Creative Knowledge

« Back to Result | List

(Still) Made Here การกลับมาของท้องถิ่นนิยม

stillmadehere.jpg

(Still) Made Here
การกลับมาของท้องถิ่นนิยม คือการกลับมาของกระแสชุมชนท้องถิ่น วิถีพื้นบ้านและยุทธวิธียืนหยัดต่อสู้ทางการค้าของผู้ผลิตและผู้ประกอบการทั้งรุ่นใหม่ รุ่นเก่า ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ กระบวนการผลิตข้ามชาติ และสังคม"ถูก"นิยม เพราะยังมีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งที่กำลังมองหาสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นซึ่งยังคงเอกลักษณ์และตำนานความเป็นมา เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ใช่ข้าวของที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

stillmade.jpg

สามปัจจัยหลักที่ผลักดันกระแส (STILL) MADE HERE ประกอบด้วยจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม, เอกลักษณ์กับภาพลักษณ์ และระบบเศรษฐกิจแบบชุมชนอุปถัมภ์

1. สิ่งแวดล้อมและจรรยาบรรณโลกาภิวัฒน์กับวิถีท้องถิ่น
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ผู้บริหารบ้านเมืองและบริษัทผู้นำทางธุรกิจต้องเผชิญกับภาวะกดดันจากปัญหามลภาวะที่เพิ่มขึ้น เพราะผลพวงจากปริมาณการผลิตและการบริโภคที่ขาดการวางแผนควบคุมจึงส่งผลกระทบราคาแพงต่อมวลมนุษยชาติ สัตว์ และผืนโลก ซึ่งปัญหานี้กลายเป็นประเด็นสามัคคีชุมนุมที่บรรดาสถาบันนักคิด บริษัทวิจัยกระแสโลก บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่บริษัทค้าน้ำมันต่างพากันให้ความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งในที่นี้จะต้องขอเว้นวรรคจากการศึกษาและแผนปฏิรูปเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์โลกที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ โดยหันมาจับตาความเคลื่อนไหวของประเด็นย่อยว่าด้วยเรื่องราวของ "วิถีท้องถิ่น" ที่จุดประกายไอเดียสินค้าบริการและประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อร่วมช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแทนการถูกมองว่าเป็นตัวสร้างปัญหาเสียเอง

edit-4.jpg

เริ่มต้นกันด้วยประเด็น "สิ่งแวดล้อม" กับแนวคิดการคำนวณค่าการเผาผลาญคาร์บอนหรือ "คาร์บอน ฟุตพรินต์ติ้ง"ศัพท์คุ้นหูในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ผู้ห่วงใยสิ่งแวดล้อมและตระหนักถึงต้นตอแหล่งที่มาของสินค้า และคำถามที่ไม่มีใครเคยถามเมื่อหลายปีก่อนถูกนำมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อ อย่างเช่นสินค้าผลิตอย่างไร ใครผลิต สินค้าถูกขนส่งมายังจุดขายโดยทางใด และผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ความโปร่งใสที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้สร้างความแตกต่างระหว่างสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตนอกประเทศกับในประเทศให้ชัดเจนขึ้น เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าสินค้าผลิตในประเทศช่วยลดปัญหามลภาวะจากระยะทางขนส่งที่สั้นลง และสำหรับในประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครอง ถือว่าเป็นการช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการกดขี่ทางแรงงานได้อีกทางด้วย

อุตสาหกรรมที่เป็นประเด็นถกเถียงระหว่างผลกระทบจากสินค้าผลิตในประเทศกับสินค้านำเข้ามากที่สุดคือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่เรียกได้ว่ามีทั้งความใกล้ชิดและห่างไกลธรรมชาติมากที่สุดนั้นตกเป็นเป้าหมายในแง่ผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนกลุ่มอุตสาหรรมเครื่องนุ่งห่มโดนเล่นงานจากกรณีแรงงานไม่เป็นธรรมมากกว่าใครเพื่อน

ป้ายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์การขายแนวใหม่ที่แบรนด์ต่างๆ หันมาทดลองใช้ป้ายสินค้าเป็นสื่อกลางในการนำผู้บริโภคไปตามรอยความเป็นมาของสินค้าเพื่อเอาใจผู้บริโภคที่ยินดีควักกระเป๋าอุดหนุนสินค้าที่สร้างความเสียหายต่อโลกน้อยที่สุด ตัวอย่าง เช่น ห้างเทสโก้ซุปเปอร์มาร์เก็ต จากอังกฤษ วางแผนการติดฉลากสินค้าแสดงคาร์บอนฟุตพรินต์ติ้งบนสินค้าทั้งหมด70,000 รายการ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลองเปรียบเทียบปริมาณการเผาผลาญคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตสินค้า ซึ่งกว่าแผนการที่ว่าจะทำได้จริง คงจะกินเวลาอีกนานพอสมควรทีเดียว เพราะปัจจุบัน บริษัทยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาหาวิธีสร้างระบบการคำนวณค่าต่างๆ ให้เป็นสากลและเข้าใจได้โดยทั่วไป

