Creative Knowledge

« Back to Result | List

รู้จัก The People’s Supermarket : ซูเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

จะดีแค่ไหนหากมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่ละเลิกการกระตุ้นการบริโภค แต่หันมาสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนแทน ...The People’s Supermarket คือ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ว่า

ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้มีระบบการจัดการเฉกเช่นเดียวกับซูเปอร์มาร์เก็ตมืออาชีพอื่นๆ หากแต่มันไม่ได้ดำเนินกิจการบนพื้นฐานของ “โปรโมชั่น” ที่กำหนดโดยบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ ในทางตรงกันข้าม The People’s Supermarket เลือกที่จะยืนอยู่บนพื้นฐานแนวคิด “การค้าที่ยั่งยืน” ด้วยการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ ดีต่อสุขภาพ ขายในราคาที่เป็นธรรม สร้างอาชีพให้กับคนที่ขาดโอกาส และสนับสนุนธุรกิจของผู้ผลิตในท้องถิ่น คุณสมบัติเหล่านี้ของซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่อุดมคติที่ไกลเกินฝันเลย เพราะมันได้เกิดขึ้นแล้วที่มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ที่มาที่ไปของการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคในฝัน
The People’s Supermarket คือ กิจการเพื่อสังคมที่ก่อตั้งขึ้นโดยทีมงานผู้คร่ำหวอด (ในการทำงานเพื่อสังคม) มันเป็นความร่วมมือเพื่อ “แสวงหาผลกำไร” แต่ไม่ใช่กำไรที่จะเข้ากระเป๋าผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น กำไรจากกิจการนี้จะถูกคืนกลับมาเป็นส่วนลดแก่สมาชิกของซูเปอร์มาร์เก็ตแทน

อธิบายง่ายๆ ว่า The People’s Supermarket จะเน้นขายผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อชุมชนโดยรอบเป็นหลัก โดยมีสมาชิกของซูเปอร์มาร์เก็ตเองเป็นเจ้าของและร่วมดำเนินกิจการ (คล้ายระบบสหกรณ์) เพื่อที่จะขายสินค้าที่ “ราคาที่ถูกกว่า” ให้แก่สมาชิก โดยการนำกำไรของซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นแหละมาเป็นส่วนลด แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากความต้องการในการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับสังคม เพราะทุกคนก็เห็นกันอยู่ว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ที่มีอยู่เกลื่อนเมืองนั้น ล้วนแล้วแต่มุ่งแสวงหาผลกำไรในเชิงธุรกิจ ไม่ได้คืนกำไรกลับสู่สังคมโดยรอบเลย ที่สำคัญกำไรเหล่านั้นยังพุ่งเข้าสู่กระเป๋าของคนที่นั่งอยู่บนยอดของอุตสาหกรรมอาหารไม่กี่คนเท่านั้น

เพื่อสร้างความแตกต่าง The People’s Supermarket จึงกำหนดแนวทางการบริหารใหม่ เพื่อให้มันเดินหน้าเป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ตของประชาชน” อย่างแท้จริง โดย
1. ดึงคนในชุมชนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของ
ค่าใช้จ่ายหลักอย่างหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่ค่าจ้างพนักงาน ฉะนั้น หากธุรกิจใดสามารถประหยัดต้นทุนในการจ้างงานได้ ก็จะสามารถนำเงินส่วนนั้นไปปรับลดราคาสินค้าหน้าร้านได้ด้วย The People’s Supermarket เลือกใช้กลยุทธ์ของ “ระบบสหกรณ์” นี้มาใช้ดำเนินกิจการ กล่าวคือ เพื่อให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตดำเนินกิจการไปได้ สมาชิกแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าสมาชิก 25 ปอนด์ต่อปี และต้องอาสาทำงาน 4 ชั่วโมงต่อเดือน โดยลงตารางหมุนเวียนกัน คำถามคือเสียค่าสมาชิกแล้วต้องอาสาทำงานอีกหรือ? คำตอบคือถ้าไม่มีสิ่งใดตอบแทนคงเป็นไปไม่ได้ งานนี้สมาชิกทุกคนจึงมีสิทธิ์รับ “ส่วนลด” ในการซื้อสินค้าและยิ่งซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ทำยอดขายได้มากเท่าไหร่ กำไรที่ได้ก็จะนำมาเพิ่มเป็นส่วนลดได้มากขึ้นเท่านั้น (ส่งผลให้สมาชิกประหยัดได้มากขึ้นไปอีก)

The People’s Supermarket บริหารงานด้วยระบบที่สมาชิกทั้งหมดเป็นเจ้าของร่วมและช่วยกันดำเนินงาน ทุกคนต่างมีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจว่าควรดำเนินกิจการไปในทิศทางใด การทำงานในร้าน 4 ชั่วโมงต่อเดือน ทำให้สมาชิกทุกคนเกิดความกระตือรือร้นอยากที่จะให้ร้านค้าประสบความสำเร็จ และร่วมมือกันเสนอสิ่งดีๆ เป็นทางเลือกให้แก่ชุมชน (ซึ่งก็หมายถึงตัวเองและคนรอบข้างนั่นเอง) นอกจากนั้น The People’s Supermarket ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรด้วยการจัดอบรมทักษะความรู้ต่างๆ ให้กับสมาชิก รวมทั้งจัดทริปไปเยี่ยมชมผู้จัดจำหน่ายและผู้ผลิตในท้องถิ่นเพื่อสร้างสายใยระหว่างกันให้เหนียวแน่นขึ้น

The People’s Supermarket ไม่ได้เปิดรับเฉพาะแต่สมาชิกเท่านั้น ใครๆ ก็สามารถมาซื้อของที่นี่ได้ แต่จะมีเฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่ได้รับส่วนลดและสิทธิประโยชน์อื่นๆ

2. สร้างเครือข่ายจัดหาสินค้าท้องถิ่นคุณภาพดี
เป้าหมายที่มาคู่กับการเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อชุมชนก็คือ การมุ่งจัดหาผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพดี (โดยเฉพาะสินค้าสด) ในราคาที่ทุกคนจ่ายได้ ทุกวันนี้ The People’s Supermarket ขวนขวายหาแหล่งสินค้ามากมายภายในประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เน้นจากฟาร์มของเกษตรกรในประเทศเองเท่านั้น

นอกจากนั้น The People’s Supermarket ยังสนับสนุนให้สมาชิกที่เป็นผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการมาตรฐานดีมาร่วมเสนอขายสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต สนับสนุนการผลิตด้วยพลังงานทางเลือก รักษาสิ่งแวดล้อม และเน้นการสร้างความยุติธรรมและสัมพันธ์ทางการค้าที่ยาวนานกับกลุ่มผู้ผลิตด้วย

นอกเหนือจากระบบสมาชิกแล้ว The People’s Supermarket ยังสร้างเครือข่าย “สินค้าอาหารทางเลือก” โดยเชื่อมโยงชุมชนเมืองเข้ากับชุมชนเกษตรท้องถิ่น มีสินค้าในไลน์ออแกนนิกมากมายหลายระดับให้เลือก ซึ่งแนวคิดนี้ถือเป็นความร่วมมือทางอาหารที่ยั่งยืน ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในพื้นที่ และเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ในหลายระดับ

3. ให้ความสำคัญกับแบรนด์ดิ้ง
ด้วยการวางจุดยืนที่แตกต่างตั้งแต่ต้น The People’s Supermarket ให้ความสำคัญกับแผนการสร้างแบรนด์อย่างมาก ทีมงานเบื้องหลังด้านแบรนด์ดิ้งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนักการตลาด นักวิจัย นักวางกลยุทธ์ นักออกแบบ ฯลฯ ซึ่งทุกคนต่างก็เป็นสมาชิกของซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ด้วย

ที่ผ่านมา The People’s Supermarket ทำงานด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง มีการทำคู่มือแบรนด์ ออกแบบ Corporate Identity วางกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการสร้างความเคลื่อนไหวในเว็บ เพื่อเชิญชวนให้คนเข้ามาเป็นลูกค้าหรือสมาชิกเพื่อขยายสาขาออกไปยังชุมชนต่างๆ

ปัจจุบัน The People’s Supermarket มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัย ใช้ดีไซน์ที่ดีเป็นตัวสื่อสารแนวคิด ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้มากกว่าองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วไป ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจทางเลือกใหม่ที่น่าติดตามผลลัพธ์ในระยะยาว

ติดตามจุดยืน แนวคิด กลยุทธ์ และบรรยากาศของ The People’s Supermarketได้ที่นี่

อ้างอิง :
http://www.thepeoplessupermarket.org/

เครดิตภาพ :
http://joemaduma.wordpress.com/2011/03/08/the-peoples-supermarket/
http://eatbigfish.com/theblog/the-peoples-supermarket
http://www.guardian.co.uk/business/2011/jan/23/supermarkets-ethicalbusiness


« Back to Result

  • Published Date: 2012-06-22
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • ศึกษาเส้นทางธุรกิจในตำนานของไทยและนานาชาติ สู่การสืบสานธุรกิจให้ยั่งยืนเพื่อล้มล้างอาถรรพ์ที่ว่า “ถึงรุ่นสามก็เจ๊ง”
  • เพราะไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงและแน่นอน ในโลกของธุรกิจก็เช่นกัน มาร่วมศึกษาตัวอย่างของธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ แต่ไม่ช้ากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย
  • ค้นหาที่มาที่ไป และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องจัดงานเฉลิมฉลอง” ในวาระครบรอบต่างๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย
  • สำรวจธุรกิจจากการต่อยอดและเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่หล่อหลอมอยู่กับวิถีชีวิตในครัวเรือนกับ “ผ้าย้อมครามจากครอบครัวแม่ฑีตา” กับเคล็ดลับและทัศนคติที่ช่วยสืบสานตำนานของธุรกิจให้ยั่งยืนมาได้ถึงรุ่นที่สาม
  • “แม้ความตั้งใจดีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าชื่นชมสำหรับการเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบจริงจังนั้น ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ”
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง