Creative Knowledge

« Back to Result | List

Thaitrade.com ตลาดค้าส่งระดับโลก บริการฟรี การันตีโดยรัฐ

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

คุณคิดว่าจะมีวิธีการใดที่ช่วยให้บรรดาผู้ประกอบการสามารถ sourcing สินค้าหลากหลายประเภทได้จากทั่วโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่งผลิตหรือตลาดค้าส่งในต่างประเทศ หรือในทางกลับกันจะมีช่องทางใดที่ช่วยให้คุณขายสินค้าให้คนทั้งโลกได้แบบไร้ข้อจำกัด ชนิดที่ว่าขายกันวันละ 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาถึงเมืองไทยและคุณก็ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าร้านทั้งวันทั้งคืน คำตอบง่ายๆ ก็อยู่ที่สื่อมหัศจรรย์อย่าง "อินเตอร์เน็ต" นั่นเอง

นับตั้งแต่เราย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การประกอบธุรกิจออนไลน์ (E-commerce) ได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วทุกมุมโลก ดังจะเห็นได้จากตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคู่ค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (Business-to-Business หรือ B2B) เฉพาะในปี 2000 เพียงปีเดียว การซื้อขายผ่าน E-commerce มีมูลค่าสูงถึงแสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ซึ่ง 70% ในนั้นเป็นการซื้อขายแบบB2B) ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเว็บไซต์ค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง www.alibaba.com จะมีผู้ประกอบการลงทะเบียนใช้งานไปแล้วกว่า 79 ล้านราย และมีมูลค่าหุ้นเมื่อแรกเข้าตลาด (IPO) ที่สูงถึง 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ปี 2007) นับเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหุ้น IPO สูงสุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากกูเกิ้ล (ในธุรกิจประเภทอินเตอร์เน็ต)


ในโลกทุกวันนี้การค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์ (ไม่ว่าจะเป็นระหว่างผู้ผลิตกับซัพพลายเออร์, บายเออร์กับผู้ผลิต ฯลฯ) จะช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงคู่ค้าได้มากมายมหาศาลจากทั่วโลก ฉะนั้นสำหรับผู้ส่งออกไทยทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ หากคุณเลิกยึดติดอยู่กับช่องทางการขายแบบเดิมๆ และหันมาเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์ค้าส่ง (หรือ E-Marketplace) บ้าง นั่นอาจหมายถึงก้าวย่างสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณ “อยู่รอด” ในศตวรรษที่ 21 เลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยเข้าร่วมเป็นหนึ่งใน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community หรือ AEC) อันเป็นการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบในเขตเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


Thaitrade.com บริการฟรี การันตีโดยรัฐ
ปัจจุบันมีเว็บไซต์ค้าส่งแบบ B2B E-Marketplace เปิดให้บริการอยู่นับไม่ถ้วน แต่ ณ วินาทีนี้เราขอแนะนำเว็บไซต์หนึ่งที่ให้บริการ “ฟรี” ทั้งยังมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของสมาชิกผู้ค้าโดยภาครัฐอีกด้วย (ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในโลก) นั่นคือ
www.thaitrade.com

Thaitrade.com เป็นเว็บไซต์ที่ดำเนินงานโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ มีเป้าหมายเพื่อเป็นช่องทางสนับสนุนการส่งออกของผู้ประกอบการไทย (นอกเหนือจากกิจกรรม off-line อื่นๆ อาทิ การจัดงานแฟร์ การจัดงานจับคู่ธุรกิจ ฯลฯ) และมุ่งก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าทางอิเล็คทรอนิคส์ของภูมิภาคอาเซียนภายในปีพ.ศ.2558


นอกจากจุดเด่นเรื่องการให้บริการฟรีแล้ว สมาชิกของ thaitrade.com ยังผ่านการตรวจสอบจากกรมส่งเสริมการส่งออกซึ่งนับเป็นเว็บไซต์แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่สมาชิกได้รับคัดกรองจากหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ หากเทียบกับเว็บ B2B E-Marketplace หลายๆ แห่งที่แม้จะมีจำนวนสมาชิกและวอลุ่ม (Volume) การซื้อขายสูง แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยกลับประสบปัญหาการถูกฉ้อโกงหลากหลายรูปแบบ (ส่วนใหญ่ทางเว็บมักทำได้เพียงรับร้องเรียนแต่ไม่ได้เงินคืน)

นอกจากนั้น ข้อดีอีกประการของการเป็นสมาชิก thaitrade.com คือได้รับบริการเสริมอื่นๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการค้าขายและเสริมสร้างความรู้ด้านการทำธุรกิจออนไลน์ อาทิเช่น บริการ call centre 24 ชม.ไม่มีวันหยุด, การได้รับคัดเลือกเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของกรมส่งเสริมการส่งออก, บริการโชว์รูมออนไลน์, บริการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching), สิทธิพิเศษอื่นๆ จากพันธมิตร อาทิ www.alibaba.com, ธนาคารกรุงเทพฯ, บ.ไปรษณีย์ไทย ฯลฯ เป็นต้น


ที่ผ่านมา thaitrade.com มีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จแล้วมากมาย เช่น คุณรติยา จันทรเทียร กรรมการผู้จัดการบริษัท เท็กซ์ไทล์แกลลอรี่ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Pasaya, คุณภิภพ กมลเกตุโสภณ กรรมการผู้จัดการบริษัท จอร์จ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจส่งออกข้าว ฯลฯ

ซื้อ-ขายเรียลไทม์ + เพิ่มวอลุ่ม (Volume) เตรียมความพร้อมสู่ AEC
ในการอบรมหัวข้อ "ก้าวสู่ธุรกิจออนไลน์อย่างมืออาชีพ" ส่วนหนึ่งของการสัมมนา “เปิดโลกการค้ากับ Thaitrade.com” โดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย วิทยากรและกรรมการตัดสินรายการ SME ตีแตก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ได้กล่าวถึงการปรับตัวของผู้ส่งออกไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก AEC ว่า "ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการเปิดการค้าเสรี โดยผู้ที่สามารถตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจแบบ "เรียลไทม์" เท่านั้นที่จะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน"

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องมี คือ ความฉับไวในการปรับกลยุทธ์ทางการค้าให้ทันต่อสถานการณ์ (Sense of Urgency) เนื่องจากขนาดของตลาดจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยค้าขายกัน 60 ล้านคน กลายเป็น 600 ล้านคน รวมทั้งวิสัยทัศน์ในการประกอบธุรกิจที่จากเดิมเคยเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) แต่เพียงอย่างเดียว ก็ต้องหันมาสร้างดีไซน์และสร้างแบรนด์ของตัวเองเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวสินค้าด้วย

“วิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากปัจจัยต่างๆ อย่างเช่นการเข้ามาของคู่แข่งขนาดยักษ์ การเปลี่ยนแปลงขนาดของตลาด ฯลฯ เมื่อปัจจัยเปลี่ยน positioning ก็เปลี่ยน กรณีตัวอย่างเช่น การเข้ามาของ Ikea ทำให้ Index ต้องเปลี่ยน positioning จากผู้ออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์มาเป็นการทำรีเทลลิ่ง หรืออย่าง Kodak ที่ล้มเหลวเนื่องจากยึดติดอยู่กับธุรกิจเดิมจนมองการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคผิด โดยเกรงว่าเทคโนโลยีดิจิตอลจะมาแย่งตลาดฟิล์มและกระดาษอัดรูปทั้งๆ ที่โกดักเองเป็นผู้คิดค้นกล้องดิจิตอลได้เป็นเจ้าแรก"

What we think :
การแข่งขันเสรีในโลกยุคออนไลน์นั้นนำมาซึ่ง “โอกาสใหม่” พร้อมๆ กับ “อุปสรรคใหม่” ดังนั้น การเตรียมความพร้อมและการมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวทันโลกคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสได้ Thaitrade.com นับเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพอีกชิ้นหนึ่งที่ภาครัฐจัดเต็มให้กับผู้ประกอบการไทยเมื่อตลาดทั้งโลกรออยู่แค่ปลายนิ้วคลิกของคุณ …แล้วคุณจะรออะไร?

ที่มา :
http://en.wikipedia.org/wiki/Alibaba_Group

เครดิตภาพ :
http://itbiz.lekasina.com http://www.amrepinspect.com
http://www.internati-onaltrade.com

http://uih.co.th




Tags: e-commerce, SME

« Back to Result

  • Published Date: 2012-08-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี