Creative Knowledge

« Back to Result | List

การคิดแหวกกฎเพื่อสร้างนวัตกรรม ลุค วิลเลียมส์ – ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การออกแบบและนวัตกรรม, Frog Design

"ไอเดียเป็นเสมือนส่วนผสมที่เราใช้ปรุงแต่งสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าและความมั่งคั่ง" - พอล โรเมอร์, นักเศรษฐศาสตร์

ธุรกิจ องค์กร และคนทั่วไปมักบอกว่า ตนมีไอเดียมากมายจนเลือกใช้ไม่ถูก แต่ปัญหาคือ แม้ว่าพวกเขาจะมีไอเดียอยู่เต็มหัว แต่กลับไม่สามารถอธิบายหรือนำมันออกมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมได้ ที่สำคัญไอเดียพวกนี้มักเป็นแค่การต่อยอดเพียงเล็กน้อยมาจากไอเดียเดิม ซึ่งไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการได้มากมายนัก คนส่วนใหญ่มักจะพอใจกับไอเดียเล็กๆ แค่นี้เนื่องจากมันให้ความรู้สึกคุ้นเคยและดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ได้รู้เลยว่า มันกำลังนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางที่แคบลงทุกวัน ท้ายที่สุด พวกเขาก็จะมาถึงทางตันและจำต้องกู้วิกฤติด้วยการทำสิ่งที่ต่างออกไป แต่เมื่อถึงวันนั้นมันก็มักจะสายเกินแก้ที่จะดึงลูกค้าให้หวนกลับมา

คำว่า “Disruptive Innovation” (นวัตกรรมแหวกกฎ) ที่คิดค้นขึ้นโดยเคลย์ตัน คริสเตนเซน (Clayton Christensen) ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้อธิบายถึงปรากฎการณ์ที่บริษัทขนาดเล็กสามารถเขย่าบัลลังก์บริษัทขนาดใหญ่ที่มั่นคงกว่าได้ บริษัทขนาดเล็กเหล่านี้มักเดินเข้าสู่ตลาดด้วยฐานลูกค้าเพียงหยิบมือ พวกเขาไม่ใช่สาระสำคัญที่บริษัทใหญ่ๆ จะต้องสนใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายบริษัทกลับเติบโตและทรงพลังมากขึ้น จนกระทั่งถึงจุดที่บริษัทขนาดใหญ่ไม่สามารถจะต้านทานได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีผู้นำตลาดชื่อ Motorola ต่อมาไม่นาน Motorola ก็เสียแชมป์ให้กับ Nokia ซึ่งพอมาถึงวันนี้ Nokia ก็ต้องพ่ายแพ่ต่อ Apple ไปในที่สุด


คุณจะแหวกกฎความเปลี่ยนแปลงในระดับธุรกิจ ระดับชุมชน หรือระดับประเทศได้อย่างไร
ก้าวแรกอยู่ที่การสังเกตและตอบสนองต่อเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ ริเริ่มทำในสิ่งที่ท้าทายและสร้างแนวทางใหม่ให้กับธุรกิจ รวมไปถึงพยายามหาจุดหักเหเพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับผู้บริโภคแบบไม่คาดฝัน อย่างไรก็ดี การคาดการณ์ (Prediction) นั้น เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้ไม่ว่าจะในแวดวงธุรกิจหรือการศึกษา การกระตุกต่อมคิด (Provocation) ต่างหากที่ถือเป็นเรื่องแหวกกฎ ปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุดคนหนึ่งก็คือ สตีฟ จ๊อบส์ (ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple) ในอดีตจ๊อบส์เคยเข้าประชุมกับ Frog Design ในโครงการชื่อ “สโนว์ไวท์" เพื่อวางแผนอนาคตของแบรนด์ Apple แต่แทนที่เขาจะให้โจทย์เป็นปึกๆ กับทีมงาน เขากลับเปิดเพลงของบ๊อบ ดีแลน (Bob Dylan) แล้วบอกกับทุกคนว่า เขาอยากได้คอมพิวเตอร์แบบนี้แหละ คำพูดของจ๊อบส์ในครั้งนั้นถือเป็น "คำพูดที่จงใจให้ไร้เหตุผล" ซึ่งมันลบล้างความคิดเดิมๆ ที่ผู้คนเคยมีต่อคอมพิวเตอร์ไปโดยสิ้นเชิง รวมทั้งยังจุดประกายให้ทีมงานมองเห็นคอมพิวเตอร์ในมิติที่ไม่มีใครเคยมองมาก่อนด้วย

อันที่จริงการคิดแหวกกฎแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากหรือซับซ้อน เด็กทุกคนต่างก็เป็นนักคิดสร้างสรรค์และแหวกกฎกันมาตั้งแต่เกิด พวกเขาจะทดลอง เรียนรู้ และทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยตัวเอง ก่อนที่ผู้ใหญ่จะเข้ามาชี้นิ้วบอกว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ นี่แหละคือธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์


การศึกษา คือ กระบวนการสร้างและสะสมรูปแบบวิธีคิดที่มนุษย์เรานำกลับมาใช้ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า สมองของทุกคนมีกระบวนการทำงานเช่นนี้ เมื่อรูปแบบใดที่สมองรู้จักได้รับการกระตุ้น เราก็จะทำสิ่งต่างๆ ออกไปโดยอัตโนมัติ เช่น การแต่งตัว การขี่จักรยาน การขับรถ ฯลฯ สิ่งที่ยากคือ การพยายามหลุดพ้นออกจากรูปแบบความคิดและพฤติกรรมที่เราคุ้นเคยอยู่ ซึ่งยิ่งเรามีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำมากเท่าไร รูปแบบการเรียนรู้ก็จะยิ่งฝังแน่นขึ้นเท่านั้น นี่เองคือเหตุผลว่าทำไมบางที “คนนอก” ซึ่งไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญแบบเราจึงสามารถมองเห็นหนทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่เรามองไม่เห็น นั่นก็เป็นเพราะพวกเขามีรูปแบบความคิดที่แตกต่างออกไปนั่นเอง

โลกทุกวันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เราได้เดินผ่านยุคของเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และสารสนเทศ จนมาถึงนาทีนี้ที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่งการสร้างสรรค์ ดังนั้น เราจะปล่อยให้เรื่องการคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมแหวกกฎเป็นแค่เรื่องของคนที่มีพรสวรรค์อยู่แล้วไม่ได้ จากนี้ไป เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาความคุ้นเคยกับการออกแบบ การคิดสร้างสรรค์ และการคิดค้นสิ่งใหม่ในทุกระดับขององค์กร


นวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จำเป็นต้องเริ่มจากสมมติฐานที่แหวกกฎ (Disruptive hypothesis) ซึ่งแน่นอนว่า มันแตกต่างจากนิยามของโลกวิทยาศาสตร์ทั่วไป นั่นคือเราไม่ควรคาดการณ์บนหลักของเหตุและผลอยู่ตลอดเวลา แต่ควรจะคิดแหกคอกแบบไม่สนใจฟ้าดินใดๆ ดูบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารีโมทคอนโทรลไม่ทำงาน แทนที่เราจะคิด (เชิงเหตุผล) ว่าแบตเตอรี่มันคงหมด เราอาจจะตั้งคำถามให้หลุดโลกไปเลยว่า "ทำไมรีโมทคอนโทรลต้องใช้แบตเตอรี่ด้วยนะ"


จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรา...
หนทางสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมแหวกกฎนี้อาจเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดในเบื้องต้น แต่นั่นก็เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องในภายหลัง ทุกคนสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการนึกถึงสิ่งที่จำเจหรือข้อสันนิษฐานพื้นๆ ในธุรกิจหรือองค์กร จากนั้นก็ลองเล่นกับความคิดโดยใช้เทคนิคสามประการ ดังต่อไปนี้
1. เราจะพลิกแพลงอะไรได้บ้าง
2. เราจะตัดอะไรทิ้งได้บ้าง
3. เราจะเปลี่ยนสัดส่วนอะไรได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะขายถุงเท้าเป็นคู่ เราอาจจะลองขายมันเป็นชุดๆ ละสามข้างแบบคละสีคละลายก็ได้

นักธุรกิจส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับการหาข้อบกพร่องและพยายามแก้ไขมัน แต่โอกาสทองของการสร้างนวัตกรรมมักเกิดขึ้นในจุดที่ไม่มีใครมองเห็น หรือในที่ที่เราไม่เคยคิดว่าเป็นปัญหาแม้แต่น้อย ดังนั้นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือ การมองหาสิ่งที่ดูปกติธรรมดาแล้วตั้งใจทำให้มัน “ผิดปกติ” ไปในเชิงสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือต้องไม่ลืมว่าการแหวกกฎในแต่ละครั้งจะต้องนำเสนอ “คุณค่า” ใหม่ให้กับผู้บริโภคด้วย

โอกาสสู่นวัตกรรมใหม่นั้นมีอยู่รอบตัว ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนำส่วนผสมอะไรมาปรุงแต่งมันเท่านั้น - ลุค วิลเลียมส์

เครดิตภาพ
simlockmobile.com
www.gophoto.it
www.marcoping.com
touchsmartreview.com


« Back to Result

  • Published Date: 2012-08-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี