Articles

« Back to Result | List

ตามหาแรงบันดาลใจไปกับ “กรุณาวาธี” ผู้หญิงเปลี่ยนโลก

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

การเดินทางมาประเทศไทยของหญิงชาวศรีลังกาคนหนึ่งคงเป็นเรื่องธรรมดาหากว่านั่นเป็นการท่องเที่ยวทั่วไป แต่การเจาะจงมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของ กรุณาวาธี (H.H.A.D Karunawathie Menika) คือ การตามหาแรงบันดาลใจเพื่อกลับไปยกระดับความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้หญิงผู้ยากไร้ในศรีลังกา กรุณาวาธีคือใคร? เธอกำลังทำอะไร? สิ่งใดจูงใจให้เธอมาเยือนแหล่งหัตถกรรมในเมืองไทย? คำถามข้างต้นทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความพิเศษสุด และทำให้ TCDCCONNECT อยากร่วมเดินทางไปกับเธอ

สามัคคีคือพลัง จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลง
ความยากจนและบทบาทของผู้หญิงที่เป็นรองผู้ชายอย่างมากในสังคมศรีลังกา คือสิ่งที่กรุณาวาธี ประธานกลุ่ม Wilpotha Women’s Savings Effort พยายามจะก้าวข้ามไปให้ได้ กรุณาวาธีเป็นเหมือนผู้หญิงจำนวนมากในศรีลังกา ที่เกิดและเติบโตในหมู่บ้านยากจน เช่นหมู่บ้าน Wilpotha ซึ่งรัฐมอบที่ดินให้อยู่อาศัย แต่ไร้ซึ่งสาธารณูปโภคใดๆ แม้แต่ถนนหนทางก็ไม่มี เหตุนี้ทำให้พวกผู้ชายต้องดิ้นรนออกไปทำงานหาเงินนอกหมู่บ้าน ในขณะที่ผู้หญิงก็ต้องอดทนอยู่กับบ้านในสภาพแร้นแค้น

ด้วยความอยากมีชัยเหนือสภาวะดังกล่าว กรุณาวาธีจึงรวมตัวกับผู้หญิงในหมู่บ้านเพื่อทำสาธารณประโยชน์ร่วมกัน เริ่มจากช่วยกันถางดินทำถนน ขุดบ่อน้ำ ฯลฯ สิ่งนี้ทำให้เธอได้รู้ว่า “การรวมตัวกัน” ทำให้เกิดพลังที่คนๆ เดียวไม่สามารถทำได้ จากนั้นพวกผู้หญิงในหมู่บ้านจึงลงแรงร่วมกันทำงานเพื่อเลี้ยงปากท้องโดยต่อเนื่อง เช่น ทำการเกษตร ปลูกมะพร้าว มันเทศ ฯลฯ แต่ถึงกระนั้นพวกเธอก็ยังไม่มีเงินทองมากพอที่จะใช้ไปหาหมอยามเจ็บไข้ (จะไปกู้จากธนาคารก็ไม่ได้ กู้นอกระบบดอกเบี้ยก็สูง) ด้วยเหตุนี้ กรุณาวาธีจึงคิดจัดตั้งแหล่งเงินทุนออมทรัพย์ของพวกเธอขึ้นมาเอง

เงินกู้รายย่อย (Micro Credit) เพื่อผู้หญิงยากจน จากเงินออมเพียงเดือนละ 1 รูปี
Wilpotha Women’s Savings Effort ถือกำเนิดขึ้นในปีค.ศ.1978 กลุ่มออมทรัพย์นี้สะสมเงินจากสมาชิกเพียงแค่คนละ 1 รูปี (ประมาณ 4 บาท) ต่อเดือนเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นเงินเพียง 1 รูปีต่อเดือน สมาชิกหลายคนก็ยากจนถึงขนาดไม่สามารถหาเงินนั้นมาได้ หลายคนใช้วิธีออกไปเก็บกะลามะพร้าวเพื่อนำมาเผาถ่านขาย (ถ่านกะลามะพร้าว 10 ลูกขายได้ 1 รูปี ก็นำ 1 รูปีนั้นมาออม)

ในปีแรก เงินออมทรัพย์นี้ถูกเก็บเอาไว้อย่างเดียว ไม่มีการถอนมาใช้ กระทั่งปีต่อมาจึงได้เริ่มเปิดให้สมาชิกกู้ยืม สมาชิกผู้กู้จะถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 (เงินกู้ของนายหน้าอื่นจะคิดในอัตราร้อยละ 10 และยังต้องเอาทรัพย์สิน เช่น ทองคำไปค้ำประกันอีก ซึ่งแน่นอนว่าพวกเธอไม่มี) พอถึงสิ้นปีดอกเบี้ยที่เก็บได้ก็จะถูกแบ่งสรรปันส่วนให้กับสมาชิกทุกคน (ซึ่งมีบัญชีส่วนตัว) กลไกนี้ทำให้สมาชิกของกลุ่มเริ่มมีรายได้เพิ่มมากขึ้น กระทั่งมีทุนสะสมเพื่อจะไปประกอบธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง (เช่น ทำการค้าหรือการเกษตร) และจากนั้นไม่นาน กลุ่ม Wilpotha Women’s Savings Effort ก็คิดสร้างธุรกิจให้กับสมาชิกในกลุ่มเองอีกครั้งด้วยการสร้างสรรค์ “งานหัตถกรรมจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น”

“ของที่ระลึกจากเมืองไทย” จุดประกายธุรกิจหัตถกรรมในศรีลังกา
กระปุกใบเล็กที่ทำจากกะลามะพร้าว คือ ของที่ระลึกที่กรุณาวาธีเคยได้รับจากเพื่อนบ้านที่ไปเที่ยวเมืองไทยมา สิ่งนั้นทำให้เธอรู้สึกอยากที่จะผลิตสิ่งของขึ้นจากกะลามะพร้าวบ้าง กรุณาวาธีทดลองสร้างงานเองก่อนจากนั้นจึงค่อยฝึกให้ผู้หญิงในกลุ่มฯ ช่วยกันทำ โดยหยิบเอาวัสดุธรรมชาติใกล้ตัว เช่น ใยหุ้มดอกมะพร้าว เปลือกหอย ฯลฯ มาแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ

กลุ่ม Wilpotha Women’s Savings Effort เป็นกลุ่มสตรีกลุ่มแรกในศรีลังกาที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นจากใยหุ้มดอกมะพร้าว ซึ่งหลังจากสินค้าวางตลาดไม่นาน (ด้วยการจัดงานแสดงสินค้าขึ้นเองในหมู่บ้าน) ชื่อเสียงของกลุ่มฯ ก็เริ่มขจรขจายไปทั่วประเทศ ประเภทของสินค้าก็
หลากหลายขึ้นตามกาลเวลา

สินค้าของกลุ่ม Wilpotha Women’s Savings Effort เป็นที่สนใจด้วยเรื่องราวการช่วยเหลือสตรียากจน และยังขายตัวเองได้ด้วยจุดขายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือทำจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้รอบตัว ประดิษฐ์ด้วยมือ ใช้กระบวนการเรียบง่าย ไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติ ฯลฯ นอกจากนี้กรุณาวาธียังให้ความสำคัญด้านการออกแบบอย่างมาก (เพราะกลุ่มของเธอเคยประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด ขายไม่ออก ด้วยรูปแบบที่จำเจ) เธอเข้าปรึกษากับศูนย์การออกแบบแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยแนะแนวการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นั่นส่งผลให้สินค้าของพวกเธอมีดีไซน์ที่หลากหลาย น่าสนใจ และสร้างรายได้ได้มากขึ้น

ที่สำคัญกรุณาวาธีมีนโยบายในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยภายในกลุ่มหัตถกรรมของเธอนั้นจะมีบางคนที่สามารถออกแบบสินค้าได้ ซึ่งหากมีออเดอร์สินค้าตัวใดเข้ามา เธอก็จะแบ่งรายได้ 2% ให้กับผู้ออกแบบสินค้านั้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานต่อไป

พลังความมั่นใจสร้าง “ชีวิตใหม่” ได้
นอกจากงานหัตถกรรมแล้ว กรุณาวาธียังสนับสนุนให้เหล่าผู้หญิงลุกขึ้นมาหัดทำงานของผู้ชายด้วย อาทิเช่น งานช่างอิฐ ช่างปูน ช่างก่อสร้าง ช่างไฟ ช่างประปา ฯลฯ (เพราะงานที่ต้องใช้ทักษะเหล่านี้มักจะมีรายได้ดีเป็นพิเศษ) จะเห็นว่าการพยายามสร้างงานแบบไม่จำกัดประเภทโดยมีกลุ่มออมทรัพย์และเงินทุนกู้ยืมเป็นพื้นฐานนี้ ได้เปลี่ยนแปลงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้หญิงในหมู่บ้าน Wilpotha ไปอย่างมากมาย จากคนที่ไม่เคยมีรายได้และไม่มั่นใจในตัวเอง ก็กลายเป็นสตรีที่มีรายได้มั่นคงและเชื่อมั่นในพลังของตัวเองมากขึ้น

หลังจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้าน Wilpotha กรุณาวาธีก็เริ่มขยับขยายความช่วยเหลือไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ทั่วประเทศ อาทิเช่น กลุ่มผู้หญิงที่สิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยสึนามิ (แถบภาคใต้), กลุ่มผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมือง (แถบภาคเหนือ) ฯลฯ โดยสิ่งสำคัญที่กรุณาวาธีพูดเสมอ คือ “สิ่งที่ฉันทำให้กับสมาชิกเครือข่ายคือการแนะนำระบบออมทรัพย์และการสอนงานหัตถกรรมให้ แต่ที่เหลือเขาต้องจัดการด้วยตัวเอง ดูแลกันเอง ยืนด้วยขาของตัวเองให้ได้ ฉันเพียงแค่มาดูงานนานๆ ครั้ง และให้กำลังใจว่าถ้าผู้หญิงจนๆ อย่างฉันทำได้…เธอก็ต้องทำได้เหมือนกัน”

ในช่วงเริ่มต้น Wilpotha Women’s Savings Effort มีสมาชิกหลักในหมู่บ้านรวม 85 คน ต่อมาก็ขยายเป็น 400 คน (มีผู้ชายมาขอเข้าร่วมด้วย) แต่มาถึงวันนี้เครือข่ายของกรุณาวาธีใน 50 หมู่บ้านมีสมาชิกรวมแล้วกว่า 3,600 คน โดยทุกหมู่บ้านต่างผลักดันธุรกิจของตัวเอง มีงานและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไป สามารถพึ่งตนเองได้ทุกประการโดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากรัฐ แถมยังสามารถส่งความช่วยเหลือไปยังชุมชนอื่นๆ ที่ประสบปัญหาอีกด้วย

สร้างความเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ในศรีลังกา
เนื่องจากความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Wilpotha Women’s Savings Effort สามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนยากจนได้ในวงกว้าง ตัวกรุณาวาธีจึงเริ่มเป็นที่สนใจของรัฐบาลและ NGO ต่างๆ ในปี 2003 เธอได้รับเลือกให้เป็น Ashoka Fellow (โดย Ashoka องค์กรสากล ผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสังคม) และในปี 2012 ซึ่งเป็นปีที่ 33 ของการทำงาน กรุณาวาธีก็ได้รับเลือกจากรัฐบาลศรีลังกาให้เป็น 1 ใน 33 บุคคลแห่งปี ที่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น (ถือเป็นความภูมิใจของผู้หญิงอย่างกรุณาวาธีเพราะมีผู้หญิงจำนวนน้อยที่จะได้เป็น 1 ใน 33 คนนั้น)

ตามหาแรงบันดาลใจที่เมืองไทย
ในการเดินทางมาเยี่ยมเมืองไทยครั้งนี้ กรุณาวาธีและสมาชิกกลุ่มฯ ได้รับทุนจาก IUCN ซึ่งสนับสนุนการไปดูงานเพื่อหาแรงบันดาลใจในที่ต่างๆ (โดยผู้รับทุนสามารถเลือกประเทศได้) เธอเลือกเมืองไทยด้วยเหตุผลที่ว่าเมืองไทยเป็นแหล่งรวมงานหัตถกรรมที่โดดเด่น จึงอยากมาเสาะหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อไปเผยแพร่ให้กับกลุ่มสตรีในศรีลังกา

กรุณาวาธีได้รับความช่วยเหลือจาก Ashoka (ประเทศไทย) ในการประสานงานติดต่อกับผู้ประกอบการที่เมืองไทย ทริปนี้เธอได้ไปดูงาน “หัตถกรรมล้านนา” ที่เชียงใหม่ (ผ่านการประสานงานของชัชวาลย์ ทองดีเลิศ) ไปดูงานเฟอร์นิเจอร์สานของแบรนด์ “โยธกา” ที่กรุงเทพฯ และไปดูงานศิลป์จากไม้ไผ่ของแบรนด์ “Korakot” ที่เพชรบุรี (ผ่านการประสานงานของ TCDCONNECT)

“ฉันได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการผนวกทักษะและความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน ถือว่าได้ไอเดียมากมายที่จะนำไปสร้างงาน ช่วยคนจน และนำเงินเข้าประเทศ แต่สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือการได้เจอกับคนไทยที่น่ารัก มีน้ำใจ คล้ายกับคนศรีลังกาที่เป็นมิตรและใจดี อาจเพราะเรานับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน ทำให้รู้สึกใกล้ชิดเหมือนเป็นเพื่อน เลยรู้สึกสบายใจมาก เวลาไปประเทศอื่นจะไม่เจออะไรแบบนี้”

What we think :
เรื่องราวของ กลุ่มออมทรัพย์และการผลักดันธุรกิจผ่านหัตถกรรมของกลุ่มสตรีศรีลังกานี้ถือ ว่าต้องฝ่าฟันอุปสรรคมานับไม่ถ้วน แต่หญิงแกร่งอย่างกรุณาวาธีก็ไม่ท้อถอยและทำมันจนประสบความสำเร็จ ทั้งหมดทั้งปวงด้วยเพราะเธอมีความเชื่อที่ว่า “อยากจะทำอะไรก็เริ่มเลย ขอเพียงเริ่มเถอะ แล้วทุกอย่างจะค่อยๆ ตามมาเอง”

ข้อมูลเพิ่มเติม :
http://srilanka.ashoka.org/%28Ms%29H.H.D%20Karunawathie%20Menike

« Back to Result

  • Published Date: 2012-07-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com