Creative Knowledge

« Back to Result | List

China Design Now : จีนล้ำหน้าด้วยรัฐบาลส่งเสิรมและพัฒนาฝีมือแรงงาน

china_now.jpg

ถ้าใครติดตามกิจกรรมของ TCDC มาตั้งแต่ต้น คงยังจำนิทรรศการเปลี่ยนสหายนักรบเป็นสหายนักช็อปที่ให้เราเตรียมพร้อมเปิด ตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างประเทศจีน ใครจะไปรู้ว่าประเทศจีนนั้นหมุนเร็วกว่าโลกจะไล่ตามทัน เผลอแผล็บเดียว ข่าวที่น่ากลัว (อย่างน้อยก็สำหรับบรรดานักออกแบบในบ้านเรา) ก็คือ สหายนักช็อปที่ว่ากำลังคิดจะเป็นสหายช็อปเองดีไซน์เองไปเสียแล้ว และอีกเผลอเดียว อาจกลายเป็นสหายพ่อค้าส่งของดีไซน์มาวางขายในบ้านเราแทน

อย่าเพิ่งรีบหัวเราะเยาะไป หากใครติดตามอ่านข่าวความเป็นไปของโลกตามนิตยสารอย่างไทม์ นิวสวีค หรือ ดิ อีโคโนมิสต์ คงทราบดีว่าช่วงสองสามปีนี้ได้อ่านเรื่องราวของมังกรใหญ่ตัวนี้จนเอียนแล้ว เอียนอีก (และในทางตรงข้าม นอกจากเรื่องการเมืองกับโทนี่ จาแล้ว ประเทศเราก็ไม่เคยถูกพูดถึงอีก) จีนได้ขยับตัวจากประเทศที่ดึงดูดทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศด้วยค่าแรง งานถูกแสนถูกเป็นเครื่องล่อใจ มาเป็นประเทศที่สามารถผลิตและออกแบรนด์สินค้าทั้งระดับบริโภคประจำวันไปจน ถึงสินค้าไฮเทค ซึ่งสินค้าเหล่านี้เพิ่งอยู่ในช่วงตั้งไข่ รอเวลาที่การออกแบบและการสร้างภาพลักษณ์จะเข้าไปปรับให้พวกมันกลายเป็นแบ รนด์ระดับโลกอย่างที่รู้กันว่ารัฐบาลจีนมองอนาคตของประเทศอย่างมีเป้ามีหลัก หมาย และในเรื่องวิวัฒนาการของเศรษฐกิจนั้นก็ได้รับการวางแผนรองรับเป็นอย่างดี หลังจากได้สนับสนุนการตั้งโรงงานผลิตสิ่งของภายใต้แบรนด์ของตัวเองแล้ว รัฐบาลยังได้มองขาดถึงอนาคตที่งานออกแบบจะเข้ามามีความสำคัญ คือ เปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจเป็นแบบ ODM อย่างสมบูรณ์ รัฐบาลส่งเสริมให้มีการเปิดโรงเรียนสอนการออกแบบหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ สามารถผลิตดีไซเนอร์ออกมาปีละหลายแสนคน

เท่านั้นยังไม่พอ ข่าวจากนิตยสารไทม์ฉบับแฟชั่นและสไตล์เล่มล่าสุดยังเอ่ยถึงกระแสล่าสุดที่ บริษัทผู้ผลิตรองเท้าและเครื่องหนังของอิตาลีที่เคยภาคภูมิใจในความโดดเด่น เน้นคุณภาพหรูเลิศของตน แถมยังเป็นกิจการที่ดำรงสืบทอดกันต่อมาตามวงศ์ตระกูลยังหันมาจ้างแรงงานราคา ถูกกว่าแต่ฝีมือทัดเทียมกันจากจีนไปทำงานในอิตาลี ซึ่งก่อให้เกิดกระแสถกเถียงถึงระดับการ outsource ถึงแค่ไหนที่จะยังแปะตรา Made in Italy หรือยังใช้ชื่อยี่ห้อที่ตามการรับรู้ของผู้บริโภคคือยี่ห้อที่ยังรักษารูป แบบและขนาดเป็นกิจการภายในครอบครัว ไม่ใช่แบรนด์ระดับโลก ข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของแรงงานจีนที่มากฝีมือขึ้น จนเป็นที่ยอมรับในตลาดระดับพรีเมี่ยมของโลกได้

ความสนใจที่โลกมีต่องานออกแบบของจีนได้รับการยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมด้วย นิทรรศการแรกที่ถูกจัดขึ้นภายใต้ชื่อว่า "China Design Now" ที่วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ตมิวเซียม ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมปีนี้ ตัวนิทรรศการจะเป็นครั้งแรกที่โลกตะวันตกจะได้พบกระแสการเติบโตอย่างเฟื่อง ฟูของงานออกแบบในจีน ทั้งยังจะเป็นความพยายามแรกในการทำความเข้าใจผลกระทบของพัฒนาการทางเศรษฐกิจ อย่างรวดเร็วที่มีต่อแวดวงสถาปัตยกรรม งานออกแบบเสื้อผ้า และงานออกแบบกราฟฟิกตามมหานครหลักๆของจีน

มาร์ค โจนส์ ผู้อำนวยการวิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ตมิวเซียมกล่าวถึงที่มาของนิทรรศการชุด นี้ว่า ปัจจุบันนี้จีนเป็นตลาดโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกำลังจะแซงสหรัฐอเมริกาขึ้นมาเป็นตลาดที่ซื้อสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยใหญ่ เป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน มีโครงการก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมในประเทศจีนมากกว่าทุกที่ในโลก กระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับบรรดานักออกแบบและ สถาปนิกรุ่นใหม่ผู้มีอิทธิพลต่อกระแสแฟชั่นและงานออกแบบในเมืองใหญ่ของจีน เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เกิดในจีนทุกวันนี้ และจุดประสงค์ของนิทรรศการก็เพื่อที่จะช่วยให้ผู้คนได้เห็นภาพคร่าวๆของ พัฒนาการทางด้านงานออกแบบในจีนนั่นเอง

งานนิทรรศการจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนตามเส้นทางความคิดจากเมืองแห่งการ ค้าย่านตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเสิ่นเจิ้นเลียบฝั่งตะวันออกขึ้นไปทางเหนือถึงเซี่ยงไฮ้และไปจบที่ ปักกิ่ง โดยที่แต่ละเมืองถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษางานออกแบบต่างสาขากันออกไป งานที่นำมาแสดงจะคลเคล้าไปทั้งผลงานของนักออกแบบชาวจีนเองไปจนถึงงานของนัก ออกแบบหรือสถาปนิกดังที่มีงานในประเทศจีน

เสิ่นเจิ้นถือเป็นบ้านเกิดของงานกราฟฟิกดีไซน์ร่วมสมัยของจีน มหานครใหม่สุดของจีนนี้มีประชากรอยู่สิบล้านคนและมีอายุเฉลี่ยอยู่แค่ 27 ปีเท่านั้น นอกจากจะเป็นศูนย์กลางด้านการค้าแล้ว มันยังเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ของจีน และด้วยความที่มีอายุเฉลี่ยของประชากรต่ำ จึงดึงดูดคนหนุ่มสาวเข้ามาทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์ที่นี่มากขึ้น งานแนวสตรีทสไตล์ งานออกแบบสเก็ตบอร์ดหรืองานกราฟฟิตี้ล้วนแล้วแต่พบเห็นได้ที่นี่

ส่วนเซี่ยงไฮ้เคยเป็นนครหรูหราจนได้ชื่อว่า ปารีสแห่งตะวันออกมาก่อน ในยุคก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจุบันนี้มันเป็นมหานครที่ก้าวหน้าและตระการตาที่สุดในจีน ลักษณะเฉพาะตัวของมัน คือ การเป็นสังคมหรูหราของบรรดาชนชั้นกลางรุ่นใหม่ที่ใฝ่หาความร่ำรวย งานดีไซน์ของเซี่ยงไฮ้จะออกไปทางแนวเมนสตรีมเสียมากกว่า และถือเป็นศูนย์กลางของงานแฟชั่น

ทางด้านปักกิ่งนั้น ผลพลอยได้จากการถูกคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปีนี้ ทำให้เกิดโครงการทางสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่มากมายเพื่อปรับแต่งรูปโฉมให้ดูทัน สมัยขึ้น เรียกได้ว่า นอกจากตะวันออกกลางแล้ว ปักกิ่งเป็นมหานครที่มีโครงการงานออกแบบจากสถาปนิกระดับโลกมากที่สุด

ไฮไลต์ของนิทรรศการมีทั้งงานจากสถาปนิกชื่อดังของโลกทั้งสนามกีฬาแห่ง ชาติที่เป็นเหมือนรังนกของแฮร์ซอกแอนด์เดอมูรอน ตึกสถานีโทรทัศน์ CCTV ที่ออกแบบโดยเรม คูลฮาส ส่วนต่อเติมของท่าอากาศยานกรุงปักกิ่งของนอร์แมน ฟอสเตอร์ ส่วนสถาปนิกจีนก็ไม่แพ้กัน ยกมาตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารออกแบบโดยจูเป่ย สถาปนิกรุ่นใหม่อย่างหม่า หยั่นซุ่งและหวังฮุย กราฟฟิกดีไซน์ยุคโพสต์เหมาที่ไล่ตั้งแต่งานออกแบบของเล่นเด็ก สเก็ต-บอร์ด โทรศัพท์มือถือ หรือเสื้อยืด แฟชั่นเสื้อผ้าของดีไซเนอร์หัวแถวของจีนอย่างฮั่นเฟิง หลู่คุนและจางต้า ซึ่งออกแบบงานที่มีแรงบันดาลใจตั้งแต่ยุคกลามัวร์ของเซี่ยงไฮ้ทศวรรษที่สาม สิบไปจนถึงงานแนวอวองต์การ์ด การตกแต่งภายในของ Commune by the Great Wal l โรงแรมกึ่งสปาแนวบูติคใกล้กำแพงเมืองจีน รวมไปถึงตัวอย่างกรณีศึกษาของนักออกแบบหรือนักธุรกิจการออกแบบชาวจีนที่ ประสบความสำเร็จ เช่น เฉินยี่เฟย ศิลปินนักออกแบบชาวจีนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง คังยู่ไซ ผู้เปิดบริษัทเครื่องสำอางเจ้าแรกของจีน หรือกระทั่งหวังเจียเหว่ย (หว่องกาไว) ที่สร้างกระแสความสนใจในเซี่ยงไฮ้ยุครุ่งเรืองจากเรื่อง In the Mood for Love ของเขา รวมนักออกแบบทั้งหมดเกือบหนึ่งร้อยคน และมากกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซนต์เป็นคนจีน

จางหงซิ่งซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ของนิทรรศการชุดนี้กล่าวว่า "ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมางานออกแบบของจีนเปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ นี่คือช่วงเวลาที่เราเริ่มจะพูดถึงของที่ออกแบบในประเทศจีน ไม่ใช่แค่ผลิตในประเทศจีน นักออกแบบที่เราคัดเลือกมาล้วนเป็นหัวหอกเพื่อนักออกแบบรุ่นใหม่จะได้ดำเนิน รอยตาม ยกระดับงานออกแบบจีนสู่สายตานานาชาติ"

ฟังคำพูดที่ว่า ของที่ออกแบบในจีน ไม่ใช่แค่ทำในจีน แล้วรู้สึกอะไรกันบ้างไหมครับ




« Back to Result

  • Published Date: 2008-06-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง