Creative Knowledge

« Back to Result | List

ทออดีต ด้วยวิถีแห่งอนาคต (ตอน1)

เรื่อง: รัฐสยาม ศีลคุณ

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนักออกแบบได้นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แห่งศตวรรษที่ 21 มาใช้ทำงานร่วมกับ ผู้เฒ่าและหูกทอผ้าที่ได้ใช้งานมาหลายชั่วอายุคน

จากก้าวแรกเมื่อเป็นนักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ศศิวรรณ ดำรงศิริ ได้คลุกคลีศึกษาผ้าทอแบบดั้งเดิมของชาวบ้านในถิ่นต่างๆ มาตั้งแต่ครั้งทำวิทยานิพนธ์ศิลปบัณฑิต และผ่านประสบการณ์งานออกแบบลายผ้าหลากหลายหลังจากสำเร็จการศึกษา จนในที่สุดได้เข้าร่วมกับเพื่อนเปิดร้านผ้าที่เธอออกแบบโดยใช้ชื่อว่า ชบาติก ณ มิ่งเมือง” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531

creative-textile_kai-01.jpg

การออกแบบลายผ้าที่ร่วมสมัยของศศิวรรณ ผสานกับคุณภาพของผ้าทอมือที่ละเมียดละไมจากฝีมือช่างพื้นถิ่น ทำให้ผ้าไหมมัดหมี่ประยุกต์และผ้าไหมมัดหมี่ซ้อนของชบาติกมีแบบและลวดลายเฉพาะตัว รวมทั้งวัสดุที่นำมาใช้ก็เป็นเส้นไหมคุณภาพดีจากตัวไหมที่เพาะเลี้ยงเองในหมู่บ้าน โดยศศิวรรณได้นำความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนามมาประยุกต์ใช้บนพื้นฐานของการออกแบบสมัยใหม่และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

“คอมพิวเตอร์ช่วยให้งานออกแบบเร็วขึ้น ประหยัดขั้นตอนและแก้ไขง่ายกว่าการออกแบบบนกระดาษ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงในการทอด้วยว่าเป็นเช่นไร เช่นออกแบบลายเป็นวงกลมไม่ได้ต้องเป็นเหลี่ยม รวมทั้งลายเส้นต้องเป็นเลขคู่เสมอ คอมพิวเตอร์ช่วยได้มากในการประยุกต์ลาย การขยับช่องไฟ หรือการทดลองใส่สีสันแบบใหม่จนลงตัว” ศศิวรรณกล่าวถึงการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกแบบผ้าไหมมัดหมี่ของเธอ

เป็นเวลานานเกือบสองทศวรรษแล้วที่ศศิวรรณได้ร่วมงานกับผู้เฒ่าและคนหนุ่มสาวชาวบ้าน ตำบลนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ และบ้านห้วยขี้หนู จังหวัดขอนแก่น ในการทอและพัฒนาผ้าไหมมัดหมี่พื้นบ้านร่วมกัน จนทุกวันนี้ชาวบ้านมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีในการทำความเข้าใจลายต้นแบบที่มาจากการออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ของศศิวรรณเพื่อทอผ้าไหมมัดหมี่ลายประยุกต์ โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ซ้อนซึ่งเธอพัฒนาขึ้นและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากลูกค้า

เทคนิคการทอผ้า “มัดหมี่ซ้อน” (Double lkat) ก่อให้เกิดลวดลายผ้าที่งดงามหลากมิติ มัดหมี่ซ้อนคือ ผืนผ้าไหมมัดหมี่ที่เกิดจากกระบวนการมัดย้อมทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน ซึ่งเป็นวิธีการทอผ้าแบบโบราณที่พบในแถบอินเดียและญี่ปุ่น ในขณะที่มัดหมี่ที่พบในเมืองไทยจะใช้การมัดย้อมเพียงเส้นพุ่งอย่างเดียวเท่านั้น
“ท่านอาจารย์ นิศา เชนะกุล นำตัวอย่างผ้าไหมมัดหมี่ซ้อนผืนหนึ่งมาให้ แล้วบอกว่าอยากได้ผ้าแบบนี้เป็นของขวัญในงานครบรอบวันเกิดหกสิบปี ให้ดิฉันทำผ้าทอแบบนี้ขึ้นโดยศึกษาจากผ้าชิ้นดังกล่าว” ศศิวรรณกล่าวถึงที่มาของแรงบันดาลใจและการสนับสนุนจนสามารถสร้างงานผ้ามัดหมี่ซ้อนสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2537

ศศิวรรณกล่าวถึงการทำงานของเธอกับช่างทอพื้นบ้านว่า โดยปกติเธอจะสนับสนุนในด้านของเส้นไหมและสีทั้งหมด โดยให้อิสระและไม่รบกวนวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งบางคนอาจทอผ้าในเวลาว่างจากการหว่านไถ หรือบางคนทอผ้าอย่างจริงจัง ส่วนผลตอบแทนจะให้ตามชิ้นงานและความยากง่าย

การทำงานร่วมกันอย่างยาวนานกลายเป็นความสนิทสนมคุ้นเคยกันเหมือนสมาชิกในครอบครัว ซึ่งบางครั้งผู้ที่ทอผ้าก็มีความสนุกในการเลือกสีสันที่จัดจ้าน โดยชาวบ้านทำงานร่วมศศิวรรณซึ่งเป็นผู้ที่ออกแบบให้งานออกมามีความลงตัวมากที่สุด

ผลงานการออกแบบผ้าไหมของศศิวรรณถูกนำไปสวมใส่หรือใช้งานในหลากหลายรูปแบบโดยลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งในส่วนของผ้าที่เป็นชิ้นและผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างผ้าพันคอ เนคไท รวมถึงการนำไปสะสมหรือตกแต่งอาคารสถานที่ต่างๆ ผลงานของเธอยังได้รับรางวัลทั้งในประเทศ อาทิ รางวัลนักออกแบบแห่งปี 2547 และในระดับนานาชาติหลายชิ้น เช่น The UNESCO/AHPADA SEAL OF EXCELLENCE FOR HANDICRAFT PRODUCTS IN SOUTHEAST ASIA ในปี 2547-2549 และได้รับเชิญจาก NHK ให้ไปนำเสนอผลงานที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว

ทออดีต ด้วยวิถีแห่งอนาคต (ตอน2)

« Back to Result

  • Published Date: 2007-12-12
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง