Articles

« Back to Result | List

เส้นทางแปรรูปวัฒนธรรมสู่ความบันเทิง ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์การตลาด บริษัทเวิร์คพอยท์


workpoint3.jpg

“จงทำเรื่องยากให้ฟังดูง่าย และทำเรื่องเล่นให้ฟังดูจริง”

หลายคนอาจจะคุ้นหูกับเสียงเพลงเปิดรายการของเวิร์คพอยท์ ไม่ว่าจะเป็นรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ระเบิดเถิดเทิง ชมรมขนหัวลุก คู่ทรหด ฯลฯ เพลงเปิดเหล่านี้คืออีกกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยสร้างอัตลักษณ์ให้ผู้ชม “จดจำ” รายการได้

เวิร์คพอยท์เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอรายการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ ผู้ชมมักจะเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ในขณะที่ทำกิจกรรมอย่างอื่นไปด้วย ดังนั้นแล้ว “เสียง” จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมในเบื้องต้นได้ดีที่สุด
workpoint1.jpg

เส้นทางการผลิตรายการโทรทัศน์ของเวิร์คพอยท์ในปัจจุบันมีอยู่ 3 แนวทางใหญ่ๆ คือ
1) เริ่มจากสถานีโทรทัศน์ - สถานีเป็นผู้กำหนดและให้โจทย์กับแต่ละบริษัทว่าต้องการรายการประเภทใด
2) เริ่มจากทีมงานของบริษัท - ทีมงานคิดรูปแบบรายการเพื่อเสนอต่อทางสถานี
3) เริ่มจากลูกค้าที่เป็นพันธมิตรกัน - แนวทางนี้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เรียกกันว่า Branded Content ยกตัวอย่างเช่น รายการอัจฉริยะข้ามคืน (ของ KTC) และ SME ตีแตก (ของ KBank) เป็นต้น


workpoint2.jpg

แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด เบื้องหลังการสร้างสรรค์รายการส่วนใหญ่ก็มักจะเริ่มต้นจากการ “เล่าสู่กันฟัง” ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ จากนั้นก็เก็บรวบรวมข้อมูลความคิดต่างๆ ไว้ เพื่อรอเวลาและจังหวะอันเหมาะสมที่จะผลิตเป็นรายการออกสู่สายตาผู้ชม

โดยวิธีคิดที่เวิร์คพอยท์ใช้ออกแบบรายการให้ประสบความสำเร็จนั้นเริ่มต้นจากการ “ตอบคำถาม” ต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด

จะทำรายการอะไร คำจำกัดความหรือนิยามของรายการต้องกระชับและเข้าใจง่าย ทีมงานต้องอธิบายมันได้ในไม่เกิน 2 ประโยค เพราะหากมีรายละเอียดที่ซับซ้อนเข้าใจยากกว่านี้ ผู้ชมก็จะเบื่อและไม่อยากดูในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น “10 หน้า10 ล้าน” (เกมทศกัณฐ์) “100 คน 1 คืน 1 ล้านบาท” (อัจฉริยะข้ามคืน) “76 จังหวัดประชันปัญญา” (ยกสยาม) “1 ข้อ 1 คัน” (ราชรถมาเกย) “ไม่มีช่องว่างระหว่างเรา ไม่ว่าผมสีดอกเลาหรือสีช็อกโกแลต” (หนูน้อยกู้อีจู้) “Truth or dare” (ล้วงลับตับแตก)


workpoint5.jpg

รูปแบบรายการเป็นแบบไหน ทีมงานฝ่ายสร้างสรรค์จะต้องคิดรูปแบบการนำเสนอรายการขึ้นก่อน เช่น จะเป็นเกมโชว์ วาไรตี้โชว์ หรือละคร เสร็จแล้วก็ผลิตเทปตัวอย่าง (Pilot tape) ออกมาเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ รายละเอียดปลีกย่อย รวมถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ก่อนจะตัดสินใจทำรายการจริง

ผู้ชมได้อะไรและกลุ่มเป้าหมายคือใคร จะทำรายการให้เด็ก หรือผู้ใหญ่ หรือทั้งครอบครัว และผลลัพธ์ที่คนดูจะได้จากแต่ละรายการมีอะไรบ้าง เช่น ได้ความรู้รอบตัว ได้สานสัมพันธ์ระหว่างวัย ได้หัวเราะ ได้สนุก ได้แข่งขันกันระหว่างพ่อแม่ลูก ฯลฯ

จะสร้างตำหนิหรือภาพจำอย่างไรให้ผู้ชมจดจำรายการได้ อาจจะมาจากเพลง ฉาก เครื่องแต่งกาย ตัวพิธีกร ฯลฯ

สามารถสร้างภาพใหม่ขึ้นได้หรือไม่
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแข่งขันของธุรกิจบันเทิงทำให้ผู้ชมมีโอกาสเลือกชมและเปลี่ยนช่องรายการได้ในแค่ชั่ววินาที ดังนั้น ในกระบวนการคิดและพัฒนารายการ ทางทีมงานควรตอบให้ได้ว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนหรือสร้าง “ภาพใหม่” ขึ้นได้อย่างไร เช่น หลายรายการของเวิร์คพอยท์ที่มีคุณปัญญา นิรันดร์กุล เป็นพิธีกร ตำแหน่งการยืนของพิธีกรและผู้เข้าร่วมรายการอาจจะเกิดเป็นภาพจำเจ (ในความรู้สึกผู้ชม) ดูเหมือนครูยืนถามคำถามนักเรียน ซึ่งจุดนี้เองนำมาสู่การสร้างภาพใหม่ให้กับรายการราชรถมาเกย ด้วยการให้ผู้เข้าร่วมรายการ “ขับรถ” เข้ามาในการแข่งขัน หรือแม้แต่รายการที่มีมานานกว่า 20 ปีอย่าง ชิงร้อยชิงล้าน ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของรูปแบบและเนื้อหาอยู่ตลอดเวลา


workpoint4.jpg

วัฒนธรรมที่จูงใจคน
เวิร์คพอยท์มีจุดยืนแต่แรกที่จะผลิตรายการโทรทัศน์ซึ่งสอดแทรกเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยไว้อย่าง “ได้สาระและเพลิดเพลิน” โดยรายการแรกเริ่มคือ เวทีทอง นั้นมีรูปแบบเป็นเกมโชว์ ที่ให้ผู้แข่งขันทายภาพการ์ตูนคำใบ้ (พัฒนาต่อยอดมาจากการละเล่น “ผะหมี” หรือปริศนาคำทายในสมัยก่อน) ส่วนในปัจจุบันรายการใหม่ๆ ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยอย่างชัดเจนก็คือ ชิงช้าสวรรค์ และ คุณพระช่วย

รายการ คุณพระช่วย เกิดขึ้นจากโจทย์ที่ทางสถานีโทรทัศน์กำหนดให้ ประกอบกับความตั้งใจของบริษัทที่อยากจะทำรายการสืบสานวัฒนธรรมไทย (ที่แม้แต่คนไทยเองก็อาจจะไม่รู้) ในการนี้ทีมงานได้เลือกที่จะนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่ร่วมสมัย ใกล้ตัว มีฉากที่สวยงามตระการตา มีการผสมผสานระหว่างดนตรีไทยกับดนตรีสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนั้นทีมงานยังได้สร้างภาพจำด้วยการให้พิธีกรใส่เสื้อยืดสีขาว นุ่งโจงกระเบนสีแดง มีการเพิ่มลูกเล่นการท้าประชันและนำจำอวดมาเล่นในรายการด้วย

สรุปหัวใจการสร้างสรรค์ผลงานของเวิร์คพอยท์
หนทางสู่ความสำเร็จของเวิร์คพอยท์นั้นเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ อาศัยการสังเกต เก็บรายละเอียด สั่งสมประสบการณ์ รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม แล้วจึงนำไอเดียต่างๆ มาขัดเกลาพัฒนาจนตกผลึก โดยทีมงานจะยึดหลักคิด 2 ประการ คือ
1. รู้ไม่จริงยังไม่ทำ
2. เลือกทางที่ยากไว้ก่อน

ทุกครั้งที่มีโจทย์หรือปัญหาต้องตัดสินใจ หากหนทางแก้ไขมีทั้งทางง่ายและทางยาก เวิร์คพอยท์จะเลือกทางยากเสมอ เพราะทางง่ายมักเป็นทางที่คนอื่นเลือกและทำเยอะแล้ว

« Back to Result

  • Published Date: 2012-08-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com