโบราณผสมผสานกับการออกแบบสมัยใหม่

"ปรกติบ้านวัวลายจะเก่งเรื่องการทำสลุง (ขัน) เงิน แต่เมื่อรูปแบบชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป เราจะมัวทำแต่ขันเงินเหมือนในอดีตนั้น คงนานกว่าจะขายได้สักอัน เราจึงได้หันมาเน้นงานออกแบบอื่นมากขึ้น โดยแนวคิดของเรา คือ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาบวกกับดีไซน์สมัยใหม่ ได้ออกมาเป็นของใหม่ เช่น กระเป๋าเงินที่ดุนลายแบบดั้งเดิมแต่ขึ้น รูปโครงใหม่หรือเครื่ืองประดับเงินที่เอาไม้หรือลูกปัดมาผสมกับเงิน ประยุกต์ให้ร่วมสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า"

คุณสมศรีขยายความถึงแนวคิดการปรับตัวทางธุรกิจ และการพัฒนารูปแบบสินค้า เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของตลาด โดยตัวเธอเองได้ไปเรียนเพิ่มเติ่มด้านการออกแบบและอัญมณีศาสตร์และนำความรู้นั้นมาพัฒนา รูปแบบเครื่องเงินสมัยเก่าให้มีความหลากหลาย และทันสมัยเป็นที่ถูกใจของลูกค้า โดยยังรักษารายละเอียดบางอย่างจากภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ด้วย

bann_wau2.jpg

นอกจากร้านเอส.ชาญ จะทำเครื่องประดับที่ดูทันสมัยแล้วยังทำงานออกแบบสไตล์มาสเตอร์พีซ (Masterpiece) ต่างๆ ด้วย เช่น รูปหงส์เงิน ช้างเงิน ราชรถ เชิงเทียน หรือแจกันสำหรับตกแต่งบ้าน เป็นต้น "พอนำความรู้ที่เรียนเพิ่มเติมด้านการออกแบบและอัญมณีมาใช้ เอางานสมัยใหม่มาปรับเข้ากับภูมิปัญญาของเรา ทำให้สามารถพัฒนาเครื่องเงินได้หลายรูปแบบ ถือว่าเราเป็นคนบุกเบิกกระเป๋าหรือเข็มขัดเงิน ซี่งตอนนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก" สมศรีกล่าวถึงกระบวนการผลิตเครื่องเงินว่าแต่ละชิ้นต้องใช้ช่างหลายคนกว่าที่งานจะออกมาสมบูรณ์ โดยทั่วไปเริ่มต้นจากการนำเม็ดเงินบริสุทธิ์มาหลอมด้วยความร้อนกว่าพันองศาเซลเซียสแล้วจึงนำมาเทลงในเบ้า เมื่อช่างตีขึ้นรูปจนได้รูปทรงตามต้องการแล้วจึงส่งต่อให้ช่างดุนลายแกะลวดลาย จากนั้นจึงนำมาแต่งผิวให้เรียบแล้วเคาะขัดมันให้ขึ้นเงาก่อนเก็บรายละเอียดเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ช่างเงินแต่ละบ้านอาจมีเคล็ดลับในการทำเงินที่ต่างกันไป เช่น การผสมทองเหลืองในเนื้อเงินให้มีความแข็ง หรือผสมทองแดงเพื่อให้ผิวเงินงาม หรือการใช้ไฟเผาหน้าเงินตอนเทเบ้าเพื่อไม่ให้ขึ้นฝ้า เป็นต้น

" เราได้นำเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สวยยิ่งขึ้นด้วย เช่น การใช้เตาไฟฟ้าแทนเตาถ่านนั้นทำให้ได้เนื้อเงินที่สะอาดและสูญเสียค่ากำเน็ดจากการหลอมน้อยลงหรือใช้สารอัลลอยด์ผสมในเนื้อเงินซึ่งให้ความสวยงามและความแข็งแรง"

คุณสมศรีเผยถึงการพัฒนาวิธีการผลิตควบคู่กับไปกับงานออกแบบโดยมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย" ปัจจุบันเรามีเครืองไม้เครื่องมือที่ทำให้ได้เนื้องานสวยกว่าอดีต เครื่องเงินสมัยก่อนไม่ได้สีสวยแบบนี้ เพราะไม่มีการขัดให้ขึ้นผิวเงินจะมีสีของเขาเอง แต่ถ้าขัดให้ขึ้นสีจะสวยขึ้นมาก"

โดยทั่วไปนั้นลูกค้าของร้านเอส.ชาญ มีทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างชาติ คุณสมศรีเล่าว่าชาวต่างชาติจะชื่นชอบงานที่เน้นการออกแบบ ขณะที่ชาวไทยนิยมชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยสูง ซึ่งเธอเองก็ยังคงผลิตงานทั้งสองแนวทาง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

"แม้ว่าจะเคยทำเครื่องเงินมาเกือบทุกแบบในตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา สุดท้ายก็ต้องกลับไปที่แบบของภูมิปัญญาดั้งเดิมอยู่ดีเพราะมันฝังอยู่ในสายเลือด อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องสร้างสรรงานใหม่ๆออกมาด้วยผสมผสานให้มันเข้ายุคสมัยจึงจะอยู่ได้"

ปัจจุบันคุณสมศรีดำรงตำแหน่งประธานชมรมเครื่องเงินหัตถกรรมบ้านวัวลาย เธอแสดงความเป็นห่วงในสถานการณ์ที่ช่างเงินเริ่มขาดแคลน เนื่องจากเป็นงานที่ต้องอาศัยความอุตสาหะสูง คนรุ่นใหม่มักหันไปทำอาชีพอื่นแทนงานที่สบายกว่า หาเงินได้ง่ายและเร็วกว่า

เธอกล่าวว่า แหล่งทำเครื่องเงินที่ยังหลงเหลือในเมืองไทยทุกวันนี้ก็มีแค่ที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องเงินดุนลายแบบมีมิติกับที่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเงินลงหินเท่านั้น

" คนรุ่นใหม่ไม่ฝึกแล้ว รุ่นพี่ชายอายุหกสิบก็ไม่ไหวแล้ว หากรัฐไม่ทำการส่งเสริมอย่างจริงจัง คิดว่าอีกสองสามปีคงไม่มีคนทำเครื่องเงินเหลือแล้ว ทุกวันนี้หาช่างยากมากบางครั้งแทบจะต้องลงมือทำเองเลย" คุณสมศรีกล่าวปิดท้ายด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เสียงค้อนกระทบทั่งจะจางหายไปจากถนนวัวลายตลอดกาลนั้น คุณสมศรียังคงหวังว่าตนเองและสามีจะช่วยฟื้นชีวิตและวิถีของหัตถกรรมเครื่องเงินแห่งบ้านวัวลายนี้ให้คืนกลับมาอีกครั้ง เพื่อว่าคนรุ่นหลังจะได้มีโอกาสสืบสานภูมิปัญญาอันทรงคุณค่านี้ต่อไปด้วย

The new definition of Lanna Silver

Ban Wualai, Chiangmai, has been recognized as the village of talented silversmiths from theold Lanna period for more than two centuries. Many households have been inherited the craftsmanship and skills from their ancestors and still producing the delicate silverworks till today.

Nowadays, the new generation of Ban Wualai member has develop their production and designs to accommodate the taste of customers in the modern lifestyle as well as to preserve the indigenous knowledge and cultural arts.

Somsri Pew-on, the owner of S.Charl Jewelry is the third generations of silversmith family. Her grandfather and father are the renowned silversmiths of Ban Wualai village. She has established the silver showroom on Waulai road called S.Charl Jewelry with her husband,
Wicharl Pew-on, for more than two decades. Their business is known as one of the most successful silverware producer in Ban Wualai neighborhood which producing unique silver ornaments and decorative items containing the traditional touches with the modern design.

"The livelihood of people has change dramatically from old days, if we still produce the silver bowl or the same old products as in the past; it will be difficult to make any business since lifestyle of people has been dramatically changed. There are not many people or any occasion that the silver bowl will be used these days. We, therefore, focus on the silver ornaments.

Our concept is mixing the indigenous work with the new design initiating the new product such as the traditional fretwork silver purses in the modern shape or silver ornaments decorated by colorful bead or wooden detail adding up the modern look" Somsri explained.

Besides of studied in business management, Somsri pursued further education in jewelry design and utilizing them to develop her silver products and business in order to meet the customer needs by producing the new products and still keeping the charm of indigenous
silverwork.

In addition of the well designed silver ornaments, the unique product from her shop are the masterpiece silverworks such as silver sculpture, i.e. hansa, the mystical bird, elephant, silver vase or other house decorative items which are warmly embraced my both Thai and foreign customers.

"We use the new technology that help to improve uality of work such as using the using electric burner instead of old charcoal burner which provide more purify silver and also to help minimizing the loss of silver substance during the burning process, or putting alloy into the silver to make it more beautiful and stronger" Somsri mentioned to the development of technique which go along with the creative design.

Every piece of silverware needed the participation and skill from more than one silversmith including time consumption. The most important rule of silverwork producing are dedication and passion in silverwork from silversmiths since there are many processes to complete one fine silver product.

"Although we may have produced many styles of silverware within our 20 years of experience, we always return to traditional designs since they are embedded in our blood vessel. We are required to initiate the new design. If we can blend and adjust the old works to the modern designs, we will be able to stay in business. When we look at the market gap, there are many things that we still can do to fill those opportunities" Somsri believes.


sep3-logo.jpg

6 - 14 December 2014
Chiang Mai Design Week 2014


www.chiangmaidesignweek.com


« Back to Result

  • Published Date: 2008-07-02
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี