Creative Knowledge

« Back to Result | List

Evergreen Brick Works จากโรงงานอิฐร้างกลายร่างเป็นศูนย์ศึกษาเรื่องเมืองสีเขียว

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

“สภาพชั้นหินดินแร่ที่สะสมมาแต่ดึกดำบรรพ์นั้นส่งผลต่อชีวิตคนในแต่ละยุคสมัย และมันได้กำหนดบทบาทของแต่ละพื้นที่ไว้อย่างมีที่มาที่ไป”

การบูรณะที่ดินเก่าแก่ให้มารับบทบาทใหม่ตามยุคตามสมัยนั้น ถ้าจะให้ดีต้องศึกษากันลึกซึ้งถึงที่มาที่ไปเพื่อจะใช้ประโยชน์จากผืนดินนั้นให้เหมาะสมคุ้มค่าที่สุด อย่างเรื่องของพื้นที่หุบแอ่งใจกลางเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ที่เรียกกันในชื่อปัจจุบันว่า Evergreen Brick Works นี้ กว่าจะกลายมาเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและพื้นที่สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ มันก็มีเหตุมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งกันเลยทีเดียว

ก่อนจะมาเป็น Evergreen Brick Works ในวันนี้ เมื่อร้อยกว่าปีก่อนพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทำอิฐเก่าแก่ชื่อ Don Valley Brick Works ซึ่งทำหน้าที่ผลิตอิฐออกมาใช้ก่อร่างสร้างเมืองโตรอนโต (ตึกเก่าสำคัญๆ รวมถึงบ้านเรือนกว่าครึ่งในโตรอนโตล้วนสร้างขึ้นจากอิฐของโรงงานแห่งนี้) ความเป็นมาของมันก็คือ เมื่อครั้งปี ค.ศ.1882 นักลงทุนนามวิลเลี่ยม เทเลอร์ (William Taylor) ได้ค้นพบว่าดินในบริเวณนี้มีคุณสมบัติที่ดีสำหรับนำมาทำอิฐ เขาลงมือค้นคว้าหากระบวนการทำอิฐอยู่หลายปี จนกระทั่งในปี 1889 โรงงานอิฐ Don Valley Brick Works ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นและดำเนินกิจการอยู่เกือบร้อยปีก่อนจะปิดตัวและถูกทิ้งร้างไปในปี 1984

หากเราย้อนเวลาไปสองล้านปีก่อนหน้านี้ ผืนดินตรงนี้ซึ่งอยู่ภายใต้ธารน้ำแข็งได้ “แช่แข็ง” พืชพรรณและซากสิ่งมีชีวิตจากบรรพกาลไว้มากมาย ซึ่งนั่นเองก็คือสิ่งที่ร่วมกำหนดคุณสมบัติของดินในบริเวณนี้ด้วย ระหว่างการขุดเหมืองเพื่อนำดินขึ้นมาทำอิฐนั้น คนงานของ Don Valley Brick Works ได้พบหลักฐานจากอดีตที่ธรรมชาติฝากฝังไว้มากมาย

เมื่อถูกทิ้งร้างไว้นานสองปี (จนกลายเป็นแหล่งโปรดของช่างภาพและชาวปาร์ตี้) รัฐก็ได้เวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าว เพื่อพัฒนาเป็น “พื้นที่สีเขียว” ของเมืองโตรอนโต การปรับปรุงครั้งใหญ่เริ่มขึ้นในปี 2002 โดย Evergreen Brick Works ธุรกิจเพื่อสังคมซึ่งทำงานบริหารพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง พื้นที่บริเวณนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติวิทยา (ตามศักยภาพเดิมของพื้นที่) และเป็นแหล่งศึกษาเรื่องเมืองสีเขียว โดยมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และจัดสรรพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ มากมาย

Evergreen Brick Works ถือเป็นศูนย์ชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่แห่งแรกในแคนาดา เป็นพื้นที่ที่มีพลังมากในการจุดประกายความคิดเรื่องเทคโนโลยีสีเขียว อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าสามารถยื่นมือเข้าร่วมสร้างสรรค์ได้เต็มที่

กรีนดีไซน์ในโรงงานอิฐเก่า
การบูรณะครั้งใหญ่เริ่มต้นด้วยการปรับที่ดินซึ่งปนเปื้อนจากการผลิตอิฐในอดีต มีการสร้างพื้นใหม่ด้วยโครงสร้างเหล็กก่อซีเมนต์ทับ จากนั้นก็สำรวจอาคารต่างๆ เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างเดิมและต่อเติมโครงสร้างใหม่ รวมทั้งยังมีการออกแบบเปลือกหุ้มอาคาร อาทิ ผนังและ Façade ที่เป็นฉนวนกันความร้อน - หนาว (เพื่อควบคุมอุณหภูมิ) มีการปรับโครงสร้างภายในอาคารโดยยึดหลักการถ่ายเทความร้อน - ความเย็น และการหมุนเวียนของอากาศ รวมไปถึงมีการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เช่น เน้นการใช้แสงสว่างจากภายนอก มีระบบทำความร้อนจากแสงอาทิตย์ ระบบเก็บน้ำฝน ระบบบำบัดน้ำ มีหลังคาที่ทำจากแผ่นสังเคราะห์แสงทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ ฯลฯ

โครงสร้างที่คิดถึงหลักการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมของ Evergreen Brick Works นี้ ชนะรางวัลด้านสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืนหลายรางวัล จนกลายเป็น “ต้นแบบ” ให้หลายแห่งมาศึกษาดูงาน

Evergreen Brick Works มีโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะตัวที่ปรับการใช้งานได้หลากหลาย โดยแบ่งเป็นส่วนสำนักงาน The Center of Green Cities สวนสาธารณะ สวนเกษตร ส่วนโรงงานทำอิฐโบราณ (ซึ่งอนุรักษ์ไว้ในฐานะมรดกของเมือง) และส่วนที่ปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เราลองมาดูกันว่าที่ Evergreen Brick Works นี้ เขามีอะไรให้ประชาชนได้เรียนรู้และเที่ยวเล่นบ้าง

- The Kilns เป็นอาคารโบราณสุดสวยด้วยบรรยากาศโรงเผาอิฐเดิมๆ เหมือนเข้าไปเดินในพิพิธภัณฑ์อิฐและประวัติศาสตร์เมือง แต่เพิ่มรสชาติเข้าไปด้วยงาน Installations Art เป็นออฟฟิศของ Holcim Gallery จัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน กิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ

- Koerner Gardens เป็นสวนเพื่อการศึกษาการสร้างพื้นที่สีเขียวในเมืองบนพื้นที่ 20,000 ตารางฟุต สวนแห่งนี้ปลูกไม้พื้นเมืองสาธิตและสวนพืชผักผลไม้ ดึงดูดคนได้ด้วยเทคนิคและเคล็ดลับในการปลูก-ดูแลต้นไม้ไปจนถึงการจัดสวน เพื่อให้คนเมืองกลับไปสร้างสวนเขียวได้ด้วยตัวเอง

- Evergreen Garden Market ตลาดกิจกรรมทางการเกษตรที่มีทั้งพื้นที่ขายผลผลิต (ที่เพาะปลูกใน Evergreen Brick Works เอง) และพื้นที่เวิร์คชอปเกี่ยวกับการทำสวนต่างๆ

- The Pavilion พื้นที่ส่วนกลาง (ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์) สำหรับจัดกิจกรรม เทศกาล ตลาดนัดชาวไร่ (ที่มาขายพืชผลการเกษตจากฟาร์มของตัวเอง) รวมไปถึงกิจกรรมสำหรับเด็กๆ เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงชาวเมืองให้เข้ามารวมตัวกันอยู่ในวงจรการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

- Centre for Green Cities เป็นศูนย์การศึกษาเรื่อง “เมืองสีเขียว” ที่ดึงชาวเมืองให้มาทำงานแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน รวมทั้งยังเป็นอาคารสำนักงานที่เปิดพื้นที่ให้เช่าอีกด้วย

- Cafe Belong ร้านอาหารที่เป็นของ Evergreen Brick Works อย่างแท้จริง ถือเป็นปลายน้ำของวงจรการเพาะปลูก ร้านนี้รับวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากสวนเกษตร Koerner Gardens เพื่อปรุงเป็นอาหารซึ่งหมุนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

- Chimney Court ส่วนกิจกรรมสำหรับเด็กที่พร้อมจะเลอะเทอะและลุยโคลนไปกับค่ายฤดูร้อน ถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้เยาวชนได้สัมผัสกับธรรมชาติ ดิน ต้นไม้ ฯลฯ อย่างถึงลูกถึงคน นอกจากนั้น พื้นที่ที่กว้างขวางและโครงสร้างแนวๆ ของ Chimney Court ยังเปิดให้เช่าสำหรับจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ด้วย อาทิเช่น นิทรรศกาลศิลปะ ปาร์ตี้ งานประชุมสัมมนา เทศกาลหนัง ฯลฯ

โครงการอย่าง Evergreen Brick Works นี้ถือเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของการ “ออกแบบพื้นที่สาธารณะ” ที่นำไปสู่พลังสร้างสรรค์และกิจกรรมที่หมุนเวียนไปไม่หยุด ไม่เฉพาะแค่ตัวสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่การออกแบบ “ระบบ” ทั้งหมดในพื้นที่นี้ ได้ปักหมุดหมายชัดเจนสู่การพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวกลางเมืองใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ จึงสามารถผุดขึ้นใหม่ในพื้นที่นี้ได้แบบไม่มีหมดไม่มีสิ้น

จับประเด็นเด่น
- โครงการสีเขียวสเกลใหญ่แบบนี้ต้องอาศัยการริเริ่มจากรัฐ และการบริหารงานแบบธุรกิจเพื่อสังคม จึงจะเกิดการต่อยอดขึ้นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

- การบูรณะพื้นที่เพื่อใช้งานในบทบาทใหม่ควรจะศึกษาคุณสมบัติดั้งเดิมของพื้นที่ รวมถึงแง่มุมทางประวัติศาสตร์เสียก่อน เพื่อให้การใช้งานครั้งใหม่ดำเนินไปอย่างเต็มศักยภาพ และมีที่มาที่ไปให้ผู้คนเล่าขานเรียนรู้

ข้อมูลเพิ่มเติม
Web :
Evergreen Brick Works

ข้อมูลอ้างอิง
http://ebw.evergreen.ca/
http://www.holcimfoundation.org/T1264/EvergreenBricksWorks.htm

เครดิตภาพ
http://info.evergreen.ca/en/media/ และ Holcim Foundation ถ่ายภาพโดย www.nikkolrot.com
http://www.samaritanmag.com/torontos-evergreen-brick-works-national-geographic-top-10-geotourism-destination



« Back to Result

  • Published Date: 2012-09-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี