Creative Knowledge

« Back to Result | List

โบโกต้า จากเมืองอาชญากรรมสู่เมืองจักรยาน

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

เคยได้ยินสถาปนิกคนหนึ่งพูดว่า “เมืองใหญ่ที่มีความเจริญมากมายกลับกลายเป็นเมืองที่ไม่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของมนุษย์เลย” ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเมืองใหญ่ส่วนมากมักจะบกพร่องเรื่องผังเมืองและการคมนาคม ปล่อยให้ทุกอย่างเติบโตไปแบบไร้ทิศทาง ปัญหาในเมืองจึงค่อยๆ เกิดขึ้นรอบด้าน จนกลายเป็นเมืองที่ “ไม่น่าอยู่”

โชคดีที่บางเมืองไม่ได้นอนจมอยู่กับปัญหา เขามีนักบริหารจัดการที่โน้มนำ “ดีไซน์” เข้ามาใช้เพื่อออกแบบระบบเมืองใหม่ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิต ซึ่งหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจมาก ก็คือ การวางโครงสร้างพื้นฐานให้ชาวเมืองหันมา “ขี่จักรยาน” กัน

โบโกต้า เมืองหลวงของประเทศโคลัมเบีย เคยเป็นเมืองใหญ่ที่แออัด ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอาชญากรรมสูงมาก แต่ตอนนี้โบโกต้าได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้วด้วยระบบเมืองใหม่ที่อาศัยทางจักรยานเป็นโครงสร้างสำคัญ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า การสร้างวัฒนธรรมจักรยานภายในเมืองนี้ สามารถลดทั้งปัญหาการจราจร ปัญหามลพิษ ปัญหาอาชญากรรม แถมยังทำให้เมืองเป็นมิตรกับผู้คนได้มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ผู้ว่าการเมืองโบโกต้ากล่าวว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจนี้มาจากความสำเร็จของเมือง Curitiba ในประเทศบราซิล เขาจึงตัดสินใจใช้งบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราวสี่หมื่นหกพันล้านบาท) เพื่อสานฝันให้โบโกต้ากลายเป็นเมืองหลวงแห่งจักรยานที่ “น่าอยู่อาศัย” ให้จงได้ เราลองมาดูเส้นทางสู่ความฝันของเขากัน

1. สร้างทางจักรยาน
เลนจักรยานความยาวรวมกว่า 300 กิโลเมตร ถูกสร้างตรงจาก “สลัม” และพื้นที่รอบนอกเข้าสู่ใจกลางเมือง ซึ่งส่งผลให้ชาวเมืองหันมาขี่จักรยานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า เครือข่ายเส้นทางจักรยานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยจัดลำดับความสำคัญ เช่น สายหลักเน้นย่านธุรกิจและสถานศึกษาซึ่งอยู่ใจกลางเมือง มีคนอยู่อาศัยหนาแน่น ส่วนสายรองเชื่อมต่อบ้านเรือน สถานที่ท่องเที่ยว และสวนสาธารณะเข้าสู่สายหลัก โครงสร้างที่เชื่อมถึงกันทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางด้วยจักรยานเป็นไปได้แบบต่อเนื่อง ผู้ขี่จักรยานสามารถเข้าถึงสถานที่น้อยใหญ่ได้ทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีการจัดโซนพื้นที่สีเขียวขนาบไปกับเส้นทางจักรยานด้วย

2. ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว
แม้ไม่มีรถไฟใต้ดินในตัวเมือง แต่โบโกต้าก็มีรถบัส TransMilenio ที่รวดเร็วและราคาไม่แพง รถบัสนี้มีเลนและสถานีขึ้นลงเฉพาะ ถือเป็นรถสายด่วนที่สามารถวิ่งฉิวไปได้โดยไม่ต้องหยุดจอดบ่อยๆ ปัจจุบัน TransMilenio ทำงานรับใช้ชาวเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ส่งผลให้ความหนาแน่นของรถยนต์ในตัวเมืองลดลงไปได้ถึง 40% ที่สำคัญเส้นทางการวิ่งของรถบัสนี้เชื่อมต่ออย่างดีกับทางจักรยาน ตามสถานีต่างๆ มีจุดจอดจักรยานที่ใช้งานได้จริงและเพียงพอด้วย

3. รณรงค์ด้วยความสนุกสนาน
ทุกวันอาทิตย์เวลา 7 โมงเช้าถึงตี 2 จะเป็น “วันอาทิตย์ปลอดรถยนต์” หรือที่ชาวโบโกต้าเรียกว่า “Ciclovia” (ไม่ใช่มีปีละครั้ง) ทางการจะปิดถนนหลายสายรวม 120 กิโลเมตร พร้อมมีจุดจอดรถมากมายให้ชาวเมืองได้ “สละรถ” แล้วหันมาขี่จักรยานหรือเดินเท้าเข้าเมืองแทน อันที่จริงมันเป็นการสร้างจินตนาการความสนุกที่ผู้คนจะได้ขี่จักรยานกลางเมืองโดยไม่มีรถสักคัน ท้องถนนในวันอาทิตย์จะกลายเป็นเหมือนสวนขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนที่มาเดินเที่ยวเล่น ครอบครัวพากันมาออกกำลังกาย ทานอาหารข้างทาง เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ โบโกต้าได้แปรสภาพกลายเป็นเมืองที่มีโครงสร้างและบรรยากาศเป็นมิตร ชาวเมืองมีสุขภาพ (กายและใจ) ดีขึ้น ส่งผลทำให้ระดับอาชญากรรมลดลง และชาวเมืองก็รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นด้วย

Our Thought :
เส้นทาง 3 ประการนี้อาจฟังดูไม่ยากและน่าทำตามอย่างยิ่ง เสียแต่ว่าอุปสรรคในประเทศเราไม่ได้อยู่ที่วิธีการ แต่เป็น “เรื่องอื่นๆ” ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพลเมือง ยังดีที่มีความเคลื่อนไหวอย่างกิจกรรม “ปั่นเมือง” (โดยมูลนิธิโลกสีเขียว) ที่พยายามปลุกชาวกรุงเทพฯ ให้ตื่นตัวเรื่องจักรยานกันอย่างต่อเนื่อง ทีนี้ก็เหลือแต่การแก้ไขเชิงโครงสร้างนี่แหละ ที่เราคงต้องรอซูเปอร์สตาร์สักคนจาก “ภาครัฐ” ให้มาช่วยสานฝันให้เป็นจริง

อ้างอิงข้อมูล:
http://sustainablecities.dk/en/city-projects/cases/bogota-more-bikes-and-buses-fewer-cars
http://www.citiesforpeople.net/bogota-a-good-cycling-city

เครดิตภาพ:
http://eldelabici.blogspot.com/2009/11/ciclovias-recreativas.html
http://www.panoramio.com/photo/5205974
http://www.vacationhomes.net/blog/2012/01/18/top-10-bicycle-friendly-cities/
http://thisbigcity.net/ten-possible-transport-innovations-for-america-in-2012/
http://thisbigcity.net/how-bogota-inspired-sustainable-cities-across-the-globe/
http://traveltocolombia.org/2012/02/10/5-healthy-things-to-do-in-bogota/

« Back to Result

  • Published Date: 2012-05-31
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
    ">
    “ฉันเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ไปทำผมในซาลอน แต่ทันทีที่มีผู้ชายเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเธอก็ต้องรีบคว้าผ้ามาคลุมผมที่ยังเปียกอยู่แล้ววิ่งไปหลบในห้องข้างหลัง” 
  • เรียนรู้วิธีการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย และใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มาก กับธุรกิจตัดเย็บชุดสูทจาก “Fred&Francis” ที่เสิร์ฟบริการแปลกใหม่ แตกต่าง และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างน่าจับตามอง
  • สำรวจมุมมองนักคิด “วิชัย พูลวรลักษณ์” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์ W District ย่านพระโขนง กับโปรเจ็กต์ใหม่ที่จับมือร่วมกับ TCDC ในการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง
  • “โอชานคร” ผ้าพันคอศิลปะลายจัดจ้าน แรงบันดาลใจจากชายหาดและเทศกาลดนตรี