เมื่อปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรองเท้าทิมเบอร์แลนด์ ก็ได้เริ่มติดฉลากแสดงคุณประโยชน์ลงบนกล่องรองเท้า แสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ตั้งแต่แหล่งผลิต กรรมวิธีการผลิตสินค้า เรื่อยไปจนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพิมพ์ข้อความเก๋ไก๋ด้านในเชิงตั้งคำถามกับผู้บริโภคว่าพวกคุณทั้งหลายจะย่ำเท้าทิ้งร่อยรอยแบบไหนไว้บนโลกใบนี้ เป็นการหยอดท้ายหลังการซื้อด้วยข้อความเรียกร้องให้ผู้บริโภคร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็คือทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อนั่นเอง!

edit-5.jpg

ตัวอย่างต่อมาคือโดล ออแกนิค แบรนด์สินค้าผลไม้ที่จัดทัวร์ชมสวนผ่านทางเว็บไซต์ ผู้บริโภคสามารถใช้รหัสประจำตัวของสวนผลไม้ที่ติดอยู่บนสติกเกอร์สินค้า ค้นหาประวัติความเป็นมาของแหล่งปลูกผลไม้แต่ละแห่ง พร้อมแสดงภาพถ่ายของสถานที่และเกษตรกร รวมไปถึงข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โดลอีกด้วย

edit-codes_small.jpg

ต่อยอดจากกลยุทธ์ป้ายสินค้าแนวใหม่ สู่การผสานแนวคิดแบบบูรณาการลงบนป้ายรหัสตรวจสอบข้อมูลสินค้า อย่างเช่นบาร์โคด รหัสคิวอาร์ของญี่ปุ่น หรือชิป RFID ของห้างวอลมาร์ต ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ถอดรหัสที่ติดตั้งอยู่บนมือถือของผู้บริโภค ซึ่งเริ่มมีให้เห็นกันแล้วในญี่ปุ่น โดยป้ายสินค้าไฮเทคดังกล่าวจะบรรจุข้อมูลมากมายนับไม่ถ้วนทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่มีความต้องการข้อมูลของสินค้ามากเป็นพิเศษ

กระแสการย้ายฐานการผลิต
มาถึงภาคสนามของการทำธุรกิจตามแนวคิด (STILL) MADE HERE คือ การที่บริษัทผู้ผลิตสินค้าเลือกที่จะตั้งฐานผลิตในประเทศแทนการส่งทอดไปยังประเทศรับจ้างผลิตที่ยังละเลยประเด็นสิ่งแวดล้อมและสิทธิแรงงาน

แบรนด์นักสู้เพื่อความชอบธรรมทางแรงงานอย่างอเมริกัน แอปพาเรล เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่สนับสนุนแนวคิด(STILL) MADE HERE อย่างเอาจริงเอาจังมากที่สุด ยอมสู้ต้นทุนสูงตั้งโรงงานผลิตในลอสแองเจลิส ปัจจุบันอเมริกัน แอปพาเรล มีโรงงานผลิตเสื้อผ้า

เครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีพนักงานกว่า 5,000 คน และร้านค้าถึง 145 สาขาในทั้งหมด 11 ประเทศ จ่ายค่าแรงพนักงานเฉลี่ยชั่วโมงละ 12 เหรียญ สูงเป็นสองเท่าของอัตราค่าแรงขั้นต่ำในรัฐแคลิฟอร์เนีย

2. เอกลักษณ์และภาพลักษณ์
ปัจจัยลำดับต่อมาที่ช่วยผลักดันกระแส (STILL) MADE HERE คือการใช้เอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบในการสร้างจุดขายให้กับสินค้าที่ประกอบด้วยแง่มุมอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะผลกระทบที่นำไปสู่พฤติกรรมบ่อนทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น กรณีที่มรดกล้ำค่าประจำท้องถิ่นแปรเปลี่ยนเป็นจุดขายระดับสากล เข้าสู่กระบวนการขนส่งสินค้าออกขายทั่วโลก ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะตามมาในที่สุดจากความเข้าใจที่ว่า แหล่งผลิตสินค้าคือตัวกำหนดมาตรฐานคุณภาพของสินค้า เพราะใช่ว่าสินค้าจากทุกภูมิภาคการผลิตจะมีคุณภาพทัดเทียมกันทั่วโลก สินค้าราคาแพงมีต้นทุนการผลิตสูง เพราะต้องอาศัยทักษะความชำนาญชั้นสูงช่างฝีมือดีหายาก และชื่อเสียงคุณภาพของสินค้าที่เป็นที่ยอมรับมานาน อย่างแบรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชาย Ermengildo Zegna จากอิตาลี, นาฬิกา Rolex จากสวิตเซอร์แลนด์ หรือโทรศัพท์มือถือประกอบมือทุกชิ้นยี่ห้อ Vertu จากอังกฤษ สามารถใช้ฐานการผลิตค่าแรงสูงในประเทศของตัวเองโดยไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อธุรกิจ

edit-craftmanship.jpg

แน่นอนว่าจุดขายดังกล่าวทำให้สินค้าราคาแพงยังขายได้มาโดยตลอด เพราะมีลูกค้าอีกนับล้านคนที่ยินดีสู้ราคาจ่ายเงินซื้อตำนานซื้อฝีมือความประณีต และซื้อสิทธิความเป็นเจ้าของสินค้าที่เชื่อว่ามาจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในโลกฉะนั้น ความเชื่อที่ว่าไม่ว่าที่ไหนก็ผลิตสินค้าทุกอย่างได้เหมือนกัน เป็นการมองข้ามความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคประเภทเลือกที่จะจ่ายแพงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อซื้อสินค้าจากต้นตำรับจริงๆ ในขณะเดียวกัน เมื่อทุกที่ในโลกก็ผลิตของได้เหมือนๆ กัน ทำให้สินค้าของแท้หายากลงทุกที แต่ทว่าส่งผลดีต่ออนาคตของสินค้าตามกระแส (STILL) MADE
HERE ให้ยิ่งดูสดใส โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชนชั้นกลางในประเทศฐานการผลิตใหญ่ๆ ของตลาดโลกอย่างจีน อินเดีย หรือรัสเซีย ที่กลับนิยมสินค้าสร้างภาพลักษณ์ผู้ดีมีตระกูลที่ผลิตในอิตาลีหรือสวิตเซอร์แลนด์ เท่านั้น

3. ชุมชนอุปถัมภ์ธุรกิจในชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน

murria.jpg

ต่อเนื่องมาถึงปัจจัยที่สามว่าด้วยการให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่น เพราะในความคิดของผู้บริโภคจำนวนมากแล้ว คำว่า "Global" สื่อถึงองค์กรข้ามชาติ ไร้รากเหง้าตัวตน ประกอบด้วยกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติ และคุมอำนาจโดยผู้บริหารนักโกยผลประโยชน์ใส่ตัว ในขณะที่แนวคิด (STILL) MADE HERE ผลิตกันเองขายกันเองนี้ไม่อิงชาตินิยมแต่เน้นสร้างสำนึกรักถิ่นฐานบ้านเกิด และสืบสาน อัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่น สวนทางกับแนวทางการทำธุรกิจข้ามชาติที่มุ่งแค่ผลิตสินค้าเพื่อขายให้ได้กำไรตัวอย่างเช่น Poptotheshops.net ธุรกิจซื้อขายสินค้าท้องถิ่นออนไลน์พร้อมบริการส่งถึงบ้านสำหรับชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเวลส์ บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมในเขตถนนการค้า4 สายหลัก มีสินค้าออนไลน์จำหน่ายถึง 3,300 - 4,500 รายการผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ได้ไอเดียการทำธุรกิจออนไลน์มาจากความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นยามต้องแย่งกันซื้อสินค้าจากร้านค้า
ในชุมชน ประกอบกับร้านค้าต่างๆมีช่วงเวลาเปิด-ปิดสั้นกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่างห้างเทสโก้หรือวอลมาร์ต

poptotheshops1.gif

ในขณะที่การซื้อขายบน Poptotheshops.net เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยขายของกินของใช้จากร้านค้าท้องถิ่น เช่น เนื้อสด ปลา ขนมเบเกอรี่ ผักผลไม้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น โดยใช้วิธีการเดียวกับการช็อปปิ้งบนซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ทั่วๆ ไป ลูกค้าสามารถเลือกบันทึกสินค้าที่ชอบเก็บเอาไว้และกำหนดเวลาส่งสินค้าได้ด้วยตนเองโดยไม่มีการคิดค่าบริการ เพราะทางเว็บไซต์ได้คิดรวมไปในค่าคอมมิชชั่นราวๆ 10-15% ที่เก็บจากร้านค้าต่างๆแล้ว นอกจากจะเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตและอนุรักษ์ถนนเส้นการค้าเก่าแก่ให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นต่อไป
Poptotheshops.net ยังเล็งเห็นประโยชน์ในแง่ที่สินค้าจากร้านค้ารายย่อยเหล่านี้เป็นสินค้าและอาหารสดที่หาได้เฉพาะในท้องถิ่น ไม่มีวางขายทั่วประเทศ ดังนั้นผู้บริโภคไม่ต้องไปเดินเสียเวลาอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ทั้งเป็นการช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กจากการโดนเอาเปรียบด้านการควบคุมราคาสินค้าและซัปพลายเออร์ของบรรดาซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อีกด้วย

โอกาส
จะเห็นว่าหัวข้อ (STILL) MADE HERE เหมาะสำหรับหยิบยกขึ้นมาเป็นบทเริ่มต้นเพื่อปูทางไปสู่ประเด็นแตกย่อยอื่นๆได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ใช่สัญญาณเตือนถึงจุดจบของยุคโลกาภิวัตน์หรือเป็นหนทางช่วยผู้ผลิตในท้องถิ่นที่ไม่รู้ประสีประสาให้รอดพ้นจากคู่แข่งยักษ์ใหญ่ข้ามชาติได้แต่อย่างใด และเพื่อไม่ให้ดูเป็นการปลุกกระแส (STILL) MADE HERE มากจนเกินไป สิ่งที่ต้องพึงระลึกไว้เสมอก็คือทุกเทรนด์ที่เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะครอบคลุมถึงผู้บริโภคทุกคน
ฉันใดก็ฉันนั้น ยังมีผู้บริโภคบางกลุ่มที่ไม่สนใจใคร่รู้ว่าสินค้าจะผลิตมาจากที่ไหน ไม่เห็นความสำคัญของการยอมจ่ายเงินหรือซื้อเวลาเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม หรือแบ่งปันความรู้สึกหรือเรื่องราวเบื้องหลังสินค้ากับใครที่ไหนทั้งนั้น เพราะเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบผลกระทบที่เกิดขึ้น ต้องไม่ลืมว่า ผลพลอยได้จากกระแสโลกาภิวัฒน์คือความสนุก ความตื่นเต้นแบบไร้พรมแแดนที่พวกเราทุกคนได้รับด้วยเช่นกัน

สำหรับประโยชน์ที่นักการตลาดได้จากกระแส (STILL) MADE HERE ก็คือแหล่งตักตวงไอเดียทางธุรกิจเพื่อผลิตสินค้า บริการ และประสบการณ์ต่างๆ ที่โดนใจกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมองหาอะไรบางอย่างที่ถ่ายทอดวิถีชีวิต มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ

bike.jpg

ทั้งนี้ทั้งนั้นเทรนด์ (STILL) MADE HERE สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ B2C หรือการขายสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยตรงได้ไม่ยาก ก่อนอื่นคงต้องลองตั้งคำถามง่ายๆ เหล่านี้กับตัวเองว่า

  • คุณรู้หรือยังว่าผู้บริโภคกลุ่มไหนที่สนใจอยากรู้ลึกถึงความเป็นมาของสินค้า ในแง่มุมด้านสิ่งแวดล้อมและจรรยาบรรณ
    จะทำอย่างไรให้สินค้าทั้งใหม่และเก่ามีจุดขายที่น่าสนใจมากขึ้น หรือถึงเวลาหรือยังถ้าจะลองหันมาติดป้ายสินค้า
    แนวใหม่ตามตัวอย่างที่ห้างเทสโก้หรือรองเท้าทิมเบอร์แลนด์ได้ทำไว้
  • ยังพอมีโอกาสทางการตลาดตรงจุดไหนบ้างที่สามารถพลิกบทบาทแบรนด์สินค้าที่มีอยู่ในสนามสินค้าท้องถิ่น
    เอกลักษณ์ใดที่สามารถใช้เป็นจุดขายเพื่อขยับฐานราคาสินค้า และควรหรือไม่ที่จะมองหาคูค้าใหม่ๆ
    เพื่อลงสนามธุรกิจการแข่งขัน
  • ขอบคุณ trendwatching ที่ให้สิทธิ์การเผยแพร่เนื้อหา www.trendwatching.com


    « Back to Result

    • Published Date: 2008-05-01
    • Resource: www.tcdcconnect.com
    • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
      ">
      “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี