Creative Knowledge

« Back to Result | List

ออกแบบโดยคนอินเดีย เพื่อคนอินเดีย

อินเดียมีประชากรมากกว่าพันล้านคน มีความแตกต่างทางชนเผ่า วรรณะ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรม อย่างน่าตกใจแต่ในความเป็นจริง ความแตกต่างเหล่านี้กลับผสมผสานกันได้อย่างลงตัวตามบทบาทหน้าที่ในสังคม เมื่อมองย้อนหลังไปกว่าสิบปี อินเดียพยายามกีดกันทางการค้าโดยตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าสูงลิ่ว อำนาจทางเศรษฐกิจอยู่ในมือของรัฐและข้าราชการ ทำให้ผู้ผลิตในอินเดียต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคไว้ใช้เอง พวกเขาต้องออกแบบผลิตภัณฑ์เอง หลีกเลี่ยงการนำเข้าสินค้า ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็จะให้บริษัทต่างชาติมาร่วมทุนกับรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์

indiacar01.jpg

อินเดียให้บริษัทรถยนต์และจักรยานยนต์ อย่าง Hyundai, Suzuki, Mazda, Honda ฯลฯ มาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศ โดยใช้ชื่อยี่ห้อเช่น "Maruti Suzuki" ‘'Swaraj Mazda" และเมื่อเรียนรู้เทคโนโลยีได้แล้วจึงผลิตรถยนต์เองในชื่อ "TATA" และรถจักรยานยนต์ในชื่อ "Bajaj" เป็นต้น

เมื่อเราไปอินเดียจะพบว่าคนส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ขนาดเล็กหรือ City Car ซึ่งมีปริมาตรกระบอกสูบของเครื่องยนต์ 800 -1,100 ซีซี เนื่องจากประหยัดน้ำมัน เพราะอินเดียไม่มีการพยุงราคาน้ำมันแบบบ้านเรา ราคาน้ำมันจึงลอยตัว ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้รถขนาดเล็กและใช้รถเท่าที่จำเป็น

ในปัจจุบันอินเดียได้พัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาดเล็กเพื่อใช้กับรถ City Car เพื่อการประหยัดสูงสุด ส่วนรถโดยสารหรือรถรับจ้างสาธารณะนิยมดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อใช้เชื้อเพลิง LPG และ CNG อินเดียเริ่มนำก๊าซดังกล่าวมาใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ได้กว่า 50 ปีแล้ว เมื่อหันมามองบ้านเรา ซึ่งเริ่มนำ CNG เข้ามาใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคลได้สามสี่ปีเท่านั้น แถมติดขัดเรื่องปั๊มบริการซึ่งมีไม่เพียงพอ เนื่องจากการสร้างปั๊มแต่ละแห่งต้องใช้งบประมาณมาก เพราะ CNG เป็นก๊าซที่มีความดันสูง หัวจ่ายและถังที่บรรจุก๊าซจึงต้องทนต่อความดัน แต่นักออกแบบชาวอินเดียสามารถออกแบบปั๊ม CNG เคลื่อนที่ต้นทุนต่ำเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้รถและเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ โดยยึดหลัก"โดยคนอินเดีย เพื่อคนอินเดีย"

หลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อใช้สอยของอินเดียคือ "ใช้งานได้" และ "เหมาะสม" ใช้งานได้หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสร้างขึ้นเองต้องใช้งานได้ไม่ด้อยกว่าของต่างประเทศ หรือถ้าด้อยกว่าต้องอยู่ในขั้นที่ยอมรับได้ เหมาะสมคือใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างเหมาะสมและราคาถูก ผลิตภัณฑ์ที่ได้ต้องเหมาะกับสภาพอากาศของอินเดียและต้องเหมาะกับคนอินเดีย นั่นอาจหมายถึงพอเหมาะพอดีกับสรีระของคนอินเดีย ความชอบ ค่านิยม และไม่ผิดหลักศาสนา

อุปสรรคต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ในอินเดียคือ "มาตรฐาน" ทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มาตรฐานความปลอดภัยมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการผลิต มาตรฐานเหล่านี้มักกำหนดโดยสมาคม สถาบัน ในกลุ่มประเทศยุโรปหรืออเมริกา ผู้ผลิตและนักออกแบบในอินเดียกล่าวว่า มาตรฐานเหล่านี้หลายอย่างไม่เหมาะกับประเทศในเอเชียเพราะภูมิอากาศสภาพแวดล้อม ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคที่แตกต่างกัน นอกจากนี้มาตรฐานบางประเภทก็ดูเหมือนจะออกมาเพื่อยับยั้งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนาให้ล่าช้าออกไป ด้วยเหตุนี้เอง อินเดียจึงสร้างมาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ขึ้นมาใช้เองให้เหมาะสมกับอินเดียโดยมาตรฐานนี้ต้องไม่เป็นตัวขัดขวางการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ

indiacar02.jpg

เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 2549/2550 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2550 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 9.2 ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 18 ปี ทั้งนี้คาดว่าภาคการผลิตและภาคบริการจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 11.3 ส่วนภาคบริการคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 11.2 ขณะที่ภาคเกษตรกรรมคาดว่าจะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.7

อย่างไรก็ดีการคาดการณ์ดังกล่าวของรัฐบาลสูงกว่าที่ธนาคารกลางประมาณการว่าจะอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 8.5-9.0 ต่อปี

ในอินเดียมีประชากรที่ร่ำรวยประมาณ 200 ล้านคน อีก 700 ล้านคนเป็นชนชั้นกลางซึ่งสามารถซื้อรถยนต์ หรือจักรยานยนต์ ตลอดจนสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่ออุปโภคและบริโภค ทำให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์และโทรศัพท์ มือถือเป็นอย่างสูง

ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปทรงทันสมัย สวยงาม ทำให้นักออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องแข่งขันและคิดค้นรูปลักษณ์ใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค จนเกิดกระแสตื่นตัวทำให้มีหลักสูตรการเรียนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนเอกชนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในอินเดีย มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการประกวดแข่งขันออกแบบผลิตภัณฑ์ปีละหลายครั้ง

เมื่อย้อนกลับมาดูบ้านเรา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเคยชินกับการใช้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ นึกแล้วน่าเสียดาย เพราะความสามารถของนักออกแบบไทยก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครในโลก หากรัฐบาลมีนโยบาย "ออกแบบโดยคนไทยเพื่อคนไทย" คนไทยก็จะได้มีโอกาสใช้ของดีมีคุณภาพในราคาย่อมเยากันบ้าง

เขียนและถ่ายภาพโดย บุรินทร์ อรุณโรจน์

« Back to Result

  • Published Date: 2008-05-01
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง