Articles

« Back to Result | List

ฟู่ฟ่าแบบชายชาตรี …อีกก้าวต่อจาก Metrosexual

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

หลายคนคงเห็นด้วยว่า ผู้ชายสมัยนี้บ้าแบรนด์ บ้าแฟชั่นไม่ต่างจากผู้หญิงเลย หมดยุคแล้วกับความแข็งแกร่งบึกบึนแต่ไร้ซึ่งอารมณ์ หนุ่มๆวันนี้ไม่รู้สึกแปลกอีกต่อไปที่จะแสดงความรู้สึก (ในทุกๆด้าน) พวกเขาต้องการที่จะแสดงออก ต้องการสร้างตัวตนใหม่ และอยากจะสนุกกับการช้อปปิ้งเหมือนกันกับผู้หญิงภาพลักษณ์ความสมบูรณ์แบบของผู้ชายกำลังถูกตีความใหม่ เช่นเดียวกันกับโลกของสินค้าฟุ่มเฟือยที่ status symbol ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนมองหาอีกต่อไป วันนี้เรากำลังพูดถึง "คุณค่าและสไตล์เฉพาะบุคคล" นี่คือจุดเริ่มของการการเปลี่ยนแปลงทัศนคติครั้งสำคัญ เป็นสิ่งที่แบรนด์ต่างๆจะต้องทำความเข้าใจและก้าวไปพร้อมๆกับมันให้ได้

menluxury-1-12.jpg

ผู้ชาย...เข้าใจยากขึ้นทุกวัน
ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา สังคมมนุษย์มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ความคิดอ่านและความเชื่อของผู้คนเปลี่ยนไปจากอดีตมาก ที่เห็นชัดข้อหนึ่งก็คือ "ภาพในอุดมคติ"ของ"ผู้ชาย"และ "ผู้หญิง"ที่เริ่มจะคลุมเครือขึ้นทุกวัน ผู้คนตั้งคำถามต่อเรื่องลักษณะเฉพาะบ่งบอกเพศ (gender identity) มีการสร้างและแสวงหาคนต้นแบบใหม่ๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้ชายทุกคนต่างกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่ทางวัฒนธรรม เป็นโลกที่ผู้หญิงนั้นเคยครอบครองอยู่ก่อน ทุกวันนี้ไม่มีใครว่าอะไรแล้ว ถ้าผู้ชายจะลุกขึ้นมาแสดงความอ่อนโยนและนุ่มนวลในแบบผู้หญิง ไม่ว่าจะในระดับความสัมพันธ์สองต่อสอง ในครอบครัว หรือแม้แต่ในธุรกิจ

ความเชื่อที่เปลี่ยนไปทำให้คำว่า "ความเป็นชาย" ถูกตีความใหม่จากทั่วทุกมุมโลก แนวโน้มนี้ส่งผลให้เรื่องของการแต่งกาย แฟชั่น และการดูแลตัวเองกลายเป็นเรื่องสำคัญของโลกสุภาพบุรุษ มันคือตัวชี้นำความสำเร็จอย่างหนึ่งของผู้ชายในอนาคต ปัจจุบันนี้ ผู้ชายเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต พวกเขาทดลองสินค้าฟุ่มเฟือยและใช้บริการต่างๆที่ในอดีตเคยเป็นเรื่องของผู้หญิงล้วนๆ

แต่ประเด็นที่ทำให้นักการตลาดและแบรนด์ดังทั้งหลายวาง"ผู้ชายยุคใหม่"นี้ไว้เป็นเป้าหมายสำคัญทางการตลาดนั้น มันมีเหตุผลเบื้องหลังที่ว่า "ผู้ชายนั้นมีแนวโน้มที่จะติดยี่ห้อมากกว่าผู้หญิง" เมื่อพวกเขาชอบใจอะไรเข้าแล้ว มักไม่ค่อยเปลี่ยนแบรนด์ง่ายๆ

The Beast, The Bad Guy และ The Dandy ...ผู้ชาย 3 สไตล์ที่ต้องจับตามอง
The Beast
ถึก บึกบึนโดยธรรมชาติ ชายสไตล์ The Beast นี้ไม่แยแสกับคอนเซ็ปท์ชีวิตโก้หรูของผู้ชายสมัยใหม่ พวกเขาคิดด้วยซ้ำว่าคนในสังคมยุคนี้ถูกทนุถนอมเกินกว่าเหตุ ชีวิตอันสวยงามนั้นแสนจะน่าเบื่อสำหรับพวกเขา ในทางตรงกันข้าม พวกเขาแสวงหาความตื่นเต้น เร้าใจ และต้องการที่จะเรียกธรรมชาติดิบๆกลับสู่จิตวิญญาณอีกครั้ง ...Louis Vuitton ทำโค้ทขนสัตว์ออกมาก็เพื่อเอาใจผู้ชายกลุ่มนี้แหละ

The Bad Boy
พวก Bad Boy นี้เป็นแฟนตัวยงของ Reality TV พวกเขาเชื่อว่า ชื่อเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใครๆก็สามารถจะ"ดัง"ได้ในพริบตา สำหรับพวกเขาแล้ว"อีโก้"คือสิ่งเร้าสำคัญในชีวิต หนุ่มๆ Bad Boy จะพยายามประดิษฐ์ตัวเองให้เป็น "ป็อปสตาร์" หรือ "ร็อคสตาร์" สุดเท่ อยากจะใช้ชีวิตแสนสุขที่รอบตัวเต็มไปด้วยความสวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องดื่มที่ผู้ชายพวกนี้จะโปรดปรานมากก็อย่างเช่น Cristal champagne ของ Roederer

The Dandy
พวก Dandy นี่จะชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัว ชอบของปรุงแต่งทุกชนิดที่จะทำให้พวกเขาดูดีขึ้น ผู้ชายพวกนี้มักดูเปรี้ยวเท่ แต่งตัวเก่งมาก เป็นผู้ชายที่เปิดกว้างต่อเรื่องสไตล์และความงามสูงสุด หนังสือที่ผู้ชายสไตล์นี้ต้องอ่านก็คือ Mr. Jones\' Rules for the Modern Man โดย Dylan Jones

ก็เหมือนกับ Metrosexual หรือ Ubersexual ในช่วงก่อนหน้านี้สัก 5 ปี The Beast, The Bad boy และ The Dandy ก็คือนิยามใหม่ในการจำแนกลักษณะของผู้ชายวันนี้ แต่นอกเหนือจากรูปลักษณ์และอัตลักษณ์ใหม่ดังกล่าวแล้ว ยังมีเทรนด์สำคัญอีก 4 อย่างเกี่ยวกับผู้ชาย ที่นักการตลาดควรจะต้องให้ความสนใจไว้สักหน่อย เพราะมันคือโอกาสการสร้างธุรกิจในอนาคต ...เป็นขุมทองใหม่ที่ยังไม่ได้รับการบุกเบิกมากนัก

หนึ่ง + หนึ่ง = สอง!
ธรรมชาติความเป็น "ชาย" และ "หญิง" กำลังผสมผสานเข้าหากัน ความต่างทางเพศไม่ได้ปิดกั้นการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะของคุณอีกต่อไป และนี่ไม่ใช่การกลับมาของแฟชั่น Unisex จากยุค 70s หรือ Androgyny จากยุค 90s แต่มันคือการที่ผู้คนเปิดใจยอมรับ "ความต่าง" และพร้อมที่จะเล่นสนุกไปกับมันด้วย

ถ้าจะมองย้อนไปในอดีต Jean Paul Gaultier ดูจะเป็นนักออกแบบและแบรนด์ที่ล้ำที่สุดในเรื่องนี้ ผลงานของเขาสอดแทรกแนวคิดเรื่อง gender differences และฝ่าฝืนกฏอัตลักษณ์เดิมๆในเรื่องเพศอยู่ตลอด ผลิตภัณฑ์ Le Male ของ Gaultier ครองความนิยมติดต่อกันหลายปี และในวันนี้ คอนเซ็ปท์ "ชายและหญิงเป็นหนึ่งเดียวกัน" ก็ถูกนำมาใช้อีกกับน้ำหอม Gaultier²

ชีวิตเต็มอารมณ์

menluxury_emotion.jpg

ในชีวิตประจำวัน ผู้ชายให้ความสำคัญกับเรื่องของอารมณ์มากขึ้นมาก พวกเขามองหาแบรนด์สินค้าที่ใส่ใจกับความเชื่อและความรู้สึกที่ลึกซึ้ง สนใจในสุขภาพความเป็นอยู่ และเข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริงของผู้ชายด้วย

Le Comptoir des Hommes คือธุรกิจเครื่องสำอางบนเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากความเข้าใจข้อนี้ พวกเขารู้ว่าปัญหาหลักของผู้ชายในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลความงามนั้นคือ "ความรู้สึกไม่มั่นใจ"และ"ข้อมูลสินค้าที่ไม่เพียงพอ" ดังนั้น Le Comptoir des Hommes จึงนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของผู้ชาย ควบคู่ไปกับการให้คำแนะนำและข้อมูลที่"มาก" เท่าที่ลูกค้าเป้าหมายอยากจะรู้ จากการศึกษาธรรมชาติลึกๆของผู้ชาย พวกเขาพบว่าการตลาดเครื่องสำอางผู้ชายนั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากผู้หญิง พวกเขาต้องสนใจในรูปแบบการสื่อสารและการใช้ภาษาเฉพาะ และอินเตอร์เน็ตนี่แหละคือช่องทางที่ "ใช่" ที่สุด

แง่มุมใหม่ในระบบความสัมพันธ์

menluxury_relation.jpg

เป็นที่รู้กันว่า ผู้ชายกำลังสร้างนิยามใหม่ให้กับชีวิต สัญลักษณ์ คุณค่า และ Role model ในชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไป ดังนั้น "ความรู้สึกร่วม" (sense of belonging) ระหว่างกลุ่มผู้ชายด้วยกัน จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องของ"ชนชั้น" (hierarchy) หรือ "อำนาจหน้าที่" (authority) ที่ชัดเจนอีกต่อไป ในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะมีความยืดหยุ่นมากขี้น และก็จะเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ สินค้าและบริการที่กำหนดรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ หรือที่สร้างสัญลักษณ์และแง่มุมใหม่ๆในชีวิต จะกลายเป็นที่ต้องตาต้องใจของกลุ่มผู้ชาย
Nike-Apple Ipod คือสินค้าใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นจากความเข้าใจถึง "ความรู้สึกร่วม" แบบใหม่นี้ นอกเหนือไปจากการเป็นนวัตกรรมที่สนองรูปแบบชีวิตเต็มอารมณ์ (music, coaching, community) Nike-Apple Ipod ทำงานด้วยระบบจับสัญญาณไร้สาย จากรองเท้าสู่ตัวรับสัญญาณใน Ipod Nano ข้อมูลระยะทาง เวลา ความเร็ว หรือแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญไป จะแสดงผลบนจอ Ipod พร้อมๆกับเสียงเพลงที่ปรับเปลี่ยนไปด้วย ผู้วิ่งสามารถอัพโหลดข้อมูลการออกกำลัง เพลงที่ถูกเล่นในระยะเวลาดังกล่าว และเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้กับนักวิ่งคนอื่นๆได้บนเว็บไซด์ nikeplus.com

ผู้ชายกับความรู้สึกปลอดภัย

menluxry_safety.jpg

โลกปัจจุบันนี้สับสนวุ่นวาย ไม่ปลอดภัย และเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผู้ชายในอนาคตจะต้องการความรู้สึกและสัมผัสที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ต้องการมีอาณาเขตของตนเองที่เขาจะรู้สึกปลอดภัยในพื้นที่นั้น แต่ไม่ใช่จากการสร้างภาพลักษณ์ที่ก้าวร้าวป่าเถื่อนเพื่อกีดกันผู้อื่นออกไป การสร้าง "สัมผัสเฉพาะตัว" และ "ความรู้สึกส่วนบุคคล" ต่างหากที่ผู้ชายจะยึดเป็น "คู่มือการเอาตัวรอด" ในโลกที่ศิวิไลซ์แล้ว
แซร์จ คาร์เรร่า (Serge Carreira)จากPrada เชื่อว่า ผู้ชายวันนี้มองหาความรู้สึก "ปลอดภัย" เห็นได้จากตัวเลขการสำรวจที่ 75% ของเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นผู้ชายซื้อหานั้น ยังเป็นพวกที่ทำจากวัสดุเดิมๆที่ให้ความสบาย มีความทนทานและไม่เปลี่ยนรูปง่ายๆ แต่อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวในวงการชุดกีฬาชี้ให้เห็นแนวโน้มของผู้ชายที่เริ่มจะตอบรับภาพลักษณ์ใหม่ ที่นุ่มนวลและเป็นกันเองมากขึ้น

ข้อมูลและภาพจาก style-vision.com


« Back to Result

  • Published Date: 2007-10-07
  • Resource: www.tcdcconnect.com