Articles

« Back to Result | List

Design Against Crime: ในวันที่คนจน โจรเยอะ ดีไซน์ช่วยอะไรได้บ้าง?

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

dac1.jpg

งานออกแบบกับอาชญากรรมเกี่ยวกันยังไง? คิดว่า ถ้าให้เวลาคิดสักหนึ่งอึดใจคงมีไม่กี่คนที่ตอบได้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นไปได้ว่าสังคมไทยยังมองเห็นความเชื่อมโยงนี้ได้ไม่ชัดเจนนัก ที่ผ่านมาบ้านเราไม่ได้มีระดับอาชญากรรมสูงปรี๊ดเหมือนเมืองใหญ่ในทวีปอื่นๆ อย่างเช่น นิวยอร์ค ปารีส หรือเซาท์เปาโล ประเภทที่ผู้คนบนท้องถนนอย่าได้ใจลอยแม้แต่นาทีเดียว เพราะนั่นหมายถึง คุณอาจตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพแล้วโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าใครก็ตามเคยได้อ่าน The Life and Death of the Great American Cities ของ Jane Jacobs หรือ Defensible Space ของ Oscar Newman คงจะพอรู้ว่าแนวคิดเรื่องการใช้ดีไซน์ต่อสู้กับอาชญากรรมนั้น เป็นประเด็นที่สังคมโลกเขาพูดถึงกันมาหลายต่อหลายปีแล้ว

dac2.jpg

ในทวีปยุโรปปัจจุบัน หน่วยงานที่นำเอาแนวคิดนี้มาศึกษาทดลองอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็เห็นจะเป็น The DAC Research Centre ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายใต้การนำของ Prof. Lorraine Gamman แห่ง Central Saint Martins College of Art and Design หน่วยงานนี้เขาเริ่มต้นนำเอาศาสตร์ด้านกราฟฟิคมา ประยุกต์ใช้เป็นสื่อกลางในการศึกษาอาชกรรมรูปแบบต่างๆ รวมทั้งใช้มันสื่อสารสร้างความเข้าใจในสังคมด้วย

นอกจากงานด้านกราฟฟิคดีไซน์แล้ว ทาง DAC ยังได้ทำโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์ทดลองเพื่อต่อกรกับอาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะอีกด้วย Grippa Project ในปี 2004 ของพวกเขานำชิ้นงานออกแบบ ‘Anti bag theft furniture' และ ‘Anti bag theft furniture accessories' ไปทดลองใช้จริงในร้านอาหารและบาร์ต่างๆในประเทศอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อจะพิสูจน์ว่า "ดีไซน์" สามารถยับยั้งการโจรกรรมได้จริง

dac3.jpg

ผลการทดสอบออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ มีคนสนใจอยากนำผลงานดังกล่าวไปผลิตขายจริง แต่ปรากฏว่าทาง DAC กลับไม่ต้องการจะเข้าไปเอี่ยวกับภาคธุรกิจ พวกเขาอยากโฟกัสที่งานวิจัยและพัฒนามากกว่า จะว่าไปที่บ้านเราก็พอมีงานออกแบบลักษณะนี้ให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ตามร้านสุกี้บางแห่งที่เขาทำช่องเก็บกระเป๋าไว้ให้ใต้โต๊ะ แค่ไม่แน่ใจว่าเขาทำเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันนี้รึเปล่า

แต่สำหรับทาง DAC นี่เขากำหนดเป้าหมายของการออกแบบไว้อย่างชัดเจนว่า "ต้องเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ทางสังคม เป็นดีไซน์ที่ส่งเสริมสภาพสังคมที่ดีในอนาคตเท่านั้น" อาทิเช่น จะทำอย่างไรให้ถนนหนทางดู ปลอดภัย และมีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อที่ตำรวจจะได้ไม่ต้องมาเดินตรวจกันตลอดวันจนไม่ได้ไปทำภารกิจอื่น เขาว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลโดยใช่เหตุ และด้วยนโยบายที่ชัดเจนนี้ DAC ได้นำเสนอโครงการและผลงานออกแบบดีๆสู่สังคมอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาไม่ กี่ปี ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตย์ ผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งแฟชั่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานดีไซน์ที่สู้กับอาชญากรรมขนาดเล็ก แบบที่ผู้คนจะสามารถเจอได้ในชีวิตประจำวัน ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ลองเข้าไปที่ http://www.designagainstcrime.com/ มีอีกหลายโปรเจ็กท์ที่น่าสนใจในนั้น

dac5.jpg

(ภาพตัวอย่างการออกแบบพื้นที่จอดรถจักรยานบริเวณใกล้เคียงสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอน)

dac4.jpg

ขอพูดถึงโครงการล่าสุดโดย Adam Thorpe ชื่อ 'Bikeoff Holborn Gateway Project' สักนิด วัตถุประสงค์คือการรณรงค์ให้ผู้คนในย่าน Holborn ของลอนดอนรู้วิธีจอดรถจักรยานกันอย่างถูกต้อง ในโปรเจ็กท์นี้ DAC แสดงข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับการขโมยรถจักรยาน รวมถึงให้เคล็ดลับป้องกันการโจรกรรมไว้อย่างละเอียด ดูรายละเอียดใน http://www.bikeoff.org/

เห็นอย่างนี้แล้ว ก็ทำให้หวนนึกถึงโครงการรณรงค์เรื่องการขี่จักรยานของกรุงเทพมหานคร หวังว่าทางทีมผู้ว่า
ก.ท.ม.คงได้นำแนวคิดด้านความปลอดภัยและการจัดระเบียบเช่นนี้มาพิจารณาอย่าง ถี่ถ้วนแล้ว ก่อนที่จะโปรโมท ให้คนกรุงหันมาขี่จักรยานเพื่อลดมลพิษและความร้อนในเขตเมือง (ไม่งั้นโครงการอาจพังไม่เป็นท่า เพราะอาจสร้างผลเสียในระยะสั้นมากกว่าผลดีในระยะยาว)

เอาล่ะ ขอปิดท้ายด้วยการมองสถานการณ์บ้านเมืองรวมๆ ตอนนี้ ในวันที่คนไทยกำลังเผชิญกับชีวิตที่ขาดสภาพคล่อง ผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้าตาจนและเริ่มหาทางออกชุ่ยๆ ด้วยการลักเล็กขโมยน้อย จี้ปล้น ฉกชิงวิ่งราว หรืออย่างเหตุการณ์ในสามจังหวัดภาคใต้ที่โจรก็ร้ายขึ้นทุกวัน ฆ่าฟันไม่เว้นแม้ผู้หญิงหรือเด็ก เราจะปล่อยให้อาชญากรรรมเป็นหน้าที่ของตำรวจหรือทหารอย่างเดียวเหมือนก่อนคง ไม่ได้แล้ว

ถึงเวลาแล้วรึเปล่าที่วงการออกแบบไทยควรต้องหันมาพิจารณาถึงบทบาทของตนใน จุดนี้ มีทางไหนมั้ยที่ "ดีไซน์ไทย" จะมีส่วนร่วมพิทักษ์และสร้างสรรค์สังคมไทยของเราได้? หรือจะปล่อยให้ชาวบ้านดิ้นรนกันเอาเองต่อไปอย่างที่เห็น (ส่วนนักออกแบบก็นั่งบ่นกันต่อไปว่ากรุงเทพมันไม่สวย นู่นก็น่าเกลียด นี่ก็ไม่มีรสนิยม) ???


« Back to Result

  • Published Date: 2008-06-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com